วาเลนไทน์ : ตำรวจแนะหญิงไทยทำอย่างไรไม่สูญเงินล้านให้แก๊งหลอกรักออนไลน์

Thai News Pix

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, บรรยากาศหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อ 10 ก.พ. 2565 ประชาชนแห่สักการะ "เทพแห่งความรัก" หลังห้างสรรพสินค้าแห่งนี้จับมือกับแอปหาคู่ชื่อดัง "ทินเดอร์" ชวนหนุ่มสาวมา "ไหว้ขอพรพระตรีมูรติ" ที่ศาลดังกล่าว

เปิดสำนวนตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) คดีหญิงไทยถูกแก๊ง โรมานซ์สแกม (Romance Scam) หลอกรักทางออนไลน์ สูญเงินไป 7 ล้านบาท

เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน ปอท. เพิ่งออกมาเตือนหญิงไทยถึงภัยแก๊งหลอกรักออนไลน์ ระวังสูญเงินก้อนใหญ่จากผู้แอบอ้างเป็นคนมีฐานะดีที่พบเจอทางโซเชียลมีเดีย เช่นเดียวกับกรณีผู้หญิงในสารคดีของเน็ตฟลิกซ์เรื่อง 18มงกุฎทินเดอร์ หรือ The Tinder Swindler ที่เพิ่งออกฉาย

บก.ปอท. ระบุว่า คนที่อาจตกเป็นเหยื่อของโรมานซ์สแกม มักจะเป็นคนที่มีสถานะโสด หย่าร้าง เป็นหม้าย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่น่าจะเหงาและต้องการหาเพื่อน หรืออาจเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง มีเวลาว่าง ขาดการดูแลใกล้ชิดจากบุตรหลาน หรืออาจจะเป็นสาวใหญ่ที่แสวงหารักแท้ หรืออาจจะเป็นใครก็ได้ ซึ่งผู้ที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีเกินไป เชื่อคนง่าย และเปิดโอกาสให้คนที่ไม่รู้จักเข้ามาพูดคุยสร้างสัมพันธ์ได้ง่าย รวมถึงมีพฤติกรรมเสี่ยงอย่างอื่นด้วย เช่น ใส่ข้อมูล ประวัติส่วนตัว ภาพถ่ายของตนเอง อัปเดตเรื่องราวในชีวิตประจำวันต่าง ๆ ไว้บนเฟซบุ๊ก หรือในเว็บไซต์หาคู่ต่าง ๆ

สำนวนของตำรวจ ปอท. ที่บีบีซีไทย ได้รับมาเมื่อ 13 ก.พ. เล่าถึงเรื่องราวของผู้เสียหายที่ใช้นามสมติว่า "นางสาว ก." อายุ 45 ปี ผู้มาแจ้งความกับ ปอท. ว่า เมื่อประมาณกลางเดือน ก.พ. 2563 ได้เข้าใช้บัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวขณะอยู่บ้านพัก ต่อมามีชายที่ใช้รูปโปรไฟล์ลักษณะเป็นชาวต่างชาติ หน้าตาดี ใช้ชื่อบัญชีเฟซบุ๊กว่า"Bro KH" ได้ส่งคำขอเป็นเพื่อนมา โดยชายคนดังกล่าวได้ขอไอดีไลน์ของผู้เสียหาย เธอจึงให้ไป หลังจากนั้นได้มีการติดต่อพูดุคยกันทางไลน์มาโดยตลอด

ป้ายคำว่าโรมานซ์สแกมเป็นภาษาอังกฤษ

ที่มาของภาพ, Getty Images

ชายคนดังกล่าวอ้างว่าชื่อ ดร.มาติน สเตราส์ (Martin Strauss) เป็นคนสัญชาติบราซิล ทำงานเป็นหมอศัลยกรรมกระดูกประจำสหประชาชาติ สถานภาพหย่าร้างมากว่า 10 ปีแล้วปัจจุบันโสด คนร้ายอ้างว่ากำลังจะเกษียณอายุราชการ จะได้รับเงินก้อนหลังจากเกษียณ จึงต้องการส่งเงินมาให้เก็บรักษาไว้ โดยได้ขอชื่อ สกุล ที่อยู่ของเหยื่อเพื่อจัดส่งเงินมาให้เก็บรักษาไว้แทน นางสาว ก. จึงได้ให้ที่อยู่ไปเพื่อให้คนร้ายจัดส่งเงินมาให้

คนร้ายอ้างว่าจะจัดส่งเงินมาให้ 3.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (125.4 ล้านบาท) โดยจะจัดส่งเป็นพัสดุ 2 กล่อง พร้อมกับส่งภาพถ่ายมาให้ดู และอ้างว่าส่งของมาโดยบริษัท ยูเอ็น โกลบอล เอ็กเพรส หลังจากนั้นราว 2 วัน มีผู้อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทดังกล่าวได้ส่งข้อความทางไลน์มาหา โดยใช้ชื่อบัญชีว่า "Global Express UNO" และอีเมล์ [email protected] บอกว่าต้องมีค่าธรรมเนียมการส่งของจำนวน 3 พันดอลลาร์ ผู้เสียหายจึงได้ถามไปที่มาร์ตินว่าทำไม่ต้องมีค่าส่งของ มาร์ตินบอกว่าไม่ทราบและไม่สามารถทำอะไรได้เพราะอยู่ในช่วงปฏิบัติการ จึงได้ขอร้องให้เหยื่อช่วยจ่ายค่าขนส่งให้ก่อนจำนวน 3 พันดอลลาร์

สิบแปดมงกุฎทินเดอร์

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

นางสาว ก. บอกว่า ก่อนโอนเงินค่าส่งของ ได้ตรวจสอบทางกูเกิลแล้ว พบว่าบริษัทดังกล่าวมีตัวตนจริง และคนร้ายได้ส่งหนังสือรับรองบริษัทมาให้ดู จึงหลงเชื่อ หลังจากนั้นคนร้ายได้หลอกลวงให้โอนเงินรวม 6 ครั้ง รวม 7 ล้านบาทเข้าไปยังบัญชีผู้ร่วมขบวนการ ดังนี้

  • ครั้งที่ 1 คนร้ายบอกว่าเป็นค่าธรรมเนียมการขนส่ง จึงได้โอนเงินทางโทรศัพท์มือถือโดยวิธีการอินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง จากบัญชีธนาคาร ก เลขที่บัญชี 1 ชื่อบัญชี น.ส.ก เข้าไปยังบัญชีธนาคาร ข. เลขที่บัญชี 2 ชื่อบัญชี น.ส.ง จำนวนเงิน 1 ล้านบาท เมื่อ 15 ก.พ. 2563
  • ครั้งที่ 2 คนร้ายบอกว่ากล่องพัสดุถูกกักไว้ที่ปากีสถาน จึงต้องเสียค่าธรรมเนียมในการปล่อยพัสดุ ได้โอนเงินทางโทรศัพท์มือถือโดยวิธีการอินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง จากบัญชีธนาคาร ก เลขที่บัญชี 1 ชื่อบัญชี น.ส.ก เข้าไปยังบัญชีธนาคาร จ. เลขที่บัญชี 3 ชื่อบัญชี นายขาว จำนวนเงิน 1 ล้านบาท เมื่อ 18 ก.พ. 2563
  • ครั้งที่ 3 คนร้ายบอกว่ากล่องพัสดุถูกกักไว้ที่เวียดนาม จึงต้องเสียค่าธรรมเนียมในการปล่อยพัสดุ ได้โอนเงินทางโทรศัพท์มือถือโดยวิธีการอินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง จากบัญชีธนาคารไทย ก. เลขที่บัญชี 1 ชื่อบัญชี น.ส.ก. เข้าไปยังบัญชีธนาคาร บ. เลขที่บัญชี 5 ชื่อบัญชี นายดำ จำนวนเงิน 2 ล้านบาท เมื่อ 21 ก.พ. 2563
  • ครั้งที่ 4 คนร้ายบอกว่ากล่องพัสดุถูกกักไว้ที่กัมพูชา จึงต้องเสียค่าธรรมเนียมศุลกากร ได้โอนเงินทางโทรศัพท์มือถือโดยวิธีการอินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง จากบัญชีธนาคาร ก. เลขที่บัญชี 1 ชื่อบัญชี น.ส. 1 เข้าไปยังบัญชีธนาคาร ฮ. เลขที่บัญชี 8 ชื่อบัญชี นายแดง จำนวนเงิน 1 ล้านบาท เมื่อ 26 ก.พ. 2563
  • ครั้งที่ 5 คนร้ายได้บอกว่ากล่องพัสดุถูกกักไว้ที่กัมพูชา จึงต้องเสียค่าธรรมเนียมศุลกากร ได้โอนเงินทางโทรศัพท์มือถือโดยวิธีการอินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง จากบัญชีธนาคาร ก. เลขที่บัญชี 1. ชื่อบัญชี น.ส.ก. เข้าไปยังบัญชีธนาคาร ป. เลขที่บัญชี 10. ชื่อบัญชี นายม่วง จำนวนเงิน 1 ล้านบาท เมื่อ 3 มี.ค. 2563
  • ครั้งที่ 6 คนร้ายบอกว่ากล่องพัสดุถูกกักไว้ที่มาเลเซีย จึงต้องเสียค่าธรรมเนียมศุลกากร ได้โอนเงินทางโทรศัพท์มือถือโดยวิธีการอินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง จากบัญชีธนาคาร ก. เลขที่บัญชี 1. ชื่อบัญชี น.ส. ก. เข้าไปยังบัญชีธนาคาร พ. เลขที่บัญชี 12 ชื่อบัญชี นางบี จำนวนเงิน 1 ล้านบาท เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2563

ภายหลังจากที่ได้โอนไปแล้ว 6 ครั้ง คนร้ายยังพยายามเรียกเงินอีกจำนวน 2 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าการนำจ่ายกล่องพัสดุ แต่เหยื่อไม่มีเงินและเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อ บก.ปอท.

โปสเตอร์เตือนภัยของ บก.ปอท.

ที่มาของภาพ, บก.ปอท./FACEBOOK

ข้อมูลจากแอ็กชัน ฟรอด (Action Fraud) ซึ่งเป็นศูนย์รับแจ้งความของตำรวจอังกฤษ ระบุว่า มีการสูญเงินจากกลโกงที่มิจฉาชีพแสร้งทำเป็นรักเหยื่อ ในปี 2018 จำนวน 50 ล้านปอนด์ หรือราว 2 พันล้านบาท

ส่วนในประเทศไทย ไทยรัฐออนไลน์รายงานเมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้วว่า ข้อมูลจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินชี้ชัดว่า ระหว่างเดือน เม.ย.2561-พ.ค.2562 มีเหยื่อจากกรณี "หลอกให้รัก" 332 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 193 ล้านบาท

เหยื่อมักตั้งสถานะที่เป็นสาธารณะในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเมื่อคนร้ายเห็นและเลือกเหยื่อได้แล้ว ก็จะเข้ามาพูดคุยตีสนิท โดยการเล่าเรื่องราวที่แต่งขึ้นของตนเอง เช่น เป็นข้าราชการเกษียณ นักธุรกิจ หรือ มหาเศรษฐี มีสถานะโสด หรือสมรสแล้วแต่สามีหรือภรรยาเสียชีวิต และหลอกถามข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อ เช่น อายุ อาชีพ เพื่อประเมินและสังเกตจุดอ่อนของเหยื่อ หลังจากนั้นก็จะทำให้เหยื่อเชื่อใจ ทำให้รัก หลังจากนั้นก็หลอกลวงเอาผลประโยชน์จากเหยื่อนั่นเอง

Hands using a laptop computer

ที่มาของภาพ, Thinkstock

ข้าม YouTube โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์

คำแนะนำจาก บก.ปอท.

ตำรวจ ปอท. และ โครงการจิตอาสาตำรวจสอบสวนกลางออกมาเตือนภัยเมื่อ 13 ก.พ. ให้คำแนะนำประชาชน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อคนร้ายบนโลกออนไลน์ หรือ Romance Scammer ที่มักสร้างตัวตนเป็นลักษณะที่ดีและน่าหลงใหล โดยสังเกตุได้ง่าย คือ

  • มีโปรไฟล์รูปร่างหน้าตาดี บุคคลิกมีเสน่ห์ น่าหลงใหล
  • ผู้ที่มาจากครอบครัวที่ดี มีการศึกษาสูง
  • หน้าที่การงานดี
  • พูดจาดีให้เหยื่อเป็นคนสำคัญ และเอาอกเอาใจ

รูปแบบการหลอกลวงมี 3 แบบ คือ หลอกว่ากำลังจะได้มรดกแต่ต้องมีค่าใช้จ่าย, หลอกว่าส่งสิ่งของมีราคาสูงมากมาให้ หรือ หลอกว่ากำลังเดือดร้อน ซึ่งตำรวจให้คำแนะนำในการป้องกันตัว คือ

  • ตรวจสอบข้อมูลบุคคลว่ามีตัวตนจริงๆหรือไม่
  • ตรวจสอบความน่าเชื่อถือบัญชีโซเชียลมีเดีย เช่น ระยะเวลาการใช้โซเชียลลักษณะการโพสต์กลุ่มเพื่อน รูปภาพส่วนตัว
  • อย่าหลงเชื่อและโอนเงินให้ใครที่รู้จักผ่านทางออนไลน์จนกว่าจะมีการตรวจสอบตัวบุคคลได้อย่างชัดเจน
  • อย่าได้ใจกับคนแปลกหน้าในโลกออนไลน์
  • ห้ามให้ข้อมูลส่วนตัวกับบุคคลอื่นเด็ดขาด
  • ห้ามส่งภาพส่วนตัวกับบุคคลอื่นเด็ดขาด
  • ไม่ควรใส่ข้อมูลส่วนตัวไว้บนสื่อออนไลน์
ปอท.

ที่มาของภาพ, Police handout