เตรียมชมปรากฏการณ์ตื่นตา “ซูเปอร์มูนสีเลือดแห่งฤดูดอกไม้บาน” คืนวิสาขบูชา

พระจันทร์สีเลือดในกรุงเอเธนส์ เดือน ก.ค. 2018

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, คำว่า eclipse หรืออุปราคา มาจากภาษากรีกโบราณที่แปลว่าการหายไปหรือการทอดทิ้ง

คืนวันที่ 26 พ.ค. ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชานี้ ผู้คนในหลายภูมิภาคทั่วโลกจะมีโอกาสได้ชมปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดครั้งหนึ่ง นั่นก็คือการที่พระจันทร์เต็มดวงโคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุด จนเห็นว่าส่องสว่างเป็นดวงกลมโตกว่าปกติ หรือที่เรียกกันว่า "ซูเปอร์มูน" โดยปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นพร้อมกับ "จันทรุปราคาเต็มดวง" ในคราวเดียวกันอีกด้วย

นักดาราศาสตร์ในโลกตะวันตกตั้งชื่อให้ปรากฏการณ์พิเศษนี้ว่า "ซูเปอร์มูนสีเลือดแห่งฤดูดอกไม้บาน" (Super flower blood moon) นับเป็นปรากฏการณ์ของดวงจันทร์ที่มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นในรอบสองปีครึ่ง และยังคาดว่าเป็นจันทรุปราคาเต็มดวงเพียงครั้งเดียวของปี 2021

แม้เราจะเพิ่งได้ชมปรากฏการณ์ซูเปอร์มูนสีชมพู หรือ "พิงก์ซูเปอร์มูน" ไปเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ในคราวนี้องค์การนาซาแจ้งว่าดวงจันทร์จะเข้าใกล้โลกมากขึ้นกว่าครั้งก่อนถึง 157 กิโลเมตร

เหตุที่ดวงจันทร์ในปรากฏการณ์นี้ได้ชื่อว่าเป็นสีเลือดในฤดูดอกไม้บาน เพราะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม อันเป็นช่วงเวลาฤดูใบไม้ผลิในซีกโลกเหนือที่ดอกไม้หลายชนิดพากันเบ่งบาน โดยในขณะที่เกิดจันทรุปราคาเต็มดวงนั้น เงาของโลกจะบดบังแสงอาทิตย์ไปเกือบทั้งหมด แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ลอดผ่านชั้นบรรยากาศโลกไปถึงดวงจันทร์ได้ ทำให้เกิดการกรองแสงสีฟ้าออกไป จนเรามองเห็นดวงจันทร์เป็นสีแดงจาง ๆ คล้ายกับเลือดนั่นเอง

ซูเปอร์มูนสีเลือดในฤดูดอกไม้บานครั้งนี้ สามารถสังเกตเห็นได้ในพื้นที่ทางตะวันตกของอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ รวมทั้งบางส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ออสเตรเลีย, และภูมิภาคโอเชียเนีย โดยซูเปอร์มูนสีเลือดอาจเกิดขึ้นให้เห็นเป็นเวลานานถึง 104 นาที

จันทรุปราคาเต็มดวง

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, ขั้นตอนต่าง ๆ ของการเกิดจันทรุปราคาในปี 2010

แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าผู้ชมในประเทศไทยจะเห็นการเกิดจันทรุปราคาได้เพียงบางส่วนเท่านั้น โดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) แนะนำว่าผู้สนใจสามารถสังเกตดวงจันทร์ได้ด้วยตาเปล่าระหว่างเวลา 18:38-19:52 น.

อุปราคา (Eclipse) มีกี่แบบ

โดยทั่วไปแล้ว อุปราคาเกิดจากการโคจรของดวงจันทร์และโลกรอบดวงอาทิตย์ เมื่อโลกและดวงจันทร์เคลื่อนที่มาอยู่ในระนาบเดียวกันจะทำให้เกิดการบดบังแสงอาทิตย์และเกิดเงาขึ้นได้

จันทรุปราคาเต็มดวง

ที่มาของภาพ, NASA

คำบรรยายภาพ, ระหว่างเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง แสงอาทิตย์บางส่วนถูกกรองด้วยชั้นบรรยากาศโลก จนมองเห็นดวงจันทร์เป็นสีส้ม

จันทรุปราคา (Lunar eclipse) จะเกิดขึ้นเมื่อโลกอยู่ในตำแหน่งกลางระหว่างดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ทำให้ดวงจันทร์เคลื่อนผ่านเข้าไปในเงาของโลก ส่วนสุริยุปราคา (Solar eclipse) จะเกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์อยู่ในตำแหน่งระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ทำให้เงาของดวงจันทร์ทอดยาวตกลงบนพื้นโลก

จันทรุปราคานั้นสามารถจำแนกออกได้เป็น 3 แบบย่อย ได้แก่จันทรุปราคาเต็มดวง, จันทรุปราคาบางส่วน และจันทรุปราคาเงามัว

จันทรุปราคาเต็มดวง (Total lunar eclipse) เกิดขึ้นเมื่อเงาของโลกบดบังแสงอาทิตย์ที่ส่องไปยังดวงจันทร์เกือบทั้งหมด เนื่องจากเส้นผ่านศูนย์กลางของโลกใหญ่กว่าของดวงจันทร์ 4 เท่า อย่างไรก็ตาม ยังมีแสงสว่างบางส่วนที่ลอดผ่านชั้นบรรยากาศโลกไปถึงดวงจันทร์ได้ ปรากฎการณ์นี้ทำให้เกิดการกรองแสงสีฟ้าออกไป จนเรามองเห็นดวงจันทร์เป็นสีแดงคล้ายเลือด

กราฟิก

จันทรุปราคาบางส่วน (Partial lunar eclipse) เกิดขึ้นเมื่อพื้นผิวของดวงจันทร์เพียงบางส่วนเข้าไปในเงาของโลก สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าจันทรุปราคาเต็มดวง และมักเกิดขึ้นบ่อยถึงปีละสองครั้งเป็นอย่างน้อย เงาที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวของดวงจันทร์อาจปรากฏเป็นสีแดงสนิมไปจนถึงสีเทาคล้ายเถ้าถ่าน ขึ้นอยู่กับองศาของการเกิดจันทรุปราคาครั้งนั้น

จันทรุปราคาเงามัว (Penumbral lunar eclipse) เกิดจากดวงจันทร์ผ่านเข้าไปในบริเวณเงามัวของโลก ซึ่งเป็นเงาที่มีความสว่างมากกว่าเงามืดและมองเห็นได้ไม่ชัดเจนเท่า ยิ่งพื้นผิวของดวงจันทร์เข้าไปในเงามัวไม่มากนัก ก็จะยิ่งสังเกตเห็นได้ยาก ทำให้ไม่ค่อยมีการแจ้งถึงปรากฏการณ์นี้ให้คนทั่วไปได้ทราบ

จันทรุปราคา

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, จันทรุปราคาจะเกิดขึ้นเมื่อโลกอยู่ในตำแหน่งกลางระหว่างดวงจันทร์และดวงอาทิตย์

ส่วนสุริยุปราคานั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 แบบเช่นกัน ได้แก่สุริยุปราคาเต็มดวง (Total solar eclipse), สุริยุปราคาวงแหวน (Annular eclipse), และสุริยุปราคาผสม (Hybrid eclipse) นอกจากนี้ยังมีอุปราคาของระบบดาวฤกษ์หลายดวง (Stellar eclipse) ที่อยู่นอกระบบสุริยะอีกด้วย