ดาวอังคาร: สำรวจภารกิจอวกาศของ 3 ชาติที่เดินทางไปถึงดาวเคราะห์สีแดงในเดือนกุมภาพันธ์

A picture of the planet Mars

เดือนกุมภาพันธ์ 2564 เป็นช่วงที่ต้องติดตามภารกิจสำรวจดาวอังคารอย่างใกล้ชิด

ยานอวกาศ 3 ลำมีกำหนดเดินทางถึงดาวเคราะห์สีแดงเพื่อศึกษาชั้นบรรยากาศและธรณีวิทยา นอกจากนี้ยังมีการหาสัญญาณที่เป็นไปได้ของการมีชีวิตอยู่ของแบคทีเรียในสมัยโบราณด้วย

ดาวเทียมโฮปของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เข้าสู่วงโคจรของดาวอังคารแล้วเมื่อ 9 ก.พ. หลังจากเดินทางจากโลกเมื่อ 7 เดือนก่อน

2 วันหลังจากนั้น ภารกิจเทียนเวิ่น-1 ของจีน จะเดินทางไปถึง ส่วนยานเพอร์เซเวียแรนซ์ (Perseverance) ขององค์การนาซ่า คาดว่าจะเดินทางไปถึงดาวอังคารในวันที่ 18 ก.พ. นี้

ทั้ง 3 ภารกิจ ต่างฉวยจังหวะที่โลกและดาวอังคารโคจรเข้าใกล้กันในการเริ่มภารกิจ โดยระยะห่างระหว่างดาวเคราะห์ทั้งสองดวงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากความเร็วที่แตกต่างกันในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ ช่วงเวลาที่สามารถเริ่มภารกิจโดยใช้เชื้อเพลิงน้อยที่สุดจะเกิดขึ้น 1 ครั้งทุก ๆ 26 เดือน

เช่นเดียวกับภารกิจดาวอังคารภารกิจอื่น ๆ ยานอวกาศทั้ง 3 ลำนี้ต่างก็เผชิญกับความท้าทายที่น่าหวาดหวั่น รวมถึง "ความน่ากลัว 7 นาที" ที่ถูกกล่าวขานถึง ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาที่ยานอวกาศลดระดับลงจากชั้นบรรยากาศชั้นบนสุดของดาวอังคารลงมาบนพื้นผิวดาวอังคาร

ครึ่งหนึ่งของภารกิจเดินทางสู่ดาวอังคารที่เคยเกิดขึ้นในอดีตประสบความล้มเหลว

ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์จึงหวังว่า ภารกิจในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ แล้วพวกเขาคาดว่าหวังว่าจะค้บพบอะไรในภารกิจเหล่านี้

Presentational grey line

ภารกิจโฮปของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

Undated handout photo issued by Mohammed Bin Rashid Space Centre (MBRSC) of an artist's impression of the Hope Probe, the United Arab Emirates' first Mars mission, using the Hope probe

ที่มาของภาพ, PA Media

ภารกิจเดินทางสู่ดาวอังคารภารกิจแรกในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี เริ่มขึ้นจากการปล่อยจรวดจากญี่ปุ่นเมื่อเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว

ยานอวกาศนี้จะสำรวจชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้ ซึ่งเป็นภารกิจที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน

นักวิทยาศาสตร์คิดว่า ภารกิจนี้จะทำให้เราเข้าใจดียิ่งขึ้นว่าดาวอังคารสูญเสียอากาศและน้ำจำนวนมากไปได้อย่างไร

ต่างไปจากภารกิจของจีนและสหรัฐฯ โฮปจะไม่ลงจอดบนดาวอังคาร แต่จะโคจรรอบดาวเคราะห์ดวงนี้อย่างน้อย 1 ปีดาวอังคาร หรือเท่ากับ 687 วันบนโลก

คาดว่าข้อมูลที่ได้จะเริ่มส่งมายังโลกในช่วงเดือน ก.ย. นี้

แต่ก่อนหน้านั้น ภารกิจนี้จำเป็นจะต้องเผชิญกับปฏิบัติการที่มีความเสี่ยงในการเข้าสู่วงโคจรรอบดาวอังคาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ทางการยูเออีเรียกขั้นตอนนี้ว่า "อันตรายและซับซ้อน" โดยคาดว่า ขั้นตอนนี้จะใช้เวลาไปจนถึงเดือน เม.ย. นี้

กราฟิก

โจนาธาน อามอส ผู้สื่อข่าววิทยาศาสตร์ของบีบีซี เรียกภารกิจโฮปว่า เป็นมากกว่าความพยายามด้านวิทยาศาสตร์

"ถือเป็นยานแห่งแรงบันดาลใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะดึงดูดให้คนรุ่นใหม่ในเอมิเรตส์และทั่วภูมิภาคอาหรับสนใจวิทยาศาสตร์ ในโรงเรียนและในระดับอุดมศึกษา" เขากล่าว

ปัจจุบันมีเพียงสหรัฐฯ, อินเดีย อดีตสหภาพโซเวียต และสำนักงานอวกาศยุโรป เท่านั้น ที่ประสบความสำเร็จในการเดินทางถึงดาวอังคาร

การเดินทางถึงดาวอังคารของโฮปเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการครบรอบ 50 ปี การก่อตั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

สถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญทั่วยูเออีต่างประดับด้วยแสงไฟสีแดงในช่วงกลางคืน บัญชีผู้ใช้งานของรัฐบาลต่างติดแฮชแท็ก #ArabstoMars และในวันครบรอบจะมีการจัดการแสดงเฉลิมฉลองที่ ตึกเบิร์จ คาลิฟา (Burj Khalifa) ในนครดูไบ ซึ่งเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลก

Presentational grey line

ภารกิจเทียนเวิ่น-1 ของจีน

Tianwen Mars rover

ที่มาของภาพ, Getty Images

ภารกิจสำรวจดาวอังคารภารกิจแรกของจีนนี้ ซึ่งชื่อภารกิจแปลได้ว่า "คำถามต่อสวรรค์" จะยังไม่แล่นลงจอดในช่วงเวลา 3 เดือนนี้

เพื่อที่เหล่าวิศวกรจะได้ประเมินสภาพชั้นบรรยากาศบนดาวเคราะห์ดวงนี้ก่อนที่จะพยายามแล่นลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคารซึ่งเป็นภารกิจที่อันตราย

ในการแล่นลงจอดบนดาวอังคาร นักวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องลดความเร็วของยานอวกาศจากระดับ 20,000 กม.ต่อชั่วโมง ลงมาอยู่ที่ความเร็วเท่ากับคนเดินในตอนที่ "ล้อแตะพื้น"

จีนหวังว่าจะนำหุ่นยนต์น้ำหนัก 240 กิโลกรัมลงจอดบนพื้นที่ราบในบริเวณแอ่งยูโทเปียที่เกิดจากการพุ่งชุน (Utopia impact basin) ภายในเดือน พ.ค. นี้ หุ่นยนต์ที่ใช้พลังงานจากแผงโซลาร์ที่กางออกมา จะศึกษาธรณีวิทยาในภูมิภาคนี้ ทั้งในระดับพื้นผิวและต่ำกว่าระดับพื้นผิวของดาวอังคาร

เสาสูงมีกล้องติดตั้งอยู่เพื่อถ่ายภาพและให้ความช่วยเหลือในการนำทาง อุปกรณ์เพิ่มเติมอีก 5 อย่างจะช่วยประเมินด้านแร่วิทยาของหินในพื้นที่นั้นและตรวจสอบว่ามีน้ำแข็งอยู่หรือไม่

Model of Tianwen-1

ที่มาของภาพ, Reuters

นักวิทยาศาสตร์จีนจะใช้เวลาอย่างน้อย 90 วัน ในการส่งหุ่นยนต์ออกไปทำงาน จนถึงขณะนี้มีเพียงสหรัฐฯ เท่านั้นที่สามารถปฏิบัติภารกิจอยู่บนดาวอังคารเป็นเวลานาน (ภารกิจมาร์ส-3 ของโซเวียตและภารกิจบีเกิล-2 ของยุโรป เดินทางไปถึงแต่ประสบความล้มเหลวในเวลาไม่นานหลังจากนั้น)

เทียนเวิ่น-1 ได้ส่งภาพถ่ายภาพแรกของดาวอังคารกลับมาสู่โลกแล้ว เป็นภาพขาวดำที่เผยให้เห็นสภาพทางธรณีวิทยาคล้ายกับปากปล่องสเกียปาเรลลี (Schiaparelli) และวัลเลส มาริเนริส (Valles Marineris) ซึ่งเป็นแนวหุบเขาลึกที่ทอดตัวเป็นบริเวณกว้างใหญ่บนพื้นผิวดาวอังคาร

ภาพนี้ถ่ายจากจุดที่อยู่ห่างจากดาวอังคาร 2.2 ล้านกิโลเมตร

ภาพดาวอังคารภาพนี้ถ่ายโดยยานเทียนเวิ่น-1 ที่ไม่มีมนุษย์เดินทางไปด้วยของจีน จากจุดที่อยู่ห่างจากดาวอังคาร 2.2 ล้านกิโลเมตร 5 ก.พ. 2021

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ภาพดาวอังคารภาพนี้ถ่ายโดยยานเทียนเวิ่น-1 ที่ไม่มีมนุษย์เดินทางไปด้วยของจีน จากจุดที่อยู่ห่างจากดาวอังคาร 2.2 ล้านกิโลเมตร

เทียนเวิ่น-1 ไม่ใช่ความพยายามเดินทางสู่ดาวอังคารครั้งแรกของจีน ภารกิจก่อนหน้านี้จีนทำร่วมกับรัสเซียในปี 2011 แต่ประสบความล้มเหลวในการปล่อยตัว

แต่จีนมีความมั่นใจหลังจากส่งหุ่นยนต์ไปดวงจันทร์ 2 ตัว โดยครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในปีที่แล้ว ทำให้จีนกลายเป็นชาติแรกที่ประสบความสำเร็จในการแล่นลงจอดอย่างนุ่มนวลบริเวณด้านไกลของดวงจันทร์

Presentational grey line

ภารกิจเพอร์เซเวียแรนซ์ของสหรัฐฯ

An undated handout picture made available by the National Aeronautics and Space Administration (NASA)'s Jet Propulsion Laboratory (JPL) in Southern California, USA shows an illustration of NASA"s Perseverance rover landing safely on Mars (issued 08 February 2021).

ที่มาของภาพ, EPA/Nasa/JPL-Caltech

ภารกิจเพอร์เซเวียแรนซ์ขององค์การนาซ่าจะหาหลักฐานการมีชีวิตอยู่ของแบคทีเรียในสมัยดึกดำบรรพ์บนดาวอังคาร โดยจะเก็บตัวอย่างหินที่อาจจะให้เบาะแสอันประเมินค่าไม่ได้ว่า เคยมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้หรือไม่

ยานอวกาศลำใหญ่ที่สุดและฉลาดที่สุดเท่าที่เคยส่งไปลงจอดบนดาวเคราะห์อีกดวงลำนี้ คาดว่าจะแตะพื้นผิวดาวอังคารบริเวณปล่องที่อยู่ใกล้กับเส้นศูนย์สูตรซึ่งมีชื่อว่า เยเซโร (Jezero) ในเวลาประมาณ 21.00 น. ตามมาตรฐานกรีนิช ของวันที่ 18 ก.พ. นี้ หรือตรงกับเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันที่ 19 ก.พ. ตามเวลาในประเทศไทย

"เมื่อนักวิทยาศาสตร์มองไปที่จุดแล่นลงจอดคือ ปากปล่องเยเซโร (Jezero Crater) พวกเขาเห็นความหวังทางวิทยาศาสตร์ในทุกเรื่อง ร่องรอยของแม่น้ำโบราณที่ไหลเข้าและไหลออกจากปากปล่องแห่งนี้ และคิดว่า นั่นคือที่ที่จะต้องไปตรวจสอบหาสัญญาณการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตในอดีต แต่เมื่อผมมองไปที่เยเซโร ผมเห็นอันตราย" อัลเลน เฉิน วิศวกรที่เป็นหัวหน้าความพยายามในการเข้าสู่วงโคจร, ลดระดับและแล่นลงจอด (Entry, Descent and Landing--EDL) ของยานเพอร์เซเวียแรนซ์ กล่าว

"มีอันตรายอยู่ทุกที่ มีหน้าผาที่สูง 60-80 เมตร ที่ตัดผ่านกลางบริเวณที่เราแล่นลงจอด ถ้าคุณมองไปทางตะวันตก มีปากปล่องอีกหลายแห่งที่หุ่นยนต์ไม่สามารถฝ่าไปออกไปได้ ต่อให้เราสามารถแล่นลงจอดในหนึ่งในปากปล่องเหล่านั้นได้สำเร็จก็ตาม และถ้าคุณมองไปทางตะวันออก มีหินขนาดใหญ่ที่หุ่นยนต์ของเราคงจะไม่ดีใจถ้าเรานำไปหย่อนลงบนนั้น" เขากล่าวกับบีบีซี นิวส์

Perseverance rover

ที่มาของภาพ, NASA / JPL-Caltech

โชคดี ยานเพอร์เซเวียร์แรนซ์ได้มีเทคโนโลยีบางอย่างที่ผ่านการทดสอบและทดลองใช้งาน ที่น่าจะทำให้มั่นใจได้ว่า มันจะเดินทางไปถึงจุดที่ปลอดภัยบนพื้นผิวดาวอังคาร

ยานลำนี้มีขนาดไม่ต่างจากรถเอสยูวีขนาดเล็ก และมีน้ำหนัก 1 ตัน

ยานสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเองราว 200 เมตรต่อวัน มีกล้อง 19 ตัวและไมโครโฟน 2 ตัวติดตั้งอยู่ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์หวังว่า จะใช้บันทึกเสียงแรกบนดาวอังคารไว้

นอกจากนี้ ภารกิจนี้ก็จะพยายามส่งโดรนที่มีน้ำหนัก 1.8 กิโลกรัมขึ้นไปบินบนดาวเคราะห์ดวงอื่นเป็นครั้งแรกด้วย

แม้ว่าจะมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ แต่เราจะค้นพบคำตอบของภารกิจเพียร์เซเวียแรนซ์ได้อย่างเต็มที่ก็ต่อเมื่อตัวอย่างที่เก็บมาจากดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้ถูกส่งกลับมาบนพื้นโลก นั่นหมายถึงหลังจากภารกิจนี้สิ้นสุดลง หรือ 2 ปีนับจากนี้