อวกาศ: ทำไมหลายประเทศจึงมีภารกิจเดินทางไปดวงจันทร์ในปีนี้

ที่มาของภาพ, Getty Images
ปีนี้จะได้พบเห็นภารกิจเดินทางสู่ดวงจันทร์มากมาย หลังจากที่ปี 2021 ไม่มีภารกิจเดินทางสู่ดวงจันทร์เลยแม้แต่ครั้งเดียว
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริการหรือนาซา จะเริ่มโครงการอาร์ทิมิสและกำลังสนับสนุนภารกิจอีกหลายอย่างในการส่งอุปกรณ์และสิ่งของต่าง ๆ ขึ้นไปยังดวงจันทร์ เพื่อให้มนุษย์อวกาศใช้งานในอนาคต
อินเดีย ญี่ปุ่น รัสเซีย เกาหลีใต้ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ต่างก็มีภารกิจมุ่งหน้าไปดวงจันทร์ในปีนี้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีอีกหลายบริษัทที่จะมีภารกิจเยือนดวงจันทร์ในปีนี้ด้วย
ภารกิจเหล่านี้ล้วนเป็นการเดินทางไปยังอวกาศโดยไม่มีมนุษย์ไปด้วย และส่วนใหญ่จะเป็นการวางพื้นฐานสำหรับการส่งมนุษย์ขึ้นไปอยู่บนดวงจันทร์ในอีกไม่ถึงสิบปีข้างหน้า
แต่นั่นก็ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด การตั้งสถานีอวกาศบนดวงจันทร์เป็นเพียงก้าวหนึ่งของเส้นทางในการปฏิบัติภารกิจส่งคนไปยังดาวอังคาร
ดร.โซเอ เลนาร์ดต์ นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยบริสตอล เชื่อว่า ปีนี้จะเห็นการเริ่มต้นการแข่งขันด้านอวกาศครั้งใหม่ของหลายประเทศ
แม้ว่าภารกิจเหล่านี้มีเป้าหมายในการสำรวจดวงจันทร์ แต่บางภารกิจก็มีเป้าหมายทะเยอทะยานยิ่งกว่านั้น
ดร.เลนาร์ดต์กล่าวว่า ภารกิจบางอย่างเป็นภารกิจระยะยาว ที่มีเป้าหมายไกลกว่านั้น และภารกิจเดินทางไปยังดวงจันทร์เป็นทั้งการพิสูจน์แนวคิดและโอกาสการทดสอบเทคโนโลยีใหม่และการร่วมมือกันด้วย
ภารกิจแต่ละอย่างเกี่ยวกับอะไรบ้าง และมีเป้าหมายอะไร นี่คือภารกิจเดินทางสู่ดวงจันทร์ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้
ภารกิจอาร์ทิมิส-1 (Artemis-1) และแคปสโตน (Capstone)
โครงการอวกาศอาร์ทิมิสของนาซา มีเป้าหมายในการส่งมนุษย์กลับขึ้นไปยังดวงจันทร์ให้ได้ภายในปี 2025
เดือน มี.ค. นี้ ภารกิจอาร์ทิมิส-1 จะเริ่มเตรียมวางรากฐานสำหรับเป้าหมายที่ท้าทายนั้น
ภารกิจนี้จะไม่มีมนุษย์เดินทางไปด้วย มีแต่เพียงหุ่นจำลอง "มูนิคิน" (Moonikin) ที่จะนั่งในที่นั่งผู้บัญชาการยานอาร์ทิมิส 1 นี่เป็นหุ่นจำลองเหมือนคนจริงที่ตั้งชื่อตาม อาร์ทูโร แคมโพส ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการนำยานอะพอลโล 13 เดินทางกลับสู่โลกได้อย่างปลอดภัย
บทบาทของแคมโพสจะเป็นการทดสอบชุดอวกาศแบบเดียวกันที่จะให้มนุษย์อวกาศบนยานอาร์ทิมิสใช้ระหว่างปฏิบัติภารกิจ
ระบบการปล่อยตัวสู่อวกาศ (Space Launch System—SLS) ระบบใหม่ของนาซา ซึ่งใช้จรวดที่ทรงพลังที่สุดในโลก จะนำส่งยานอวกาศโอไรออน (Orion) ขึ้นไปโคจรรอบดวงจันทร์ เพื่อทดสอบความปลอดภัยของยานอวกาศที่จะให้ลูกเรือขึ้นไป
นาซาจะศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับโล่กันความร้อนของยานโอไรออน ระหว่างการกลับสู่โลกด้วยความเร็วสูง ซึ่งจะทำให้มีอุณหภูมิสูงเกือบ 2,760 องศาเซลเซียส
ปีนี้จะเป็นปีที่โครงการอาร์ทิมิสมีความก้าวหน้ามากขึ้นอีกขั้น

ที่มาของภาพ, Getty Images
แคปสโตน (Capstone) ย่อมาจาก Cislunar Autonomous Positioning System Technology Operations and Navigation Experiment ซึ่งหมายถึง การทดลองท่องอวกาศและปฏิบัติการเทคโนโลยีระบบระบุตำแหน่งอัตโนมัติระหว่างโลกและดวงจันทร์ เป็นภารกิจบุกเบิกสำหรับโครงการอาร์ทิมิส
นาซาจะปล่อยดาวเทียมที่มีขนาดเท่ากับเตาไมโครเวฟ หรือที่มีชื่อว่า คิวบ์สแตต (CubeStat) ซึ่งเป็นยานอวกาศของแคปสโตน ในเดือน มี.ค. เช่นกัน เพื่อทดสอบการโคจรรอบดวงจันทร์ การหมุนรอบดวงจันทร์ขณะที่ดวงจันทร์กำลังโคจรรอบโลก
วัตถุประสงค์ของภารกิจนี้คือ การทำให้มั่นใจว่า มนุษย์อวกาศจะมีความปลอดภัยในการเดินทางในอนาคต
"เป้าหมายสูงสุดคือดาวอังคาร"
ข้อมูลที่ได้จากการทดสอบนี้จะช่วยสร้างแบบจำลองปฏิบัติการสำหรับส่วนประกอบสำคัญอีกอย่างหนึ่งของโครงการอาร์ทิมิสคือ เกตเวย์ (Gateway)
นาซาเรียกสิ่งนี้ว่า "ด่านหน้าอเนกประสงค์โคจรรอบดวงจันทร์ ที่เป็นหน่วยสนับสนุนที่สำคัญต่อการส่งมนุษย์กลับไปบนพื้นผิวดวงจันทร์ในระยะยาว"
ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน ในปี 2025 ภารกิจอาร์ทิมิส-3 จะเป็นการส่งมนุษย์ไปยังดวงจันทร์ครั้งแรกนับตั้งแต่ภารกิจอะพอลโล 17 ในปี 1972 ภารกิจนี้จะส่งมนุษย์อวกาศหญิงคนแรกและคนผิวสีคนแรกขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ด้วย
ดร.ฮันนาห์ ซาร์เจียนต์ นักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์จากมหาวิทยาลัยเซนทรัลฟลอริดา ตั้งข้อสังเกตว่า การให้ความสำคัญกับดวงจันทร์ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น โดยตั้งใจที่จะทำให้เกตเวย์เป็นสถานีในการสำรวจอวกาศลึกด้วย
"ภารกิจหุ่นยนต์ที่เดินทางไปยังดวงจันทร์ เป็นหนึ่งในขั้นตอนแรกของแผนการนี้ นำไปสู่การตั้งสถานีอวกาศบนดวงจันทร์ ตั้งฐานบนดวงจันทร์ และภารกิจส่งคนไปยังดาวอังคารในที่สุด" เธอกล่าว
ภารกิจของอินเดีย ญี่ปุ่น และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
อีกหลายชาติและหลายบริษัทต่างก็ให้ความสนใจกับดวงจันทร์ในปีนี้
บางแห่งจะทำการวิจัย และอีกหลายแห่งจะส่งเสบียงและอุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นไป
2 ปีหลังจากที่ภารกิจเดินทางไปยังดวงจันทร์ล้มเหลว องค์กรวิจัยอวกาศของอินเดีย (Indian Space Research Organisation--ISRO) กำลังวางแผนที่จะปฏิบัติภารกิจสำรวจดวงจันทร์ที่มีชื่อว่า "จันทรายาน-3" อินเดียจะส่งยานอวกาศลำนี้ซึ่งขนส่งโรเวอร์ที่จะเดินทางเคลื่อนที่ไปบนพื้นผิวของดวงจันทร์ และแลนเดอร์ที่จะอยู่นิ่งประจำจุด ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2022
ญี่ปุ่นมีโครงการที่ท้าทายเกี่ยวกับดวงจันทร์ 2 โครงการในปีนี้
องค์การสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่น (Japanese Space Agency--JAXA) มีแผนที่จะส่งแลนเดอร์ซึ่งเป็นยานอวกาศที่แล่นลงจอดบนดวงจันทร์ ขึ้นไปบนดวงจันทร์ เม.ย. 2022 โดยมีชื่อว่า SLIM (ย่อมาจาก Smart Lander for Investigating the Moon หรือ แลนเดอร์อัจฉริยะเพื่อการสำรวจดวงจันทร์) มันจะสาธิตเทคนิคการลงจอดบนดวงจันทร์อย่างแม่นยำ และจะจดจำปล่องบนดวงจันทร์ด้วยการใช้เทคโนโลยีจากระบบการจดจำใบหน้า กล้องโทรทรรศน์อวกาศ XRISM (ย่อมากจาก X-Ray Imagining and Spectroscopy Mission หรือ ภารกิจสเปกโตรสโคปและการถ่ายภาพเอกซเรย์) จะถูกส่งขึ้นไปพร้อมกับยานลำนี้ด้วย
ส่วนบริษัทด้านอวกาศของญี่ปุ่นที่ชื่อว่า ispace จะส่งแลนเดอร์ขึ้นไปยังดวงจันทร์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2022 "มิชชัน 1" (Mission 1) เป็นส่วนหนึ่งของ "ฮาคุโตะ-อาร์" (Hakuto-R) ซึ่งเป็นโครงการสำรวจดวงจันทร์เชิงพาณิชย์ของ JAXA โดยจะมีการส่งหุ่นยนต์สำรวจ 2 ตัวขึ้นไปด้วย
หนึ่งในนั้นสร้างขึ้นโดย JAXA เป็นหุ่นยนต์โรเวอร์ 2 ล้อ ขนาดเล็ก ที่จะสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ ส่วนหุ่นยนต์โรเวอร์อีกตัวหนึ่งที่บริษัทญี่ปุ่นแห่งนี้จะส่งไปมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีชื่อว่า ราชิด (Rashid) ซึ่งเป็นยานพาหนะที่มี 4 ล้อ มีหน้าที่ในการทดสอบดินของดวงจันทร์
ภารกิจลูนา 25 (Luna 25) ของรัสเซีย และการส่งยานอวกาศไปดวงจันทร์ของเกาหลีใต้

ที่มาของภาพ, Getty Images
ภารกิจดวงจันทร์ในปี 2022 ของรัสเซียมีชื่อว่า ลูนา 25 (Luna 25)
มันจะเป็นภารกิจเดินทางสู่พื้นผิวดวงจันทร์ภารกิจแรกของรัสเซียในรอบ 45 ปี และจะเป็นภารกิจแรกที่จะแล่นลงจอดบนขั้วใต้ของดวงจันทร์ โดยจุดนี้เป็นบริเวณที่นาซากำลังพิจารณาจะส่งคนขึ้นไปบนดวงจันทร์
องค์การอวกาศแห่งรัสเซียมีกำหนดที่จะปฏิบัติภารกิจนี้ในเดือน ก.ค. 2022
สถาบันวิจัยการบินอวกาศสาธารณรัฐเกาหลี (Korea Aerospace Research Institute) ซึ่งเป็นองค์การอวกาศของเกาหลีใต้ จะส่งยาน Korean Pathfinder Lunar Orbiter (KPLO) ไปยังดวงจันทร์ในอีกหนึ่งเดือนหลังจากนั้นคือเดือน ส.ค. 2022
KPLO จะศึกษาพื้นผิวดวงจันทร์และช่วยวางแผนเกี่ยวกับภารกิจเดินทางไปยังขั้วของดวงจันทร์ในอนาคต
หุ่นยนต์เชิงพาณิชย์ของนาซา
บริษัทเอกชนหลายแห่งก็มีแผนที่จะเดินทางไปยังดวงจันทร์เช่นกัน
ในโครงการของนาซาที่ชื่อว่า บริการขนส่งไปดวงจันทร์เชิงพาณิชย์ (Commercial Lunar Payload Services--CLPS) บริษัทต่าง ๆ จะแข่งขันกันในการให้บริการขนส่งไปยังพื้นผิวของดวงจันทร์
บริษัท Intuitive Machines ซึ่งตั้งอยู่ในฮิวสตัน ตั้งเป้าที่จะใช้หุ่นยนต์ดวงจันทร์ 6 ขา ที่ชื่อว่า โนวา-ซี (Nova-C) ในการบรรทุกสัมภาระไปยังพื้นผิวของดวงจันทร์ในต้นปี 2022
ภารกิจต่อมาเป็นของบริษัท Astrobotic Technology ที่ตั้งอยู่ในเพนซิลเวเนีย ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2022 ภารกิจ Peregrine Mission 1 ของทางบริษัทแห่งนี้จะบรรทุกอุปกรณ์วิจัยวิทยาศาสตร์ด้วยแลนเดอร์ที่มี 4 ขาและมีรูปลักษณ์เหมือนกล่อง
เป้าหมายของภารกิจเหล่านี้คืออะไร
ดร.ซาร์เจียนต์กล่าวว่า ภารกิจเหล่านี้หลายภารกิจมีเป้าหมายในการสำรวจสภาพแวดล้อมบนดวงจันทร์ โดยมีจุดประสงค์ในการหาวิธีที่จะปกป้องลูกเรือและอุปกรณ์จากสิ่งที่เป็นอันตรายอย่างฝุ่นบนดวงจันทร์และลมสุริยะที่รุนแรง
ภารกิจเหล่านี้จะเปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ได้ทดสอบอุปกรณ์ต้นแบบและทำการทดลองที่พวกเขาอาจจะใช้ในการสร้างทรัพยากรต่าง ๆ อย่างน้ำขึ้นมาได้
"เราต้องการที่จะมั่นใจว่า เครื่องจักรเหล่านี้ทำงานได้ ก่อนที่เราจะส่งลูกเรือของเราขึ้นไปที่นั่น ซึ่งจำเป็นจะต้องพึ่งพาเสบียงอันมีค่าต่าง ๆ ที่พวกมันสร้างขึ้น" ดร.ซาร์เจียนต์กล่าว "สุดท้ายแล้ว เสบียงเหล่านี้อาจจะถูกใช้ในการผลิตเชื้อเพลิงที่จำเป็นในการปฏิบัติภารกิจเดินทางสู่ดาวอังคารต่อไป"
"ดวงจันทร์ยังทำหน้าที่เหมือนกับอุปกรณ์ทดสอบเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เราต้องการให้นำไปใช้บนดาวอังคารสักวันหนึ่ง มันใกล้โลกเรามากกว่า ใช้เวลาเดินทางเพียง 3 วัน แทนที่จะต้องใช้เวลาขั้นต่ำ 6 เดือนในการเดินทางไปถึงดาวอังคาร"









