รัสเซีย ยูเครน : ปะทะเดือดที่เซเวโรโดเนตสก์ ยูเครนอ้างยึดพื้นที่บางส่วนคืนได้แล้ว

Smoke rises in the city of Severodonetsk during heavy fightings between Ukrainian and Russian troops

ที่มาของภาพ, Getty Images

Published

ยูเครนระบุ ได้ยึดคืนพื้นที่บางส่วนในเซเวโรโดเนตสก์ เมืองสำคัญในศึกแย่งชิงภูมิภาคลูอันสก์ กลับมาได้

ก่อนหน้านี้ นายเซอร์ฮีย์ ไฮได ผู้ว่าการภูมิภาคลูฮานสก์ เคยบอกว่า 70% ของพื้นที่เมืองทางตะวันออกแห่งนี้ตกอยู่ในการครอบครองของรัสเซีย

โจ อินวูด ผู้สื่อข่าวบีบีซีจากกรุงเคียฟ บอกว่า เกิดการปะทะอย่างรุนแรงที่เมืองเซเวโรโดเนตสก์ และเป็นครั้งแรกที่ผู้ว่าการภูมิภาคลูฮานสก์ออกมาอ้างว่าสถานการณ์กำลังพลิกผัน โดยบอกว่าฝ่ายยูเครนสามารถยึดพื้นที่ 1 ใน 5 ของเซเวโรโดเนตสก์กลับคืนมาได้

"ทันทีที่เราได้อาวุธพิสัยไกลจากชาติตะวันตกเพียงพอ เราจะขับไล่ฐานปืนใหญ่ออกจากแนวรบของเรา และเชื่อผมเถอะว่าหลังจากนั้น ทหารราบรัสเซีย พวกเขาต้องวิ่งหนี"

ผู้สื่อข่าวบีบีซีบอกว่า การแย่งชิงเซเวโรโดเนตสก์ไม่ใช่การต่อสู้เชิงการทหารเท่านั้น และหากยูเครนสามารถรักษาเมืองนี้ไว้ได้ จะเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของยูเครนและอาจส่งผลต่อผลลัพธ์ของสงครามในครั้งนี้

นายเซอร์ฮีย์ ไฮได บอกว่า รัสเซียได้โจมตีทำลายสะพานทางตะวันตกของเมืองเพื่อไม่ให้ยูเครนเสริมทัพได้ ขณะที่หน่วยข่าวกรองด้านการทหารของสหราชอาณาจักรบอกว่ารัสเซียทำการโจมตีทางอากาศในภูมิภาคดอนบาสถี่มากขึ้นเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ดี บีบีซียังไม่สามารถยืนยันข้อมูลข้างต้นได้

"สงครามพร่ากำลัง"

Ukrainian servicemen drive an APC on a damaged road near the front line in the city of Severodonetsk

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ถนนในเมืองเซเวโรโดเนตสก์ซึ่งได้รับความเสียหายรุนแรงจากการประทะรุนแรง

เมื่อวานนี้ (3 มิ.ย.) ซึ่งนับเป็นวันที่ 100 ตั้งแต่รัสเซียเริ่มการบุกรุกราน ประธานาธิบดีโวโรดีมีร์ เซเลนสกี บอกว่า กองทัพรัสเซียยึดพื้นที่ได้ 20% ของพื้นที่ทั้งหมดในยูเครน โดยแนวรบระหว่างสองฝ่ายยาวมากกว่า 1,000 กิโลเมตร

กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรบอกว่า รัสเซียกำลังจะยึดครองภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออกของประเทศได้สำเร็จ โดยตอนนี้เข้ายึดพื้นที่ในลูฮันสก์ได้ 90% ซึ่งคือครึ่งหนึ่งของดอนบาส และมีแนวโน้มว่าจะสามารถยึดครองลูฮันสก์ได้ทั้งหมดได้ภายใน 2 สัปดาห์

อย่างไรก็ดี กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรบอกว่า ความสำเร็จเชิงยุทธศาสตร์นี้ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียกำลังพลจำนวนมาก และไม่ได้บรรลุเป้าหมายใด ๆ ที่รัสเซียวางไว้ในตอนแรก

ย้อนไปเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต บอกว่าความขัดแย้งในครั้งนี้กลายเป็น "สงครามพร่ากำลัง" หรือ "war of attrition" หรือสงครามที่อาจยืดเยื้อต่อไปอีกนานโดยต่างฝ่ายต่างพยายามทำให้อีกฝ่ายหมดแรงสู้ไป แต่ก็ไม่มีใครยอมแพ้ เลขาธิการนาโตบอกว่า ชาติตะวันตกต้องเตรียมพร้อมที่จะให้การสนับสนุนยูเครนในระยะยาว