รัสเซีย ยูเครน : ชาวยูเครนร้องเรียน ทหารรัสเซียซ้อมทรมานพลเมืองในภูมิภาคเคียร์ซอน

Olexander Guz being interviewed in a room
คำบรรยายภาพ, โอเล็กซานเดอร์ กุซ

คำเตือน : ภาพและข้อความในข่าวมีเนื้อหาที่อาจทำให้ไม่สบายใจได้

โอเล็กซานเดอร์ กุซ อดีตเจ้าหน้าที่ปกครองท้องถิ่นของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในภูมิภาคเคียร์ซอนทางตอนใต้ของยูเครน ซึ่งตอนนี้ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกองกำลังรัสเซีย เผยภาพบาดแผลและร่องรอยฟกช้ำตามตัวที่บันทึกไว้ก่อนหน้านี้กับผู้สื่อข่าวบีบีซี เพื่อยืนยันว่าเขาเคยถูกจับตัวไปสอบสวนและซ้อมทรมาน เช่นเดียวกับชาวเคียร์ซอนอีกหลายคนที่มีส่วนร่วมต่อต้านการรุกรานของรัสเซีย

โอเล็กซานเดอร์บอกว่า "พวกรัสเซียเอาถุงครอบหัวผม แถมยังขู่ว่าผมจะไม่มีไตเหลือเลยสักข้างเดียว" เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่เขาและภรรยายังอยู่ที่หมู่บ้านบิโลเซอร์กา โดยทั้งสองคนเคลื่อนไหวต่อต้านรัสเซียอย่างเปิดเผย พวกเขาร่วมเดินขบวนประท้วงการเข้าปกครองภูมิภาคเคียร์ซอนของรัสเซีย ทั้งยังพยายามขัดขวางไม่ให้กองกำลังรัสเซียเข้ามาที่หมู่บ้านด้วย

"ทหารรัสเซียมาตามจับตัวผมไปสอบสวน มันเอาเชือกผูกเป็นบ่วงคล้องคอและมัดมือผมไว้ ให้ผมยืนกางขาออกขณะที่พวกมันถามคำถาม หากผมไม่ตอบก็จะถูกตีเข้าที่หว่างขาจนเข่าทรุด ทำให้บ่วงเชือกที่ผูกไว้รัดคอจนหายใจไม่ออก เมื่อพยายามจะลุกขึ้นก็จะถูกตีซ้ำอีกครั้ง" โอเล็กซานเดอร์เล่า

Two photos of Olexander showing bruises on his face and chest

ที่มาของภาพ, Olexander Guz

คำบรรยายภาพ, หลังได้รับการปล่อยตัว โอเล็กซานเดอร์บันทึกภาพบาดแผลและร่องรอยฟกช้ำจากการทรมานเอาไว้

กองกำลังรัสเซียเข้ายึดครองภูมิภาคเคียร์ซอนได้ตั้งแต่ช่วงต้นของสงคราม และพยายามเข้าเปลี่ยนแปลงรื้อถอนระบบการบริหารปกครองของยูเครนที่มีอยู่เดิมทั้งหมด รวมทั้งการออกอากาศรายการวิทยุและโทรทัศน์ก็ยังเปลี่ยนเป็นสถานีของทางการรัสเซีย ส่วนบรรดาสินค้าของยูเครนที่มีจำหน่ายอยู่เดิมนั้นก็ถูกเก็บไป แต่มีสินค้ารัสเซียมาวางตลาดแทนที่

แม้จะมีเรื่องเล่าขานถึงการถูกอุ้มหายและซ้อมทรมานมากขึ้นเรื่อย ๆ ในภูมิภาคเคียร์ซอน แต่หาหลักฐานที่ชัดเจนมายืนยันได้ยากมาก เนื่องจากรัฐบาลยูเครนและองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ไม่สามารถเข้าถึงและตรวจสอบภายในพื้นที่ยึดครองของรัสเซียได้

ชาวยูเครนในเขตพื้นที่ดังกล่าวต่างหวาดกลัวที่จะพูดถึงเรื่องเหล่านี้ ส่วนคนที่เตรียมจะอพยพออกนอกภูมิภาคเคียร์ซอนต่างก็ลบภาพและข้อความต่าง ๆ เกี่ยวกับการซ้อมทรมานออกจากโทรศัพท์มือถือ เพราะเกรงจะถูกทหารรัสเซียค้นพบและลงโทษ ส่วนโอเล็กซานเดอร์ซึ่งขณะนี้ได้หนีมาอยู่ในพื้นที่ปกครองของรัฐบาลยูเครนแล้ว ก็ส่งภาพร่องรอยการถูกซ้อมทรมานของเขาไปให้ลูกชายที่อยู่ต่างประเทศ ก่อนจะลบออกจากโทรศัพท์มือถือเช่นกัน

Oleh Baturin being interviewed on a balcony
คำบรรยายภาพ, โอเลห์ บาทูริน

เหตุซ้อมทรมานอีกกรณีหนึ่งที่ผู้สื่อข่าวบีบีซีได้รับรายงานมา คือเรื่องราวของโอเลห์ บาทูริน ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์อิสระประจำภูมิภาคเคียร์ซอน ซึ่งถูกทหารรัสเซียลักพาตัวไปหลังเข้ายึดครองบ้านเกิดของเขาได้ไม่กี่วัน

"เขาตะโกนบอกให้ผมคุกเข่าลง เอาบางอย่างมาปิดหน้าผมไว้และจับมัดมือไพล่หลัง จากนั้นก็รุมทำร้ายผมที่ส่วนหลัง หน้าอก และขา แถมยังใช้พานท้ายปืนกลตีผมด้วย"

โอเลห์ถูกคุมขังอยู่เป็นเวลา 8 วัน ก่อนจะได้รับการปล่อยตัว เมื่อเขาไปพบหมอที่โรงพยาบาลจึงได้รู้ว่าตนเองกระดูกซี่โครงหักถึง 4 แห่ง ระหว่างที่ถูกขังอยู่เขายังได้ยินเสียงผู้อื่นถูกทรมาน รวมทั้งเห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งถูกขมขู่ โดยทหารรัสเซียแสร้งหลอกว่ากำลังจะนำตัวเขาไปประหาร

แพทย์ผู้ไม่ประสงค์ออกนามคนหนึ่งที่โรงพยาบาลในภูมิภาคเคียร์ซอน เล่าให้บีบีซีฟังถึงกรณีการสังหารหรือซ้อมทรมานพลเรือนโดยกองกำลังรัสเซีย เท่าที่เขาได้พบเจอมาด้วยตนเอง ทั้งยังเผยภาพถ่ายของคนไข้จำนวนหนึ่งซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันว่ามีการซ้อมทรมานจริง

แพทย์คนดังกล่าวบอกว่าได้บันทึกภาพรอยช้ำตามร่างกาย ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงก้อนเลือดคั่งใต้ผิวหนังเนื่องจากมีเลือดออกที่อวัยวะภายใน รวมทั้งรอยขีดข่วนและบาดแผลจากการถูกเฉือนตามที่ต่าง ๆ นอกจากนี้ยังพบร่องรอยการใช้ไฟฟ้าช็อต รอยเชือกมัดแน่นที่ข้อมือและลำคอ รวมทั้งแผลไหม้ที่ฝ่ามือฝ่าเท้าด้วย

Two boys walking on a road with armed soldiers behind them, and an armoured vehicle marked with 'Z' in the background

ที่มาของภาพ, Sergei Ilnitsky

คำบรรยายภาพ, กองกำลังรัสเซียเข้ายึดครองภูมิภาคเคียร์ซอนตั้งแต่ช่วงต้นของสงคราม

"กรณีแผลไหม้รุนแรงที่สุดพบที่อวัยวะเพศ โดยคนไข้บอกว่าทหารรัสเซียใช้สายไฟจากแบตเตอรีรถยนต์ติดเข้าที่ขาหนีบของเขา ก่อนบังคับให้ยืนบนผ้าขี้ริ้วเปียก" แพทย์ชาวยูเครนเล่า "มีคนถูกซ้อมทรมานอีกมากที่อาจไม่ได้รับการรักษาพยาบาลเลย พวกเขาเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน เพราะถูกขู่ว่าญาติพี่น้องจะถูกทำร้ายไปด้วยหากเปิดเผยเรื่องนี้"

"สาเหตุที่พวกเขาถูกจับตัวไปทรมานในตอนแรก ก็เพราะร่วมชุมนุมต่อต้านรัสเซีย เข้าเป็นสมาชิกกองกำลังรักษาดินแดนยูเครน หรือไม่ก็สู้รบต่อต้านกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนที่รัสเซียหนุนหลัง บางคนก็ถูกจับตัวไปทรมานโดยไม่ทราบสาเหตุ" แพทย์ผู้ไม่ประสงค์ออกนามกล่าว

ปัจจุบันคณะผู้ตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ รวมทั้งองค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ (HRW) กำลังรวบรวมหลักฐานกรณีการซ้อมทรมานและบังคับสูญหายในยูเครนอยู่เช่นกัน

ผู้แทนของฮิวแมนไรท์วอทช์แสดงความกังวลว่า การรุกรานยูเครนและเข้ายึดครองบางพื้นที่โดยกองกำลังรัสเซียนั้น ยังคงใช้วิธีสร้างความหวาดกลัวเพื่อกำราบพลเรือนในท้องถิ่น โดยมีทั้งบังคับสูญหาย กักขังหน่วงเหนี่ยวตามอำเภอใจ และซ้อมทรมานอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งสามารถจะถือว่าเป็นการก่ออาชญากรรมสงครามได้

นางอิรีนา เวเนดิกโทวา อัยการสูงสุดของยูเครนแถลงว่า ปัจจุบันมีการรายงานกรณีอาชญากรรมสงครามเข้ามาแล้วถึง 15,000 กรณี นับแต่สงครามรุกรานยูเครนเริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่า 3 เดือนก่อน โดยในแต่ละวันจะมีการรายงานเข้ามาเพิ่มถึง 200-300 กรณีด้วยกัน ในจำนวนนี้สามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 600 กรณี และเริ่มมีการไต่สวนดำเนินคดีแล้ว 80 กรณีด้วยกัน

อัยการสูงสุดของยูเครนบอกว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นอาชญากรสงครามนั้น มีทั้งผู้บัญชาการทหารระดับสูง นักการเมือง และหน่วยงานโฆษณาชวนเชื่อต่าง ๆ ของรัสเซีย แต่ก่อนหน้านี้ทางการรัสเซียได้แถลงปฏิเสธ เรื่องการมีส่วนเกี่ยวข้องในอาชญากรรมสงครามหรือการโจมตีพลเรือนทุกรูปแบบแล้ว