รัฐประหารเมียนมา : ผู้นำทหารอ้างฝ่ายต่อต้านใช้ข่าวปลอมโควิดเพื่อ "ก่อการร้ายทางชีวภาพ"

พล.อ. อาวุโส มิน อ่อง หล่าย

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, พล.อ. อาวุโส มิน อ่อง หล่าย กล่าวสุนทรพจน์ปกป้องการทำรัฐประหารของเขา และกล่าวโจมตีฝ่ายต่อต้าน

พล.อ. อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐประหารในเมียนมาเมื่อเดือน ก.พ. แต่งตั้งตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี และระบุว่า การปกครองในภาวะฉุกเฉินอาจขยายไปถึงเดือน ส.ค. 2023 ด้านอาเซียนหารือเตรียมตั้งทูตพิเศษประจำเมียนมา ช่วยฟื้นฟูเสถียรภาพในประเทศ

ในการกล่าวสุนทรพจน์นาน 1 ชั่วโมง เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ มิน อ่อง หล่าย รับปากว่า จะจัด "การเลือกตั้งหลายพรรคที่เสรีและยุติธรรม" แต่ยังคงเรียกพรรคการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งเขาได้กำจัดออกไปว่า "ผู้ก่อการร้าย" หลัง มีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 1 พันคน ในการปราบปรามผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหารที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

ผู้ประท้วงหลายคนเป็นเจ้าหน้าที่ในระบบสาธารณสุขที่ล่มสลายลงท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19

จนถึงขณะนี้ เมียนมามีรายงานผู้ติดเชื้อแล้ว 300,000 คน และผู้เสียชีวิต 9,300 คน แต่การตรวจหาเชื้อที่ทำได้อย่างจำกัด ทำให้ตัวเลขเหล่านี้อาจจะต่ำกว่าความเป็นจริงมาก

ในการกล่าวสุนทรพจน์ทางโทรทัศน์ พล.อ. อาวุโส มิน อ่อง หล่าย กล่าวหาผู้ที่ต่อต้านการทำรัฐประหารว่า จงใจที่จะแพร่โควิด-19

เขากล่าวถึง "ข่าวปลอมและข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงทางเครือข่ายโซเชียล" เกี่ยวกับนโยบายโควิดของรัฐบาลเมียนมา และเรียกมันว่าเป็น "เครื่องมือการก่อการร้ายทางชีวภาพ"

โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซีในกรุงเทพ กล่าวว่า สุนทรพจน์ที่ประหลาดนี้พูดถึงตั้งแต่เรื่องความจำเป็นในการปลูกฝ้ายและหอมเพิ่มขึ้น ไปจนถึงการประณามผู้ที่พยายามจะทำลายรัฐและประเพณีของเมียนมา

พล.อ. อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ยังพูดว่า จะสกัดการระบาดด้วยการเพิ่มการฉีดวัคซีนให้ประชาชน การขยายวันหยุดราชการและสิ่งที่เขาเรียกว่า ความร่วมมือกันอย่างกลมเกลียวของประชาชน

แต่ผู้สื่อข่าวของเรารายงานว่า บุคลากรการแพทย์หลายสิบคน ได้ถูกจับกุมตัวและอีกหลายคนกำลังหลบซ่อนตัวอยู่นับตั้งแต่เกิดรัฐประหาร ขณะที่ผู้คนที่ต้องการรับการรักษาพยาบาลระบุว่า ทหารได้ไล่พวกเขาออกไปจากโรงพยาบาล และจำกัดการเข้าถึงออกซิเจนอย่างเข้มงวด ปล่อยให้คนจำนวนมากเสียชีวิตอยู่ที่บ้าน

หลังจากกองทัพยึดอำนาจในเดือน ก.พ. ได้มีการประกาศภาวะฉุกเฉินนาน 1 ปี แต่ได้มีการรณรงค์อารยะขัดขืนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีคนงานหลายหมื่นคนถูกไล่ออก หรือไม่ก็หยุดงานประท้วง

พล.อ. อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ยืนกรานว่า เมียนมามีความมั่นคง และระบุเพิ่มเติมว่า "ผมรับปากว่าจะจัดการเลือกตั้งแบบหลายพรรคให้สำเร็จ"

แต่ยังไม่ชัดเจนว่า พรรคการเมืองเหล่านั้นมีพรรคอะไรบ้าง โดยนายพลของเมียนมาผู้นี้เรียกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy--NLD) ของนางออง ซาน ซู จี และผู้สนับสนุนพรรคว่า "ผู้มีแนวคิดสุดโต่ง [ซึ่ง] เลือกที่จะกระทำการก่อการร้ายแทนที่จะทำหรือแก้ปัญหาให้สอดคล้องกับกฎหมาย"

นางออง ซาน ซู จี หัวหน้าพรรค NLD ได้ถูกควบคุมตัวไว้ตั้งแต่เกิดรัฐประหาร และเผชิญกับข้อกล่าวหาทางอาญาหลายข้อ

ออง จอว์ โม นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนชาวเมียนมา กล่าวกับบีบีซีว่า การรับปากของนายพลว่าจะจัดการเลือกตั้งคือ "คำโกหกและมันจะไม่เกิดขึ้น...ประชาชนเมียนมาจะไม่เชื่อคำสัญญาแบบนั้น"

คำบรรยายวิดีโอ, รัฐประหารเมียนมา : คุยกับตำรวจเมียนมาที่เข้าร่วมกับประชาชนต่อสู้กับไล่ทหารเมียนมา

เมียนมาอยากได้ อดีต รมช. ไทยเป็น ทูตอาเซียน

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของอาเซียนกำลังเผชิญแรงกดดันให้แต่งตั้งทูตพิเศษประจำเมียนมาภายในสัปดาห์นี้ หลังจากการเจรจากันนานหลายเดือนยังคงไม่ได้ฉันทามติในเรื่องนี้ โดยคาดว่า การประชุมกันในวันที่ 2 ส.ค. จะมีการแต่งตั้งทูตพิเศษที่มีหน้าที่ในการยุติความรุนแรงและส่งเสริมการเจรจาระหว่างรัฐบาลทหารของเมียนมาและฝ่ายต่อต้าน

รอยเตอร์รายงานว่า สหประชาชาติ, สหรัฐฯ และจีน และอีกหลายประเทศ ระบุว่า กลุ่มอาเซียนซึ่งมีสมาชิก 10 ชาติรวมถึงเมียนมา เหมาะสมที่สุดในการเป็นหัวหอกดำเนินการทางการทูตเพื่อพยายามฟื้นฟูเสถียรภาพในเมียนมา

รอยเตอร์ระบุว่า การหาตัวทูตพิเศษเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือน เม.ย. เมื่อผู้นำชาติอาเซียนได้ออก "ฉันทามติ 5 ข้อ" เพื่อแก้ไขความวุ่นวายในเมียนมา ด้านสหประชาชาติและสหรัฐฯ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์นี้ได้เรียกร้องให้อาเซียนเร่งแต่งตั้งทูตพิเศษ

เอรีวัน ยูซอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศของบรูไน กล่าวเมื่อ 30 ก.ค. ว่า เขาหวังว่าจะมีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายในวันจันทร์นี้ "หากไม่มีทูตในการนำทาง ก็เป็นเรื่องยากมาก" ในการแก้ไขสถานการณ์ในเมียนมาได้

ผู้คนออกมาประท้วงในนครย่างกุ้งเมื่อ 14 ก.ค.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ผู้คนออกมาประท้วงในนครย่างกุ้งเมื่อ 14 ก.ค.

รอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวในวงการการทูตในภูมิภาค 4 คนว่า เอรีวัน เป็นผู้ที่ได้รับการสนับสนุนให้เป็นทูตพิเศษและได้รับการช่วยเหลือจาก "ที่ปรึกษา" แต่การหารือของเจ้าหน้าที่ทางการอาวุโสอาเซียนเมื่อ 29 ก.ค. ไม่สามารถตกลงกันได้

แหล่งข่าวดังกล่าวยังบอกกับรอยเตอร์ว่า สมาชิกอาเซียน 9 ชาติ และรัฐบาลทหารของเมียนมาจะต้องให้การรับรองการแต่งตั้งดังกล่าว

รอยเตอร์รายงานว่า พล.อ. อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ระบุในการกล่าวสุนทรพจน์เมื่อ 1 ส.ค. ว่า เมียนมาสนับสนุนนายวีระศักด์ ฟูตระกูล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศของไทยให้มาเป็นทูตพิเศษประจำเมียนมา แต่ "ได้มีข้อเสนอใหม่ออกมาและเราไม่สามารถที่จะเดินหน้าต่อไปได้"

"เมียนมาพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับอาเซียนภายในกรอบการทำงานของอาเซียน รวมถึงการเจรจากับทูตพิเศษอาเซียนประจำเมียนมา"

ด้านโฆษกของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติของเมียนมาที่ต่อต้านรัฐบาลทหาร ระบุว่า ทูตพิเศษนี้จะต้อง "ให้ความสำคัญกับประชาชนเมียนมาก่อนเป็นลำดับแรก"

รอยเตอร์รายงานว่า เอรีวัน ยืนยันอย่างเปิดเผยว่า เขาเป็นหนึ่งใน 4 ตัวเลือก ด้านนักการทูตระบุว่า ผู้ได้รับการพิจารณาอีก 3 คนคือ นายวีระศักดิ์ จากประเทศไทย, นายฮัสซัน วีระจูดา อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของอินโดนีเซีย และนายราซาลี อิสมาอิล นักการทูตชาวมาเลเซีย