อาจารย์ด้านยุทธศาสตร์ชี้กลยุทธ์ของรัสเซียใช้ไม่ได้ผล - นายพลรัสเซียสังเวยชีพเป็นรายที่ 7

ที่มาของภาพ, Reuters
ศาสตราจารย์ ฟิลิปส์ โอ ไบรเอน นักวิเคราะห์ด้านการทหารชั้นแนวหน้าของสหราชอาณาจักร เผยกับบีบีซีว่า แผนการดั้งเดิมของรัสเซียในการเข้าบุกยูเครนแสดงให้เห็นแล้วว่าใช้การไม่ได้ผล และตอนนี้กองทัพต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป
ศาสตราจารย์ โอ ไบรเอน อาจารย์ด้านการศึกษายุทธศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดูรว์ ในสกอตแลนด์ ระบุว่า ผู้สังเกตการณ์ต่างประเทศหลายคนมักคิดว่ารัสเซียมีความเหนือชั้นกว่า และจะเป็นผู้กุมชัยชนะในสงครามครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์ โอ ไบรเอน ชี้ว่านี่คือ "ความคิดที่ผิดมาก" ในการประเมินศักยภาพของกองทัพรัสเซีย โดยไม่ได้พิจารณาปัจจัยสำคัญที่ว่า ทหารรัสเซียพร้อมที่จะเสี่ยงชีวิตในสงครามครั้งนี้ด้วยหรือไม่
ขณะเดียวกันหลายฝ่ายก็ประเมินขีดความสามารถของกองทัพยูเครนต่ำเกินไป
เขาอธิบายว่า ยูเครนได้เตรียมตัวทำสงครามมาตั้งแต่รัสเซียผนวกไครเมียเข้าเป็นของตนในปี 2014 แล้ว และพวกเขาก็ไม่ต้องการที่จะใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ "เผด็จการรัสเซีย"
ตอนนี้รัสเซียจึงจะต้องตัดสินใจว่าจะเพิ่มหรือลดระดับการทำสงครามลง
ศาสตราจารย์ โอ ไบรเอน มองว่า การลดระดับดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่มีเหตุผลมากที่สุด ซึ่งจะต้องมีการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงกัน แต่ดูเหมือนว่ารัสเซียจะยังไม่ยอมที่จะทำเช่นนี้
แต่หากรัสเซียเลือกที่จะยกระดับการรบ ก็หมายความว่าจะต้องมีการจัดกลยุทธ์ใหม่ หรืออาจเลือกใช้อาวุธรุนแรง เช่น อาวุธเคมี อาวุธชีวภาพ หรืออาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นไปอีก
นายพลรัสเซียสังเวยชีพเป็นรายที่ 7

ที่มาของภาพ, Denis NASik/WikimediaCommons
กระทรวงกลาโหมยูเครนระบุว่า รัสเซียได้สูญเสียผู้บัญชาการรบระดับนายพลไปอีก 1 นาย คือ พลโท ยาคอฟ เรซานต์เซฟ ผู้บัญชาการกองกำลังผสมที่ 49 ในเหตุโจมตีใกล้กับเมืองเคียร์ซอน ทางภาคใต้ของยูเครน
เจ้าหน้าที่ของชาติตะวันตกระบุว่า พลโท เรซานต์เซฟ คือนายพลคนที่ 7 ที่เสียชีวิตในสงครามยูเครน และเป็นทหารยศพลโทรายที่สองที่เสียชีวิต ซึ่งถือเป็นทหารระดับสูงสุดที่ถูกปลิดชีพในสมรภูมินี้
ผู้สันทัดกรณีเชื่อว่า การที่ทหารรัสเซียมีขวัญกำลังใจที่ตกต่ำ ทำให้นายทหารระดับสูงต้องเข้าบัญชาการรบในแนวหน้า
สื่อของยูเครนรายงานว่า พลโท เรซานต์เซฟ เสียชีวิตที่ฐานทัพอากาศใกล้เมืองเคียร์ซอน ซึ่งรัสเซียใช้เป็นฐานที่มั่น และถูกทหารยูเครนเข้าโจมตีหลายครั้ง
ไบเดนพบหารือรัฐมนตรีกลาโหม-ต่างประเทศยูเครนครั้งแรกนับแต่เกิดสงคราม
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ เดินทางไปพบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของยูเครนในโปแลนด์ นับเป็นการประชุมแบบพบหน้ากันครั้งแรกนับแต่รัสเซียเข้ารุกรานยูเครน
รัฐมนตรีกลาโหมยูเครนเปิดเผยว่า นายไบเดนรับปากจะให้ความช่วยเหลือด้านการทหารแก่ยูเครนเพิ่มอีก แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจน

ที่มาของภาพ, Reuters
นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่า การที่รัฐมนตรียูเครนเดินทางออกนอกประเทศเพื่อพบหารือกับผู้นำสหรัฐฯ อาจเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า พวกเขามีความมั่นใจเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามในยูเครน
ขณะที่ประธานาธิบดีไบเดน กล่าวในกรุงวอร์ซอว่า เขาคิดว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน น่าจะรู้สึกประหลาดใจที่พบว่าเขาไม่สามารถสร้างความแตกแยกในหมู่สมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต จากกรณีที่รัสเซียบุกยูเครนได้
"…เขาไม่สามารถทำได้-พวกเราเป็นหนึ่งเดียวกัน"
ก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ ได้เข้าเยี่ยมกองกำลังอเมริกันที่ฐานทัพอากาศโปแลดน์ใกล้พรมแดนยูเครน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจรักษาความปลอดภัยให้แก่ชาติสมาชิกนาโต
ในโอกาสนี้เขากล่าวกับทหารอเมริกันว่า พวกเขากำลังสู้รบในสงครามระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยและพวกพ้องชนชั้นนำที่ฉ้อฉล โดยพวกเขาไม่ได้ทำเพียงแค่ยุติความทุกข์ทรมานของชาวยูเครนเท่านั้น แต่ยังสู้รบเพื่อเสรีภาพของคนรุ่นลูกรุ่นหลานในอนาคตด้วย
รัสเซียประกาศเปลี่ยนแผนรบ มุ่งเป้าพิชิตสมรภูมิภาคตะวันออก
กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศว่า ปฏิบัติการทางทหารในยูเครนระยะแรกสิ้นสุดลงแล้ว โดยสามารถบรรลุเป้าหมายเบื้องต้นได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่วางไว้ และนับแต่นี้ไปกองทัพรัสเซียจะปรับแผนการสู้รบใหม่ โดยจะมุ่งเป้าพิชิตสมรภูมิทางภาคตะวันออกของยูเครนเป็นหลัก
พลเอกอาวุโสเซอร์เก รุดสกอย ประธานคณะเสนาธิการทหารของกองกำลังรัสเซียแถลงว่า "ขณะนี้ความสามารถในการสู้รบของกองกำลังยูเครนถูกลดทอนลงไปอย่างมากแล้ว เราจึงสามารถทุ่มเทสรรพกำลังและมุ่งความสนใจไปที่เป้าหมายหลัก ซึ่งก็คือการปลดปล่อยภูมิภาคดอนบาส"
ทางการรัสเซียอ้างว่า ขณะนี้กองกำลังกบฏแบ่งแยกดินแดนที่รัสเซียสนับสนุน สามารถยึดครองพื้นที่ 93% ของลูฮานสก์ซึ่งอยู่ในภูมิภาคดอนบาสเอาไว้ได้แล้ว ส่วนพื้นที่ของโดเนตสก์ซึ่งอยู่ในภูมิภาคดอนบาสเช่นกัน ตกอยู่ในมือของฝ่ายรัสเซียแล้ว 54%

ที่มาของภาพ, Getty Images
ทางการรัสเซียอ้างว่า ขณะนี้กองกำลังกบฏแบ่งแยกดินแดนที่รัสเซียสนับสนุน สามารถยึดครองพื้นที่ 93% ของลูฮานสก์ซึ่งอยู่ในภูมิภาคดอนบาสเอาไว้ได้แล้ว ส่วนพื้นที่ของโดเนตสก์ซึ่งอยู่ในภูมิภาคดอนบาสเช่นกัน ตกอยู่ในมือของฝ่ายรัสเซียแล้ว 54%
รัสเซียยังเผยถึงจำนวนทหารที่เสียชีวิตในหนึ่งเดือนที่ผ่านมา โดยระบุว่ามีทหารรัสเซียถูกสังหารไป 1,351 คน และบาดเจ็บอีก 3,825 คน ซึ่งเพิ่งเป็นการเปิดเผยตัวเลขสถิติครั้งที่สองในรอบหลายสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ต่ำกว่าประมาณการของสหรัฐฯและยูเครน ซึ่งชี้ว่าจำนวนทหารรัสเซียที่เสียชีวิตอยู่ที่ 7,000 - 15,000 คน ในจำนวนนี้รวมถึงนายพลผู้บัญชาการระดับสูงถึง 7 คน
บรรดานักวิเคราะห์มองว่าคำประกาศเปลี่ยนแผนการรบของกองทัพรัสเซีย ไม่ต่างจากการยอมรับความล้มเหลวในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากในตอนแรกนั้นดูเหมือนว่า เป้าหมายของรัสเซียคือการยึดครองเมืองใหญ่หลายแห่งและล้มรัฐบาลยูเครนชุดปัจจุบันให้ได้ในเวลาอันสั้น แต่แผนการนี้กลับไม่ประสบความสำเร็จ และดูเหมือนรัสเซียจะตระหนักแล้วว่า ตนเองไม่อาจสู้รบเอาชัยชนะในสมรภูมิหลายแห่งพร้อมกันได้

ที่มาของภาพ, Reuters
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวตอบโต้ถ้อยแถลงของกองทัพรัสเซียว่า ที่ผ่านมากองกำลังยูเครนได้สร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อฝ่ายรัสเซีย ซึ่งจะทำให้พวกเขาหันมาตระหนักถึงความสำคัญของการเจรจาสันติภาพอย่างจริงจัง พร้อมอ้างว่ามีทหารรัสเซียเสียชีวิตไปในสงครามนี้แล้วกว่า 16,000 นาย
"ด้วยการหยุดยั้งการกระทำของรัสเซีย ผู้ปกป้องประเทศของเราได้ทำให้ผู้นำรัสเซียตระหนักถึงแนวคิดที่เรียบง่ายและสมเหตุสมผล นั่นก็คือการหันหน้ามาเจรจากันโดยด่วน การเจรจาสันติภาพนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยต้องเป็นการเจรจาที่มีความหมายจริงจังและเป็นธรรม" ผู้นำยูเครนกล่าว
สำนักงานอัยการสูงสุดของยูเครนเปิดเผยข้อมูลเมื่อ 26 มี.ค.ว่า นับแต่รัสเซียเข้ารุกรานยูเครนเมื่อ 24 ก.พ. ก็มีเด็กยูเครนเสียชีวิตแล้ว 136 คน และมีเด็กบาดเจ็บอีก 199 คน อย่างไรก็ตาม บีบีซีไม่สามารถยืนยันข้อมูลเหล่านี้ได้
รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียหัวใจวาย ไบเดนปลุกใจทหารอเมริกันในโปแลนด์
นายแอนทัน เกราชเชนโก ที่ปรึกษารัฐมนตรีกิจการภายในของยูเครน เผยถึงรายงานข่าวล่าสุดว่านายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหลังเกิดอาการหัวใจวายหรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เนื่องจากถูกประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวตำหนิอย่างรุนแรงเรื่องความล้มเหลวของปฏิบัติการรุกรานยูเครน

ที่มาของภาพ, Getty Images
อย่างไรก็ตาม ทางการรัสเซียไม่ได้แถลงยืนยันข่าวนี้ แม้จะมีผู้สังเกตเห็นว่านายชอยกูไม่ได้ปรากฏตัวในที่สาธารณะมานานแล้ว นับแต่วันที่ 11 มี.ค.เป็นต้นมา แต่ล่าสุด กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้เผยแพร่คลิปวิดีโอขณะที่นายชอยกูกล่าวในที่ประชุมของนายทหารระดับสูงของรัสเซีย เพื่อสบยกระแสข่าวเรื่องปัญหาสุขภาพของเขา
อย่างไรก็ตาม ไม่มีข้อมูลบ่งชี้ว่าคลิปวิดีโอนี้ของนายชอยกูถูกบันทึกขึ้นเมื่อใด
ด้านประธานาธิบดีปูตินได้ลงนามผ่านกฎหมายต่อต้านข่าวปลอมอีกฉบับ ซึ่งกำหนดโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี แก่ผู้เสนอข่าวสารที่เป็นเท็จของเจ้าหน้าที่ทางการรัสเซีย ขณะกำลังปฏิบัติงานในต่างแดน
รายงานข่าวกรองของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ซึ่งประจำการอยู่ในกรุงวอร์ซอของโปแลนด์ระบุว่า นับแต่สงครามรุกรานยูเครนเปิดฉากขึ้น รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธไปแล้ว 1,250 ลูก และล่าสุดยังได้เพิ่มเที่ยวบินโจมตีให้มากขึ้นอีกเป็น 300 เที่ยวต่อวัน
รายงานข่าวกรองของสหราชอาณาจักรยังระบุว่า รัสเซียหันมาพึ่งพาการใช้อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน เพื่อดำเนินปฏิบัติการโจมตีมากขึ้น เนื่องจากการป้องกันภัยทางอากาศที่แข็งแกร่งของยูเครน ทำให้รัสเซียไม่อยากเอาชีวิตของนักบินไปเสี่ยงเกินความจำเป็น
สำหรับแนวรบภาคพื้นดินแล้ว ดูเหมือนว่าแทบจะไม่มีความเคลื่อนไหวเลย โดยกองกำลังรัสเซียยังไม่สามารถรุกคืบเข้ายึดเมืองคาร์คิฟ หรือมีแววว่าจะตระเตรียมการเพื่อบุกเข้ายึดกรุงเคียฟตามที่เคยหวั่นเกรงกันแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ฝ่ายรัสเซียเริ่มประสบความสำเร็จในการโจมตีเมืองทางภาคใต้ เช่นมาริอูโปล อิซุม และไมโคลายิฟ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คุณมีคำถาม เราหาคำตอบ: ผลกระทบของสงครามในยูเครนต่อประเทศไทย











