รัสเซีย ยูเครน: หนุ่มอินเดียซึ้งใจ ความเมตตาของชาวยูเครนช่วยรอดพ้นสงคราม กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ

POLLA VISHNU VARDHAN RAO

ที่มาของภาพ, POLLA VISHNU VARDHAN RAO

คำบรรยายภาพ, วิษณุกับ "ลีโอ"สุนัขตัวโปรด

วิษณุ วรทาน เรา หรือ "โพลลา" หนุ่มนักศึกษาแพทย์ชาวอินเดียวัย 21 ปี ไม่อยากจะเชื่อว่าวันนี้เขายังมีลมหายใจอยู่ ทั้งยังได้กลับคืนสู่อ้อมอกของพ่อแม่ที่บ้านเกิดในอินเดียโดยสวัสดิภาพ

เมื่อไม่กี่วันก่อน วิษณุยังอยู่ในเมืองวินนิตเซีย (Vinnitsya) ทางภาคตะวันตกของยูเครน ซึ่งถูกกองกำลังรัสเซียโจมตีอย่างหนัก จนสนามบินของเมืองถูกทำลายและมีผู้เสียชีวิตไปจำนวนไม่น้อยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ก่อนหน้าที่สงครามจะปะทุขึ้น วิษณุใช้ชีวิตนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 4 ในเมืองวินนิตเซียอย่างสงบสุข ในแต่ละวันเขาไปเข้าชั้นเรียนที่มหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลประจำเมือง อ่านหนังสือในห้องสมุด รวมทั้งว่ายน้ำเล่นในแม่น้ำกับ "ลีโอ" สุนัขคู่ใจตัวโปรด

"ยูเครนเป็นประเทศที่สวยงามและสงบสุข ในเมืองวินนิตเซียมีที่เงียบ ๆ ให้เราได้พักผ่อนหลายแห่ง" วิษณุกล่าว

แต่ทุกสิ่งก็เปลี่ยนไปในช่วงเช้าของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ เขาตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงระเบิดและปืนดังสนั่น เพื่อนร่วมห้องอีกสองคนซึ่งเป็นชาวอินเดียเช่นกันตื่นตระหนก และไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พวกเขาไม่เคยได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยที่บอกถึงการโจมตีทางอากาศมาก่อน ทั้งยังไม่เข้าใจเสียงประกาศภาษายูเครนที่เตือนให้หลบภัยด้วย

"ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นชาวยูเครนพากันหอบหิ้วสัมภาระเดินไปตามถนน ผมไม่รู้ว่าพวกเขาจะไปไหนกัน แต่โชคดีที่เพื่อนบ้านแปลเสียงประกาศจากทางการให้เราฟังเป็นภาษาอังกฤษได้"

"เพื่อนบ้านบอกว่าเกิดสงครามขึ้นแล้ว รัสเซียส่งเครื่องบินและรถถังมาโจมตีเรา ดังนั้นอย่าออกไปไหน ให้อยู่แต่ในที่พักเท่านั้น"

เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นทุก 2-3 ชั่วโมง ทำให้วิษณุกับเพื่อนต้องลงไปหลบอยู่ในชั้นใต้ดินของอาคารที่พักถึงสองวัน ในนั้นมืดและเต็มไปด้วยเศษอิฐเศษปูนที่ตกลงมาเพราะแรงระเบิด ตลอดเวลาสองวันนั้นเขานอนไม่หลับเลย และพยายามค้นหาหนทางหนีภัยด้วยการอ่านข่าวสารจากโทรศัพท์มือถือ

REUTERS

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, เหตุเพลิงไหม้หลังขีปนาวุธโจมตีสนามบินชานเมืองวินนิตเซีย

"ผมเฝ้าแต่คิดว่า ผมอาจจะตายในสงครามนี้ก็ได้" วิษณุเล่า

โชคดีที่เพื่อนคนหนึ่งของเขาสามารถว่าจ้างคนขับรถมินิบัสท่องเที่ยว เพื่อให้ไปส่งที่ชายแดนด้านที่ติดกับประเทศโรมาเนีย ซึ่งอยู่ห่างออกไป 250 กิโลเมตรได้ โดยตกลงจ่ายให้ราว 13,500 บาท

อย่างไรก็ตาม คนขับรถชาวยูเครนยินดีรับงานความเสี่ยงสูงนี้ เนื่องจากเห็นใจชาวต่างชาติที่เดือดร้อน และตัวเขาเองก็ไม่อาจพาครอบครัวอพยพหนีสงครามไปไหน เพราะภรรยากำลังป่วย

POLLA VISHNU VARDHAN RAO

ที่มาของภาพ, POLLA VISHNU VARDHAN RAO

คำบรรยายภาพ, วิษณุกับเพื่อนรวม 20 คน ว่าจ้างรถมินิบัสให้ไปส่งที่ชายแดนโรมาเนีย

วิษณุบอกว่าเขาเป็นหนี้บุญคุณคนขับรถชาวยูเครนผู้นี้ เพราะเป็นคนที่ช่วยให้เขารอดชีวิตมาได้ "ผมไม่อาจแสดงความรู้สึกขอบคุณจากใจออกมาได้ทั้งหมด เป็นเพราะชายผู้นี้คนเดียวที่ทำให้พวกเรารอดมาได้ ผมกล่าวกับเขาว่า ขอขอบคุณจริง ๆ จากก้นบึ้งของหัวใจ"

วิษณุกับเพื่อนชาวอินเดียรวมทั้งสิ้น 20 คน ออกเดินทางไปกับรถมินิบัสคันดังกล่าว แต่เขาขอฝากหมาน้อยลีโอไว้กับอาจารย์ชาวยูเครนของเขาชั่วคราว เพราะเกรงว่าจะไม่สามารถพามันผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่อข้ามพรมแดนไปยังโรมาเนียได้

แม้พวกเขาจะรู้สึกผ่อนคลายขึ้นบ้างเมื่อได้ขึ้นนั่งบนรถ แต่ตลอดเส้นทางที่มุ่งไปชายแดนทางตะวันตกเฉียงใต้นั้นล้วนเต็มไปด้วยสัญญาณอันตราย ครั้งหนึ่งมีเครื่องบินรบไม่ทราบฝ่ายบินเฉียดข้ามรถของพวกเขาไป ทำให้ทุกคนต้องลุ้นระทึกว่าจะถูกโจมตีหรือไม่

เมื่อมาถึงด่านชายแดน ปัญหาเลวร้ายในการหนีเอาชีวิตรอดของพวกเขายังไม่จบลงแค่นั้น หลังจากยืนต่อคิวยาวเหยียดที่เต็มไปด้วยผู้อพยพชาวยูเครนนับพันคน ซึ่งต่างก็หวังจะได้ลี้ภัยในประเทศเพื่อนบ้าน วิษณุกับเพื่อนถูกทหารรักษาการณ์ที่ด่านข้ามแดนปฏิเสธไม่ให้เดินทางต่อไป ทั้งยังลากพวกเขาออกจากแถวทุกครั้งที่เข้าไปต่อคิวใหม่ เพราะจะอนุญาตให้ชาวยูเครนเท่านั้นที่ข้ามแดนไปได้

วิษณุบอกว่าช่วงเวลาเลวร้ายที่สุดระหว่างหนีภัยสงคราม คือการรอคิวข้ามแดนไปยังโรมาเนีย

ที่มาของภาพ, POLLA VISHNU VARDHAN RAO

คำบรรยายภาพ, วิษณุบอกว่าช่วงเวลาเลวร้ายที่สุดระหว่างหนีภัยสงคราม คือการรอคิวข้ามแดนไปยังโรมาเนีย

พวกเขาต้องยืนขาแข็งรออยู่อย่างกระวนกระวายถึงสองวันเต็ม ในขณะที่มีผู้อพยพหลั่งไหลมาต่อคิวที่ด่านชายแดนเพิ่มขึ้นทุกวัน อาหารและน้ำที่ซื้อตุนไว้ก็หมดไป ทำให้วิษณุตัดสินใจขอร้องอ้อนวอนอย่างน่าสงสารกับทหารที่เฝ้าจุดตรวจ เพื่อให้ยอมปล่อยเขากับเพื่อนผ่านข้ามแดนไป

ในที่สุดทหารรักษาการณ์ก็ใจอ่อน และยอมให้เขากับเพื่อนรวมทั้งหมด 7 คนผ่านไปได้ อย่างไรก็ตาม นั่นหมายความว่ายังมีเพื่อนในกลุ่มของวิษณุอีก 13 คน ที่ยังติดอยู่ในเขตแดนฝั่งยูเครน

เมื่อถามว่าเขารู้สึกอย่างไรในตอนนั้น วิษณุตอบว่า "โดยส่วนตัวแล้วผมรู้สึกดีใจนะ แต่เพื่อนหลายคนก็ข้ามแดนมาพร้อมกันไม่ได้ ผมรู้ว่าขณะนั้นผมเห็นแก่ตัว แต่คนเราก็ต้องเห็นแก่ตัวเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ เราไม่อาจจะเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเพื่อนได้ ก็เลยตัดสินใจเดินทางต่อไป"

POLLA VISHNU VARDHAN RAO

ที่มาของภาพ, POLLA VISHNU VARDHAN RAO

คำบรรยายภาพ, สถานทูตอินเดียในโรมาเนียจัดเครื่องบินให้วิษณุ (ซ้าย) และชาวอินเดียในยูเครนได้เดินทางกลับบ้าน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มเพื่อนที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลังสามารถเดินทางกลับสู่อินเดียได้ทั้งหมดในเวลาต่อมา วิษณุและชาวอินเดียในยูเครนอีกหลายคนได้รับความช่วยเหลือจากสถานทูตอินเดียในโรมาเนีย โดยช่วยจัดรถรับส่งจากชายแดนไปยังกรุงบูคาเรสต์ นครหลวง เพื่อโดยสารเครื่องบินที่จะพาพวกเขาไปถึงจุดหมาย ที่สนามบินราจีฟ คานธี เมืองไฮเดอราบัด

พ่อและแม่ไปรอรับวิษณุถึงสนามบิน ก่อนจะพากลับบ้านที่รัฐเตลังกานาทางตอนกลางของอินเดีย หลังจากนั้นไม่กี่วัน เขาก็ได้พบกับลีโอสุนัขคู่ใจอีกครั้ง เนื่องจากครอบครัวของอาจารย์ชาวยูเครนที่รับฝากมันไว้อพยพไปยังมอลโดวา แต่ก็ไม่ลืมส่งมันขึ้นรถบัสไปยังกรุงบูคาเรสต์ของโรมาเนีย เพื่อขึ้นเครื่องบินมาหาเจ้าของคนเดิมที่อินเดียด้วย

วิษณุกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจว่า "ผมกับลีโอจะมาถึงอินเดียไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้รับความเมตตาจากชาวเมืองวินนิตเซีย ผมโชคดีที่มีหลายคนคอยช่วยเหลือ ทั้งเพื่อนบ้าน คนขับรถ และอาจารย์"

"ชาวยูเครนเป็นคนดีมากจริง ๆ"

POLLA VISHNU VARDHAN RAO

ที่มาของภาพ, POLLA VISHNU VARDHAN RAO

คำบรรยายภาพ, ขณะนี้วิษณุพักอยู่กับครอบครัวที่รัฐเตลังกานาของอินเดีย