Single's Inferno: เรื่องฉาวของซงจีอา กับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นในสังคมเกาหลีใต้

Song Ji-a in a selfie taken in her Seoul apartment

ที่มาของภาพ, FREEZIA/INSTAGRAM

คำบรรยายภาพ, ซงจีอา โด่งดังเป็นพลุแตก หลังไปออกรายการหาคู่ Single's Inferno
    • Author, ฟรานซิส เหมา
    • Role, บีบีซี นิวส์

ซงจีอาถูกต่อต้านอย่างหนักจากการสวมเสื้อผ้าแบรนด์ปลอม ซึ่งไม่ถือเป็นเรื่องผิดร้ายแรงในโลกตะวันตก ทว่ามันได้ทำลายอาชีพในวงการบันเทิงเกาหลีใต้ของเธออย่างย่อยยับ ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่แค่ข่าวฉาวของคนดังที่ถูกสังคมคว่ำบาตร แต่ยังเผยให้เห็นถึงความรู้สึกวิตกกังวลในการดำเนินชีวิตของหนุ่มสาวเกาหลีใต้ในสังคมยุคปัจจุบัน

ซงจีอา หญิงสาวทรงเสน่ห์วัยยี่สิบปีเศษเป็นที่รู้จักในฐานะบิวตี้บล็อกเกอร์ แต่ชื่อเสียงของเธอโด่งดังเป็นพลุแตก หลังไปออกรายการหาคู่ Single's Inferno ที่ฉายทางเน็ตฟลิกซ์

ภาพลักษณ์อันเลิศหรูและดูทันสมัย ทำให้เธอกลายเป็นดาวเด่นในรายการที่เหล่าผู้ร่วมรายการชายพากันแข่งขันเพื่อช่วงชิงตัวเธอ

ก่อนมาร่วมรายการนี้ ซงจีอา ก็เป็นอินฟลูเอ็นเซอร์ที่ได้รับความนิยมในเกาหลีใต้อยู่แล้ว แต่ Single's Inferno ทำให้ชื่อเสียงของเธอพุ่งแตะจุดสูงสุด โดยมีผู้ติดตามทางอินสตาแกรมพุ่งแตะ 3.7 ล้านราย และอีกเกือบ 2 ล้านรายทางยูทิวบ์

Song Ji-a sits in a pool with a male contestant in a scene from Singles Inferno

ที่มาของภาพ, NETFLIX

คำบรรยายภาพ, ซงจีอาเป็นดาวเด่นในรายการ Single's Inferno

สัปดาห์แรกของเดือน ม.ค. 2022 คือช่วงที่ชื่อเสียงของเธอแตะจุดสูงสุด ทว่ามันกลับดิ่งลงอย่างรวดเร็วหลังจากชาวเน็ตเริ่มขุดคุ้ย และกล่าวหาว่าเธอใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมปลอม โดยมุ่งเป้าไปที่เสื้อไหมพรมสีชมพูยี่ห้อชาแนล ที่มีเฉดสีผิดเพี้ยนไป

เหล่านักสืบโซเชียลยังพาดพิงถึงเครื่องแต่งกายอื่น ๆ ของเธอด้วย ทำให้ซงจีอาต้องยอมปริปากพูดถึงเรื่องนี้ในที่สุด

เธอยอมรับว่าใส่เสื้อแบรนด์เนมปลอม โดยอ้างว่าไม่รู้ว่ามันคือสินค้าเลียนแบบ แต่ที่ซื้อมาใช้เพราะคิดว่ามัน "สวยดี"

คำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นดังกล่าวไม่ช่วยให้กระแสต่อต้านเธอคลี่คลายลง

ชาวเน็ตพากันขุดคุ้ยภูมิหลัง และจับผิดคลิปยูทิวบ์เก่า ๆ ของเธอจนพบกับสินค้าต้องสงสัยหลายชิ้น และยังตั้งคำถามว่าเธอเป็นเจ้าของอะพาร์ตเมนต์หรูที่พักอยู่หรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีการหยิบยกวิดีโอภาษาจีนที่ซงจีอาบอกว่าตัวเองกำลังเรียนภาษาจีนกลาง และได้เรียกกิมจิ อาหารประจำชาติของตัวเองเป็นภาษาจีนว่า "เปาฉ่าย" ซึ่งแปลว่าผักดอง

บรรดาผู้ติดตามชาวเกาหลีใต้พากันกล่าวหาว่าเธอพยายามเอาอกเอาใจผู้ชมในตลาดจีน บางคนไม่พอใจถึงขั้นเรียกเธอว่า "คนขายชาติ"

ขณะเดียวกัน รายการโทรทัศน์ต่าง ๆ ของเกาหลีใต้ เริ่มตัดภาพที่เธอปรากฏตัวในรายการออกไป ส่วนเพื่อนฝูงคนดัง ดารา และอินฟลูเอ็นเซอร์คนอื่น ๆ ก็พากันลบรูปที่ถ่ายคู่กับเธอออกจากอินสตาแกรม

หนึ่งสัปดาห์หลังจากออกมาขอโทษครั้งแรก ซงจีอาได้โพสต์คลิปวิดีโอที่เธอพูดว่า "เสียใจกับการกระทำของตัวเองอย่างที่สุด" พร้อมบอกว่าตัวเอง "น่าสมเพช"

Ji-a

ที่มาของภาพ, FREEZIA/YOUTUBE

คำบรรยายภาพ, ซงจีอาสวมชุดดำและไม่แต่งหน้าในวิดีโอขอโทษของเธอ

หลังจากนั้นเธอก็ลบรูปในบัญชีโซเชียลมีเดียทั้งหมด เหลือทิ้งไว้แค่โพสต์ขอโทษผู้ติดตาม และเธอก็เป็นที่รู้จักในฐานะ "ความอัปยศของชาติ"

สำหรับคนต่างชาติอาจมองว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องรุนแรงเกินกว่าเหตุ แล้วการใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมปลอม ได้ลุกลามกลายเป็นการล่าแม่มดอย่างเต็มรูปแบบไปได้อย่างไร

คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด ?

ชาวเน็ตกล่าวหาซงจีอาว่าทำผิดหลายเรื่อง ตั้งแต่สร้างความเสียหายให้เหล่าดีไซเนอร์ผู้ทำงานหนัก ไปจนถึงการจงใจลดทอนมูลค่าของแบรนด์

แต่ข้อกล่าวหาใหญ่ที่สุดที่เธอต้องเผชิญคือ "การเป็นคนจอมปลอม"

ซี วุง คู บรรณาธิการ Korean Exposé ผู้ให้บริการข่าวสารแบบสมัครเป็นสมาชิกของเกาหลีใต้กล่าวว่า "อันที่จริง ความผิดใหญ่ที่สุดที่เธอถูกกล่าวหา คือ การเป็นคนจอมปลอม ซึ่งเธอแสร้างทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เป็น นี่คือประเด็นที่ถูกพูดถึงครั้งแล้วครั้งเล่า"

ในขณะที่ผู้ติดตามชาวต่างชาติมองซงจีอาเป็นเพียงอินฟลูเอ็นเซอร์ภาพลักษณ์หรูหรา แต่คนเกาหลีใต้กลับมองว่าเธอเป็นตัวแทนของอะไรมากกว่านั้น พวกเขาคิดว่าเธอคือ "กึมซูจอ" หรือ "ช้อนทองคำ" ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกเด็กที่มาจากครอบครัวมหาเศรษฐี

นายคู กล่าวว่า "นี่คือสิ่งที่ทำให้เธอได้รับความสนใจ ไม่ใช่เป็นเพราะเธอเป็นอินฟลูเอ็นเซอร์ที่ทำงานหนัก หรือประสบความสำเร็จและหาเงินมหาศาลได้ด้วยตัวเอง ผู้คนบอกว่าพวกเขาติดตามเธอเพราะคิดว่าเธอเป็นลูกคนรวย"

อันที่จริง ซงจีอาไม่เคยกล่าวอ้างว่าเธอคือทายาทมหาเศรษฐี โดยในการสัมภาษณ์เมื่อเดือน ก.ค. 2021 เธอได้ปฏิเสธคำเรียกเธอว่า "กึมซูจอ" แต่ก็ยอมรับว่าตนเองโตมาในครอบครัวที่มีอันจะกิน

แต่ในฐานะอินฟลูเอ็นเซอร์ ซงจีอาได้สร้างตัวตนและชื่อเสียงมาจากภาพลักษณ์อันหรูหรา จึงไม่แปลกที่ผู้คนจะเข้าใจว่าเธอคือลูกคนรวย และเธอก็ไม่ได้พยายามแก้ไขความเข้าใจผิดนี้

รองศาสตราจารย์ มิเชล โก อาจารย์ด้านสตรีศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า "ผู้คนรู้สึกว่าถูกหลอก"

ส่วนนักวิจารณ์ระบุว่า กระแสโจมตีซงจีอาที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางชนชั้นที่ซุกซ่อนอยู่ในสังคมเกาหลีใต้ยุคปัจจุบัน

Ji-a in her apartment - still from YouTube

ที่มาของภาพ, FREEZIA/YOUTUBE

คำบรรยายภาพ, ซงจีอามักอวดที่พักหรูและชีวิตอันหรูหราทางโซเชียลมีเดีย

ประเด็นนี้ไม่ได้สะท้อนอยู่แค่ในการเมืองเกาหลีใต้ แต่ยังอยู่ในวัฒนธรรมสมัยนิยม ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ หรือซีรีส์ต่าง ๆ อาทิ เรื่องชนชั้นปรสิต (Parasite) และสควิดเกม เล่นลุ้นตาย (Squid Game) ที่แสดงให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน

คนเกาหลีใต้ยุคใหม่ต่างต้องแบกรับภาระความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นที่เพิ่มมากขึ้นในสังคม ไม่ต่างจากคนวัยเดียวกันในประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ ที่ทุกวันนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสามารถซื้อบ้านได้ด้วยเงินเดือนเฉลี่ยของพนักงานบริษัท

นี่จึงทำให้มีคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นที่คิดว่าการทำงานหนักไม่ช่วยตอบโจทย์นี้ และการจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้นั้น ขึ้นอยู่กับครอบครัวที่คุณเกิดมา

นอกจากนี้ พวกเขายังมองว่า การศึกษาไม่ใช่เครื่องมือในการยกระดับทางสังคมที่ดีอีกต่อไป เพราะแม้ 70% ของนักเรียนจะศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย แต่ความศรัทธาในระบบมหาวิทยาลัยของประเทศก็ตกต่ำลง จากกรณีอื้อฉาวเรื่องการเล่นพรรคเล่นพวก

นายคู บรรณาธิการ Korean Exposé ระบุว่า "ปัจจุบันเราอยู่ในจุดที่ผู้คนเชื่ออย่างสนิทใจว่า เกาหลีใต้ไม่เอื้อให้มีการขยับสถานะทางสังคมได้"

"หนทางเดียวที่จะมีชีวิตสุขสบายได้นั้น คือการมีพ่อแม่ที่ร่ำรวย หรือแต่งงานกับเศรษฐี ด้วยเหตุนี้ คนมากมายจึงอยากเป็นคนรุ่น 'กึมซูจอ' ที่ดูเหมือนอะไร ๆ ในชีวิตจะง่ายไปหมด"

นี่อาจพูดได้ว่า ผู้คนมีความรู้สึกหลงใหลปนอิจฉากับคนรวยที่ใช้ชีวิตอย่างง่ายดาย และเมื่อหนุ่มสาวเกาหลีใต้ที่ตัดสินใจเป็นผู้ติดตามของ "ลูกคนรวย" อย่างซงจีอา ความรู้สึกหลงใหลได้ปลื้มนี้จึงเกินไปกว่าเรื่องทางวัตถุนิยม

รองศาสตราจารย์ โก กล่าวว่า "ผู้คนใช้ชีวิตในจินตนาการผ่านเธอ พวกเขาใฝ่ฝันอยากมีชีวิตแบบนี้"

"ดังนั้นเมื่อมีการเปิดโปงว่าเธอเป็นคนจอมปลอม ความปรารถนาของพวกเขาก็พังทลายลงไปพร้อมกัน…"