รัสเซีย ยูเครน : เซเลนสกีชี้การสู้รบที่เซเวอโรโดเนตสก์ คือตัว "ชี้เป็นชี้ตาย" สงครามในดอนบาส

ที่มาของภาพ, Getty Images
"นี่คือการต่อสู้ที่ดุเดือด และยากลำบากมาก...ผมรู้สึกขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันปกป้องแนวรบนี้ อันที่จริงสมรภูมินี้จะเป็นตัวชี้ชะตากรรมของดอนบาส"
นี่คือคำกล่าวของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนที่ระบุว่าการสู้รบในเมืองเซเวอโรโดเนตสก์ คือสมรภูมิสำคัญในการต่อสู้การรุกรานของกองทัพรัสเซียในภูมิภาคดอนบาส ทางภาคตะวันออกของประเทศ
โจ อินวูด ผู้สื่อข่าวบีบีซีที่รายงานจากกรุงเคียฟระบุว่า เมืองอุตสาหกรรมเก่าแห่งนี้แทบจะเป็นพื้นที่ส่วนสุดท้ายในภูมิภาคลูฮันสก์ที่ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพยูเครน และกำลังเผชิญการสู้รบอย่างดุเดือด ทั้งการยิงปืนใหญ่ และการสู้รบตามท้องถนน สร้างความสูญเสียอย่างมากให้ทั้งฝ่ายรัสเซียและยูเครนที่พยายามทุ่มสรรพกำลังเพื่อกุมชัยชนะในสมรภูมินี้
ประธานาธิบดีเซเลนสกีอ้างว่า กองทัพยูเครนได้สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ให้แก่ฝ่ายข้าศึก แต่นายแซร์ฮีย์ ไฮได ผู้ว่าการภูมิภาคลูฮันสก์ระบุว่า กองทัพยูเครนกำลังถูกผลักดันให้ล่าถอยไปยังชานเมืองเซเวอโรโดเนตสก์ และยอมรับว่า "อาจพูดได้ว่ารัสเซียควบคุมเมืองไว้ได้โดยสมบูรณ์แล้ว"
นายไฮได เผยว่า ขณะนี้มีพลเรือนราว 15,000 คนที่ยังอยู่ในเซเวอโรโดเนตสก์ และเมืองใกล้เคียง
ด้านรัสเซีย ระบุเมื่อ 8 มิ.ย.ว่า ยูเครนกำลัง "ประสบความสูญเสียครั้งใหญ่ด้านกำลังพล อาวุธ และยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ"
เซเวอโรโดเนตสก์ เมืองยุทธศาสตร์?
โจ อินวูด ผู้สื่อข่าวบีบีซีระบุว่า แม้ประธานาธิบดีเซเลนสกีจะชี้ว่าเมืองเซเวอโรโดเนตสก์จะเป็นสมรภูมิสำคัญที่จะกำหนดความเป็นไปของการสู้รบในภาคตะวันออกของประเทศ แต่นายไฮได ผู้ว่าการภูมิภาคลูฮันสก์ กลับมองว่า เมืองนี้มีความสำคัญในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น ไม่ใช่ความสำคัญด้านการทหาร หรือในเชิงยุทธศาสตร์
นายไฮไดอธิบายว่า เมืองลิซิชันสก์ที่อยู่ติดกันมีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์มากกว่า เนื่องจากมีลักษณะทางภูมิประเทศที่ได้เปรียบ เพราะตั้งอยู่บนเนินเขา จึงทำให้กองทัพป้องกันและโจมตีข้าศึกได้ง่ายกว่า
ส่วนเมืองเซเวอโรโดเนตสก์นั้นตั้งอยู่บนที่ราบริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำซิเวอร์สกี โดเนตสก์ ในขณะที่เมืองลิซิชันสก์ตั้งอยู่บนเนินเขาที่มองเห็นฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นจุดที่ได้เปรียบในการต่อต้านศัตรู และที่สำคัญการจะเข้าตีเมืองนี้จะต้องข้ามแม่น้ำ ซึ่งได้สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ให้แก่ฝ่ายรัสเซียในช่วงที่ผ่านมา
นี่คือเหตุผลที่ช่วยอธิบายว่า เมืองเซเวอโรโดเนตสก์อาจมีความสำคัญในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น เพราะแม้ว่ารัสเซียจะยึดครองเมืองได้ แต่ก็ยังจะต้องเผชิญกับการสู้รบที่ยากลำบากในการยึดเมืองอื่น ๆ ในดอนบาส

ที่มาของภาพ, Reuters
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นหลายครั้งในหลายพื้นที่ของกรุงเคียฟ ช่วงเช้าวันที่ 5 มิ.ย. หลังการโจมตีกรุงเคียฟทิ้งช่วงไปนานหลายสัปดาห์
โดยมีกลุ่มควันสีดำลอยขึ้นเหนือเมืองหลวงของยูเครน ซึ่งรัสเซียระบุว่า เกิดจากการโจมตีรถถังหลายคันที่ชาติตะวันตกส่งให้ยูเครน มีรายงานว่า มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 1 คน
กรุงเคียฟว่างเว้นจากการถูกโจมตีเป็นเวลานาน เพราะกองทัพรัสเซียมุ่งเน้นการโจมตีในภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออกของยูเครน
อย่างไรก็ตาม หนึ่งในพื้นที่ที่มีการสู้รบดุเดือดที่สุดคือ เมืองเซเวอโรโดเนตสก์
ขณะนั้นประธานาธิบดีเซเลนสกี ระบุว่า สถานการณ์ที่นั่นยังคง "ยุ่งยากถึงขีดสุด" เพราะมีการต่อสู้กันบนท้องถนนแทบทุกที่
การยึดเมืองเซเวอโรโดเนตส์จะทำให้กองทัพรัสเซียและพันธมิตรที่เป็นกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่สามารถยึดภูมิภาคลูฮันสก์ได้ หลังจากที่มีการควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของภูมิภาคโดเนตส์ที่อยู่ติดกันไว้ได้แล้ว
นายเซเลนสกี กล่าวว่า เซเวอโรโดเนตสก์และเมืองอื่น ๆ ในภูมิภาคทางตะวันออกของยูเครนกำลังเผชิญกับ "การโจมตีทางอากาศ การยิงปืนใหญ่และขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง" โดยกองทัพยูเครนกำลังพยายามต้านทานไว้อยู่
เมื่อ 4 มิ.ย. ผู้ว่าการภูมิภาคลูฮันสก์ กล่าวว่า กองทัพยูเครนยังคงปกป้องเมืองเซเวอโรโดเนตสก์ไว้ได้อยู่ และกำลังรอคอยอาวุธความแม่นยำสูงที่พันธมิตรชาติตะวันตกบริจาคให้
"ทันที่ที่เรามีอาวุธพิสัยไกลของชาติตะวันตกมากพอ เราจะผลักดันกองกำลังปืนใหญ่ของพวกเขาให้ถอยห่างออกไปจากฐานที่มั่นของเรา เมื่อนั้น เชื่อผมเถอะ ทหารราบรัสเซีย ก็จะแตกกระเจิง" นายแซร์ฮีย์ ไฮได ผู้ว่าการภูมิภาคลูฮันสก์ กล่าว
การสู้รบทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองเซเวอโรโดเนตสก์พังเสียหายเหลือแต่ซากปรักหักพัง แต่พลเรือนหลายพันคนยังคงหลบภัยอยู่ที่ชั้นใต้ดินในเมือง
นายไฮได กล่าวว่า กองทัพรัสเซียกำลังระเบิดสะพานข้ามแม่น้ำหลายแห่งเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ยูเครนส่งกำลังเสริมทางทหารเข้ามาและปิดเส้นทางขนส่งความช่วยเหลือต่าง ๆ แก่พลเรือน

มีประชาชนเสียชีวิตแล้วหลายหมื่นคน และอีกหลายล้านคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน นับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครน ช่วงปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา แม้จะมีความพยายามทางการทูตเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงกันก็ตาม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชีวิตในเมืองหลวงของยูเครนได้เริ่มกลับมาเกือบจะเป็นปกติแล้ว
อย่างไรก็ตาม โจ อินวูด ผู้สื่อข่าวบีบีซี กล่าวว่า กลุ่มควันหนาสีดำที่ลอยขึ้นเหนือท้องฟ้าในกรุงเคียฟในช่วงเช้าวันนี้ เป็นการย้ำเตือนว่า เมืองนี้ยังคงอยู่ท่ามกลางสงคราม
วิทาลี คลิตช์โค นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ กล่าวว่า ระเบิดที่เกิดขึ้นอยู่ที่บริเวณทางตะวันตกของศูนย์กลางเมืองเท่านั้น ในเขตดาร์เนียตสเกีย และดนีโปรสเกีย
กระทรวงกลาโหมของรัสเซีย ระบุว่า ได้ใช้ขีปนาวุธความแม่นยำสูงในการการโจมตีรถถังหลายคันที่ประเทศทางยุโรปตะวันออกส่งให้แก่ยูเครน

ที่มาของภาพ, AFP
ความคืบหน้าอื่น ๆ :
- นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เตือนว่า สงครามในยูเครนส่งผลกระทบอย่าง "รุนแรง" ต่อความมั่นคงทางอาหาร ด้านพลังงาน และการเงินของโลก พร้อมแสดงความประสงค์ในการหาข้อตกลงเพื่อเปิดทางให้มีการส่งออกสินค้าประเภทอาหารที่ผลิตในยูเครนออกสู่ตลาดโลกได้อย่างปลอดภัยผ่านทางทะเลดำ
- เจ้าหน้าที่ในเมืองมาริอูโปลที่อยู่ใต้การยึดครองของรัสเซีย เผยว่า พบศพจำนวนหลายร้อยอยู่ใต้ซากอาคารหลายแห่งในเมืองที่ได้รับความเสียหายจากการสู้รบ
- นายเปโดร อันเดรียอุชเชนโก ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองมาริอูโปล ระบุว่า กองทัพรัสเซียจะยุติการค้นหาและเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารที่พักอาศัยต่าง ๆ ซึ่งนี่จะทำให้ไม่มีทางทราบได้ถึงตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แท้จริงในเมืองมาริอูโปล และศพผู้เสียชีวิตบางรายอาจไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรม เพราะถูกฝังรวมกับขยะและซากปรักหักพังต่าง ๆ










