รัสเซีย ยูเครน : ใครเป็นใครในวงคนใกล้ชิดปูติน พวกเขามีหน้าที่อะไรในแผนบุกยูเครน

Russia's President Vladimir Putin holds a meeting of the Russian Security Council at Moscow's Kremlin

ที่มาของภาพ, Russian presidency

คำบรรยายภาพ, ก่อนหน้าการรุกราน โทรทัศน์รัสเซียออกอากาศการประชุมสภาความมั่นคงของรัสเซียที่มีประธานาธิบดีปูตินเป็นประธาน
    • Author, โดย พอล เคอร์บี
    • Role, บีบีซี นิวส์

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ทำตัวให้โดดเดี่ยว โดยนำกองทัพรัสเซียเข้าสู่สงครามมากความเสี่ยง ที่อาจย้อนกลับมาทำลายเศรษฐกิจของประเทศ

ในฐานะที่เป็นผู้นำสูงสุด ความรับผิดชอบในการรุกรานยูเครนตกอยู่กับปูตินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เขาก็ยังต้องพึ่งพาผู้ช่วยที่ใกล้ชิดและมีความซื่อสัตย์กับเขาหลายคน และคนเหล่านี้ไต่เต้าขึ้นมาจากการทำงานในหน่วยงานข่าวกรองของรัสเซียเกือบทั้งสิ้น คำถามก็คือในช่วงเวลาที่มีแรงกดดันมหาศาลมายังเขาและตำแหน่งประธานาธิบดีของเขา ปูตินฟังเสียงของใครบ้าง

สิ่งที่สร้างความฮือฮาจากผู้ที่จับตามองรัสเซียทั่วโลก ก็คือ ภาพการประชุมร่วมระหว่างเขากับบรรดาที่ปรึกษาและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเขา โดยปูตินนั่งอยู่สุดหัวโต๊ะด้านหนึ่ง แยกออกมาจากกลุ่มคนที่เรียกได้ว่าเป็น "วงใน" ของเขาหลายเมตร แม้ดูเหมือนว่าปูตินแยกตัวออกมาที่ทำให้ผู้คนพากันเอาไปตีความต่าง ๆ นานา แต่วงในก็ยังเป็นบุคคลที่ปูตินเชื่อถืออย่างมากและมีส่วนในนโยบายสายเหยี่ยวชองรัสเซียในหลายเรื่อง ส่วนวงในนี้จะมีใครกันบ้าง ซึ่งบีบีซีได้ค้นคว้ามาดังนี้:

Sergei Shoigu
คำบรรยายภาพ, เซอร์เก ชอยกู รมว. กลาโหม
1px transparent line

เซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

เซอร์เก ชอยกู ดูโดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในกลุ่มคนวงในของปูติน เขาเป็นคนที่นำเอาวลีของปูตินมาผลิตซ้ำ เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของแนวคิด โดยเฉพาะเรื่องการปลดกำลังทหาร-อาวุธของยูเครน รวมทั้งการปกป้องรัสเซียจากการข่มขู่ด้วยกำลังทหารของประเทศตะวันตก

นี่คือชายผู้ที่ร่วมทริปล่าสัตว์และตกปลากับประธานาธิบดีที่ไซบีเรีย และในอดีต เขาถูกมองว่าจะมาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของปูติน แต่เมื่อดูภาพที่เขานั่งอยู่ที่ปลายโต๊ะคนละข้างกับผู้นำ ชอยกูพร้อมกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดดูมีท่าทีไม่ผ่อนคลายนัก ก่อให้เกิดความสงสัยว่าปูตินจะฟังเสียงของเขามากน้อยเพียงใด

Russian President Vladimir Putin attends a meeting with Defence Minister Sergei Shoigu and Chief of the General Staff of Russian Armed Forces Valery Gerasimov in Moscow, Russia February 27, 2022

ที่มาของภาพ, Reuters/Kremlin

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีรัสเซียทำตัวเสมือนโดดเดี่ยว

ภาพนี้ถ่ายเมื่อการรุกรานยูเครนเข้าสู่วันที่ 3 ซึ่งรัสเซียต้องเผชิญหน้ากับการต่อต้านอย่างหนักของยูเครน และกำลังขวัญของทหารรัสเซียก็ต่ำมาก

"ชอยกูได้รับการคาดหวังว่าจะเดินอย่างสง่างามเข้าไปยังเคียฟ ในฐานะรัฐมนตรีกลาโหมที่ควรต้องชนะสงคราม" เวรา มิโรโนวา ผู้เชี่ยวชาญความขัดแย้งกล่าว

ชอยกูได้รับคำชมเชยอย่างมากเมื่อรัสเซียเข้ายึดคาบสมุทรไครเมียได้ในปี 2014 เขายังเคยเป็นหัวหน้าของหน่วยข่าวกรองการทหาร GRU ที่ต้องสงสัยว่าวางยาพิษอดีตเจ้าหน้าที่รัสเซียในอังกฤษเมื่อปี 2018 จนมีผู้เสียชีวิต และอีกครั้งในปี 2020 ที่ไซบีเรีย ซึ่งเกือบทำให้อเล็กเซ นาวาลนี ผู้นำฝ่ายค้านของรัสเซียเสียชีวิต

Russian Defence Minister Sergei Shoigu (R) and Russian General Staff Chief Valery Gerasimov (L) attend a meeting with Russian President, in Moscow, Russia, 27 February 2022

ที่มาของภาพ, EPA/Kremlin pool

คำบรรยายภาพ, วาเลอรี เกราซีมอฟ (ซ้าย) และ เซอร์เก ชอยกู รมว. กลาโหม ล้วนมีบทบาทสำคัญในกระบวนการตัดสินใจทางยุทธศาสตร์ของปูติน

แม้ว่าสีหน้าของชอยกูจะดูไม่ดีเอาเสียเลยในภาพถ่ายระยะใกล้ของเขาในขณะที่ร่วมการประชุมโต๊ะยาวดังกล่าว แต่แอนเดร โซลดาตอฟ นักเขียนผู้ซึ่งเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงของรัสเซียบอกว่าชอยกูยังคงเป็นเสียงที่มีอิทธิพลต่อผู้นำรัสเซียอย่างมาก

"ชอยกูไม่เพียงดูแลเรื่องการทหาร แต่เขายังมีส่วนในการทำอุดมการณ์ชาติ ในรัสเซีย อุดมการณ์มีรากฐานจากประวัติศาสตร์ และเขาเป็นผู้ดูแลเนื้อหาว่าจะเล่าเรื่องเหล่านี้ออกมาอย่างไร"

Valery Gerasimov
คำบรรยายภาพ, วาเลอรี เกราซีมอฟ ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม
1px transparent line

วาเลอรี เกราซีมอฟ ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม

ในฐานะประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม หน้าที่ของเขาก็คือบุกโจมตียูเครนและปิดงานให้เร็วที่สุด และเขาก็ถูกคาดหวังจากประธานาธิบดีให้ทำเช่นนั้นให้ได้

เกราซีมอฟมีบทบาทสำคัญในปฏิบัติการทหารของรัสเซียนับตั้งแต่เขาได้บัญชาการกองกำลังในสงครามเชเชนเมื่อปี 1999 และเขาก็เป็นกำลังสำคัญในการวางแผนการทหารในสงครามยูเครนนี้ โดยก่อนหน้านี้เขาได้ไปดูการซ้อมรบที่เบลารุส และหนึ่งเดือนให้หลังกองกำลังของรัสเซียก็ยกจากเบลารุสเข้าไปประชิดเมืองสำคัญของยูเครนหลายแห่ง

มาร์ค กาเลออตติ นักวิเคราะห์เรื่องรัสเซียบอกว่า พล.อ.เกราซีมอฟก็มีส่วนในแผนการผนวกไครเมีย

มีรายงานบางชิ้นระบุว่าเกราซีมอฟถูกลดบทบาทลงเมื่อการบุกยูเครนไม่คืบหน้าเท่าที่ควร รวมทั้งเรื่องที่ทหารรัสเซียมีความขวัญและกำลังใจต่ำมาก แต่แอนเดร โซลดาตอฟเชื่อว่านั่นไม่น่าเป็นไปได้ เพราะปูตินยังต้องพึ่งพาประธานเสนาธิการทหารร่วมในการควบคุมการรบ เพราะแม้ว่ารัฐมนตรีกลาโหมจะแต่งเครื่องแบบทหารเหมือนกันแต่ก็ไม่เคยได้รับการฝึกอบรมด้านการรบมาก่อน ทำให้จำเป็นต้องพึ่งพามืออาชีพอย่างเกราซีมอฟ

Nikolai Patrushev
คำบรรยายภาพ, นิโคไล ปาตรูเชฟ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
1px transparent line

นิโคไล ปาตรูเชฟ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

"ปาตรูเชฟมีความเป็นเหยี่ยวที่สุดในหมู่เหยี่ยวด้วยกัน เขาเชื่อว่าประเทศตะวันตกสุมหัวกันกินโต๊ะรัสเซียมาหลายปี" เบน โนเบล รองศาสตราจารย์ด้านการศึกษาการเมืองรัสเซียจากยูนิเวอร์ซิตีคอลเลจลอนดอนกล่าว

ปาตรูเชฟเป็นหนึ่งในสามผู้ภักดีของปูตินที่ได้ทำงานให้เขามาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 อีกสองคนก็คือ อเล็กซานเดอร์ บอร์ตนิคอฟ และเซอร์เก นารีชกิน หัวหน้าหน่วยข่าวกรองต่างประเทศ ทั้งสามถือว่าเป็นคนวงในของประธานาธิบดี ที่เรียกกันว่า "ผู้ลงมือ" และคนทั้งสามก็มีความใกล้ชิดกันอย่างมาก

มีน้อยคนนักที่จะใกล้ชิดประธานาธิบดีปูตินอย่างเช่นนิโคไล ปาตรูเชฟ ชายผู้นี้ทำงานให้ปูตินที่เคจีบีในยุคคอมมิวนิสต์ และเขาก็มาเป็นหัวหน้าของเอฟเอสบี อันเป็นหน่วยงานที่เกิดมาหลังล้มเคจีบีไปแล้ว ต่อจากปูตินอีกด้วย ปาตรูเชฟอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวยาวนานตั้งแต่ปี 1999 จนถึง 2008

ในการประชุมสภาความมั่นคงของรัสเซียสามวันก่อนการรุกรานยูเครน ปาตรูเชฟได้นำเสนอมุมมองของเขาที่ว่าสหรัฐฯ มีเป้าหมายที่จะทำให้รัสเซียแตกสลาย การประชุมครั้งนี้เป็นสุดยอดของการจัดฉาก โดยที่ประธานาธิบดีปูตินยืนอยู่หลังโต๊ะตัวหนึ่ง และที่ปรึกษาด้านความมั่นคงทั้งหลายของเขาเดินเรียงแถวกันเข้ามานำเสนอความคิดเห็นเรื่องการยอมรับเอกราชของฝ่ายกบฏในยูเครนที่รัสเซียสนับสนุนมาหลายปี

นิโคไล ปาตรูเฟชสอบผ่านการทดสอบนี้ "เขาเป็นคนเดียวที่ทำให้ผู้บัญชาการสูงสุดร้องไห้ได้ เขาทำให้ปูตินสะเทือนและตื้นตันใจในท่าทีอันแข็งกร้าวอย่างสุดแสนของเขา" เบน โนเบิลกล่าว

Alexander Bortnikov
คำบรรยายภาพ, อเล็กซานเดอร์ บอร์ตนิคอฟ ผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงแห่งสหพันธรัฐ (FSB)
1px transparent line

อเล็กซานเดอร์ บอร์ตนิคอฟ ผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงแห่งสหพันธรัฐ (FSB)

ผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียบอกว่า ปูตินเชื่อข้อมูลที่เขาได้รับมาจาก FSB มากกว่าหน่วยงานอื่น ๆ และบอร์ตนิคอฟก็เป็นหนึ่งในคนวงในของประธานาธิบดีด้วย

บอร์ตนิคอฟสืบทอดตำแหน่งผู้นำ FSB มาจากปาตรูเชฟ ทั้งสองคนนั้นใกล้ชิดกับประธานาธิบดีอย่างยิ่งเพราะทำงานด้านข่าวกรองเหมือนกัน เบน โนเบิลบอกว่าไม่รู้ว่าระหว่างสองคนนี้ใครเป็นคนนำเสนอแนวคิด แล้วใครตัดสินใจสั่งให้ทำกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ ในฐานะผู้นำของ FSB อันเป็นหน่วยงานที่ทรงอิทธิพลเหนือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นในรัสเซีย บอร์ตนิคอฟเป็นคนที่เสียงดังมากคนหนึ่ง

อย่างไรก็ตามแอนเดร โซลดาตอฟ นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงของรัสเซีย เห็นว่าแม้บอร์ตนิคอฟได้รับความเชื่อถือจากปูตินด้านข่าวกรอง เขายังไม่ถึงขั้นที่สามารถโต้แย้งหรือให้คำแนะนำเรื่องสำคัญแก่ประธานาธิบดีได้

Sergei Naryshkin
คำบรรยายภาพ, ซอร์เก นารีชกิน ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองต่างประเทศ (SVR)
1px transparent line

เซอร์เก นารีชกิน ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองต่างประเทศ (SVR)

เซอร์เก นารีชกิน ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ทำงานใกล้ชิดกับประธานาธิบดีปูตินมาเกือบตลอดอายุการทำงานของเขา เขาทำงานกับปูตินมาตั้งแต่อยู่ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเมื่อปี 1990 จากนั้นก็มาทำงานในสำนักงานประธานาธิบดีในปี 2004 และกลายเป็นประธานรัฐสภาในท้ายที่สุด นอกจากนี้เขายังเป็นประธานสมัชชาประวัติศาสตร์รัสเซียอีกด้วย ดังนั้นเขาจึงถูกมองว่าเป็นผู้ให้แนวคิดทฤษฏีสนับสนุนการตัดสินใจต่าง ๆ ของปูติน

เมื่อปีที่แล้ว นารีชกินให้สัมภาษณ์กับบีบีซี ปฏิเสธว่ารัสเซียไม่ได้อยู่เบื้องหลังการวางยาพิษ การโจมตีทางไซเบอร์ รวมทั้งเข้าไปยุ่งเกี่ยวในการเลือกตั้งในประเทศต่าง ๆ อย่างที่โดนกล่าวหา

แต่ดูเหมือนว่านารีชกินแสดงบทบาทในฐานะหัวหน้า SVR ได้ไม่ดีเท่าไรในการประชุมสภาความมั่นคงรัสเซียก่อนหน้าการโจมตียูเครน เขาตอบคำถามไม่ตรงประเด็นจนปูตินต้องบอกว่านั้นไม่ใช่เรื่องที่กำลังพูดกันตอนนี้ ทำให้นารีชกินดูกระอักกระอ่วน แต่นั่นอาจไม่ได้หมายความนารีชกินจะไม่ใช่คนวงในของประธานาธิบดี โซลดาตอฟบอกว่าปูตินมักจะชอบเล่นเกมแบบนี้กับคนสนิท ทำให้เขาดูเป็นคนโง่ เงอะงะ ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นเอง

line

บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "วิกฤตยูเครน"

line
Sergei Lavrov
คำบรรยายภาพ, เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
1px transparent line

เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

เป็นเวลา 18 ปีแล้วที่เขาตำรงตำแหน่งนี้ และเป็นแนวหน้าในการอธิบายมุมมองของรัสเซียต่อโลก แต่เขามักถูกมองว่าไม่ได้มีบทบาทในการตัดสินใจนโยบายใด ๆ มากนัก

เซอร์เก ลาฟรอฟ ในวัย 71 ปี เป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินนั้นมักไว้เนื้อเชื่อใจคนที่เคยร่วมงานกับเขามาก่อน ในวงการทูตนานาชาติ เขามักจะมีชื่อเสียงเรื่องการหักหน้านักการทูตจากประเทศอื่น ๆ เช่น เมื่อเดือนที่แล้วเขาก็พยายามทำให้รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ลิซ ทรัสส์ ได้อายเรื่องความรู้ของเธอเกี่ยวกับภูมิศาสตร์รัสเซีย และปีก่อนก็พยายามทำให้โจเซฟ บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของอียูหน้าแตกด้วย

แม้ว่าเขาจะดูมีท่าทีกร้าวเกินนักการทูตทั่วไป แต่ลาฟรอฟนั้นก็ยังคงเชื่อในพลังของการทูต เขาสนับสนุนให้ใช้การเจรจากับยูเครน อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีปูตินก็เลือกที่ไม่ฟังเสียงเขา และลดบทบาทของลาฟรอฟในเรื่องเกี่ยวกับยูเครนลง

เหตุการณ์ที่สมาชิกส่วนใหญ่ของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเดินออกจากเมื่อเขาเริ่มพูดปกป้องการรุกรานยูเครนของรัสเซียในการประชุมเมื่อสองวันก่อน ก็คงไม่ทำให้เขารู้สึกอะไรมากเท่าไรนัก

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์

1px transparent line
Valentina Matviyenko
คำบรรยายภาพ, วาเลนตินา มัตวิเยนโก ประธานวุฒิสภา
1px transparent line

วาเลนตินา มัตวิเยนโก ประธานวุฒิสภา

เธอเป็นหนึ่งในผู้หญิงจำนวนน้อยที่ทำงานให้กับปูติน หน้าที่ก็คือดูแลสภาสูงให้เป็นตรายางลงคะแนนให้รัสเซียสามารถยกทัพไปยังประเทศอื่นได้ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการรุกรานยูเครน

มัตวิเยนโกมีส่วนในการก่อรูปแผนการผนวกคาบสมุทรไครเมียด้วย และเธอก็เป็นหนึ่งในผู้ภักดีปูตินที่มาตั้งแต่สมัยปีเตอร์สเบิร์ก แต่ผู้เชี่ยวชาญต่างบอกว่าเธอไม่ได้มีความสำคัญในระดับที่เป็นผู้กำหนดนโยบาย

หน้าที่หลักของมัตวิเยนโกก็เหมือนกับสมาชิกสภาความมั่นคงของรัสเซียอื่น ๆ ก็คือทำให้ผู้ที่มองเข้ามารู้สึกว่านโยบายของรัสเซียเรื่องใด ๆ ก็ตามเกิดจากการปรึกษาหารือและตัดสินใจร่วมกันระหว่างรัฐบาลกับผู้แทนประชาชน ทั้งที่ในความเป็นจริงผู้นำได้ตัดสินมาก่อนแล้วว่าจะเอาแบบนี้

Viktor Zolotov
1px transparent line

วิคเตอร์ โซโลตอฟ หัวหน้ากองกำลังรักษาดินแดนแห่งรัสเซีย

เขาเคยเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของประธานาธิบดีปูตินมาก่อน และตอนนี้เขาเป็นหัวหน้า รอสกวาเดีย หน่วยกองกำลังรักษาดินแดนที่ตั้งขึ้นโดยปูตินเมื่อ 6 ปีก่อน หน่วยนี้เป็นคล้าย ๆ กองกำลังส่วนตัวในลักษณะเดียวกับพวกหน่วยองครักษ์ Praetoriani ของจักรวรรติโรมัน ซึ่งนอกจากจะพิทักษ์เจ้านายแล้วก็ยังทำงานสืบราชการลับและอื่น ๆ อีก

ประธานาธิบดีปูตินเลือกโซโลตอฟมากับมือเพื่อให้ดำรงตำแหน่งนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาเชื่อมั่นในความภักดีของอดีตองครักษ์ของเขาเพียงไร และภายใต้วิกเตอร์ โซโลตอฟ กองกำลังรักษาดินแดนนี้มีเจ้าหน้าที่ในสังกัดถึง 400,000 นาย

เวรา มิโรโนวาเชื่อว่าแผนการเริ่มแรกของรัสเซียก็คือจบการบุกยูเครนภายในเวลาไม่กี่วัน แต่เมื่อกองทัพของรัสเซียไม่สามารถรุกคืบไปได้เร็วเพียงพอ กองกำลังรักษาดินแดนก็จึงขึ้นมานำตลุยตีเข้าไป ปัญหาก็คือโซโลตอฟไม่เคยได้รับการฝึกอบรมเรื่องการรบเต็มรูปแบบ และกองกำลังของเขาก็ไม่มีรถถัง ซึ่งทำให้สามารถโดนโจมตีได้ง่าย

ปูตินฟังใครอีกบ้าง

  • มิคาอิล มิชูสติน นายกรัฐมนตรีที่มีหน้าที่หลักในการกอบกู้เศรษฐกิจของรัสเซีย เขาไม่ค่อยมีสิทธิ์มีเสียงในเรื่องสงครามมากนัก
  • เซอร์เก ซอปยานิน นายกเทศมนตรีแห่งมอสโก และ อิกอร์ เซชิน ประธานกรรมการของรอสเนฟท์ บริษัทน้ำมันแห่งชาติ ต่างก็ใกล้ชิดกับปูติน
  • บอริส และ อาร์เคดี โรเทนเบิร์ก สองพี่น้องมหาเศรษฐี เป็นเพื่อนวัยเด็กของประธานาธิบดี ก็สนิทชิดเชื้อกับปูตินอยู่มาก ในปี 2020 นิตยสารฟอร์บส์ระบุว่าทั้งสองคนเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในรัสเซีย ปัจจุบันทั้งสองคนก็ยังสนิทชิดเชื้อกับปูตินอยู่มาก