หมีน้ำทาร์ดิเกรดขี่หอยทากไปหาที่อยู่ใหม่ แม้ต้องเสี่ยงตายจากเมือกแห้งเกาะลำตัว

ทาร์ดิเกรดหรือหมีน้ำเป็นสัตว์ที่ได้ชื่อว่าทนทายาดที่สุดในโลก

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, ทาร์ดิเกรดหรือหมีน้ำเป็นสัตว์ที่ได้ชื่อว่าทนทายาดที่สุดในโลก

นิทานก่อนนอนของเด็ก ๆ บางเรื่อง มักจินตนาการถึงสัตว์ตัวจิ๋วว่าสามารถใช้หอยทากเป็นพาหนะ ขับขี่หรือโดยสารไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบ แม้จะต้องเดินทางแบบไม่รีบร้อนด้วยความเร็วที่ต่ำมากก็ตาม

แต่กับสัตว์ที่ตัวเล็กจิ๋วจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นอย่างทาร์ดิเกรด (Tardigrade) หรือหมีน้ำ การเกาะติดไปกับหอยทากที่คืบคลานผ่านมา ช่วยย่นเวลาและประหยัดพลังงานจากการใช้ขาเล็ก ๆ ของมันเดินหรือแหวกว่ายไปหาที่อยู่ใหม่ลงได้อย่างมาก ซึ่งจุดหมายปลายทางที่ว่านี้อาจอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร

ล่าสุดผลการศึกษาของทีมนักชีววิทยาชาวโปแลนด์ ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports ค้นพบว่าการแอบเกาะติดเพื่อโดยสารไปกับหอยทากนี้ มีประโยชน์ต่อการดำรงเผ่าพันธุ์ของหมีน้ำบางชนิดเป็นอย่างมาก แม้จะมีความเสี่ยงที่หมีน้ำบางส่วนอาจตายลงเพราะถูกเมือกหอยทากที่แห้งไวเกาะติดตามลำตัว จนไม่อาจคืนสู่สภาพจำศีลที่ทำให้มันมีความแข็งแกร่งทนทานได้

ทีมผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยอดัม มิกคีวิซ (UAM) ของโปแลนด์ระบุว่า ตามปกติแล้วหมีน้ำสามารถอาศัยกระแสลมพัดหรือธารน้ำไหล เพื่อเคลื่อนย้ายจากแหล่งที่อยู่เดิมไปยังจุดหมายปลายทางที่ห่างออกไปได้โดยสะดวก แต่กระแสลมอาจทำให้หมีน้ำตกไปอยู่ในสถานที่แห้งแล้งหรือไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตได้ ดังนั้นหอยทากซึ่งลำตัวมีความชื้นสูงและมักเคลื่อนที่ไปหาแหล่งน้ำ จึงถือว่าเป็น "พาหนะที่สมบูรณ์แบบ" สำหรับหมีน้ำเลยทีเดียว

มีการทดลองให้หอยทากชนิด Cepaea nemoralis คืบคลานผ่านหยดน้ำและเศษหญ้ามอสส์ที่มีหมีน้ำสายพันธุ์ Milnesium inceptum อาศัยอยู่ โดยสิ่งมีชีวิตทั้งสองชนิดนี้อยู่ร่วมในระบบนิเวศเดียวกันตามธรรมชาติอยู่แล้ว

หอยทาก Cepaea nemoralis ในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ

ที่มาของภาพ, Z.KSIAZKIEWICZ / M.ROSZKOWSKA

คำบรรยายภาพ, หอยทาก Cepaea nemoralis ในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ

ผลปรากฏว่าหมีน้ำทั้งที่อยู่ในภาวะปกติ และที่อยู่ในสภาพจำศีลคล้ายดักแด้มีเปลือกแข็งหุ้มตัว (tun state) ต่างก็สามารถเกาะติดไปกับเมือกเหนียวบนตัวหอยทากได้ โดยหมีน้ำที่อยู่ในหยดน้ำสามารถเกาะติดมาได้มากกว่าโดยเฉลี่ยครั้งละ 38 ตัว ส่วนหมีน้ำที่อยู่บนหญ้ามอสส์เกาะติดมาได้ราวครั้งละ 12 ตัว

ทว่าหมีน้ำที่อยู่ในสภาพจำศีลและโดนเมือกของหอยทากที่แห้งไวเคลือบลำตัวนานถึง 24 ชั่วโมงนั้น มีเพียง 38% ที่ฟื้นคืนสู่สภาพปกติได้เมื่อไปถึงแหล่งน้ำแห่งใหม่ ส่วนที่เหลือต้องตายไป เพราะถูกกระตุ้นด้วยน้ำในเมือกหอยทากให้ฟื้นขึ้นมากลางทางในช่วงสั้น ๆ แต่ไม่อาจกลับคืนสู่สภาพจำศีลอีกครั้งได้ทันก่อนน้ำเมือกแห้ง ซึ่งจะเกาะรัดลำตัวของมันจนขาดอากาศตายในที่สุด

แม้จะมีความเสี่ยงดังกล่าวอยู่ แต่ทีมผู้วิจัยพบว่าการเคลื่อนย้ายแหล่งที่อยู่อาศัยของหมีน้ำโดยใช้หอยทาก ยังคงเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการขยายพันธุ์และดำรงความหลากหลายทางพันธุกรรมของหมีน้ำไว้ได้เป็นอย่างดี

ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์พบว่าหมีน้ำมีความทนทานต่อสภาวะที่โหดร้ายต่าง ๆ เช่นแรงดันมหาศาล, กัมมันตรังสี, ภาวะไร้น้ำหนักและไร้ออกซิเจนในห้วงอวกาศ, อุณหภูมิต่ำที่ติดลบกว่าร้อยองศาเซลเซียส, อุณหภูมิที่สูงกว่าจุดเดือด ทั้งยังสามารถจำศีลอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งขาดน้ำได้นานหลายสิบปี