ซากจรวดจีน “ลองมาร์ช 5บี” ตกลงในมหาสมุทรอินเดียบริเวณใกล้มัลดีฟส์

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES
ชิ้นส่วนแกนกลางของจรวด "ลองมาร์ช 5บี" (Long March 5B) ตกกลับสู่โลกแล้ว โดยทางการจีนยืนยันว่าชิ้นส่วนจรวดหนักกว่า 18 ตันดังกล่าว ได้แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนตกลงในมหาสมุทรอินเดีย บริเวณใกล้กับทิศตะวันตกของประเทศมัลดีฟส์ เมื่อเวลา 9.24 น. ตามเวลาในประเทศไทย โดยขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหายแต่อย่างใด
มีผู้สังเกตเห็นชิ้นส่วนของลองมาร์ช 5บี ผ่านเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกที่เหนือคาบสมุทรอาระเบีย ก่อนจะพุ่งผ่านน่านฟ้าของประเทศซาอุดีอาระเบียและโอมาน ออกสู่ทะเลอาหรับและมหาสมุทรอินเดียตามลำดับ โดยทางการจีนยืนยันพิกัดของจุดตกที่ 2.65 องศาเหนือ 72.47 องศาตะวันออก
หลังเสร็จสิ้นภารกิจขนส่งส่วนประกอบหรือโมดูล "เทียนเหอ" ไปยังสถานีอวกาศแห่งใหม่ของจีน ชิ้นส่วนจรวดซึ่งค่อย ๆ ตกลงมาโดยไร้การควบคุมทำให้ผู้คนทั่วโลกต้องตามลุ้นกันมานานหลายสัปดาห์ว่า ชิ้นส่วนขนาดยักษ์จะสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนหรือไม่ เนื่องจากมันพุ่งทะยานมาด้วยความเร็วถึง 27,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ชิ้นส่วนของจรวดลองมาร์ช 5บี ที่ตกลงมาในครั้งนี้ ถือว่าเป็นวัตถุขนาดใหญ่ที่สุดชิ้นหนึ่งในรอบกว่า 40 ปี ซึ่งตกกลับสู่โลกโดยไม่มีระบบควบคุมทิศทางเพื่อความปลอดภัย ทำให้หลายชาติอย่างสหรัฐฯ และรัสเซีย ต้องจับตาดูวิถีโคจรของมันอย่างใกล้ชิด ขณะที่ชิ้นส่วนจรวดตกกลับสู่ชั้นบรรยากาศโลก

ที่มาของภาพ, AEROSPACE CORPORATION
การทำนายจุดตกและเวลาที่ตกถึงพื้นโลกล่วงหน้าทำได้ยากมาก เพราะการลดระดับความสูงของชิ้นส่วนจรวดที่กำลังโคจรวนรอบโลกทุก 90 นาทีนั้น จะเป็นไปอย่างเชื่องช้าหรือรวดเร็วขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่นความหนาแน่นของอากาศด้านบนซึ่งทำให้เกิดแรงต้านการเคลื่อนที่ของชิ้นส่วนจรวดได้
ตามปกติแล้วชิ้นส่วนจรวดที่แยกตัวออกหลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ไม่นาน จะตกกลับลงมาในมหาสมุทรทันที แต่ชิ้นส่วนหลักของจรวดลองมาร์ช 5บี กลับเร่งความเร็วเหนือความคาดหมายจนพุ่งทะยานเข้าสู่วงโคจรโลกไป การที่มันบินวนไปรอบโลกเป็นเวลานานโดยไม่มีระบบควบคุมทิศทางเช่นนี้ ทำให้ยากต่อการคาดคะเนว่าจะตกลงที่ไหนและเมื่อใดกันแน่
เมื่อปีก่อนชิ้นส่วนของจรวดจีนรุ่นเดียวกันนี้ เคยตกลงบนพื้นที่ไร้ผู้คนอยู่อาศัยของประเทศโกตดิวัวร์ในแอฟริกามาแล้ว ส่วนเมื่อปี 2018 สถานีอวกาศเทียนกง-1 ของจีนก็ตกลงในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ใกล้กับเกาะตาฮีตี ทำให้ครั้งนี้นานาชาติพากันตำหนิกิจกรรมสำรวจอวกาศของจีนว่าขาดความรับผิดชอบ
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงเมื่อวันที่ 8 พ.ค.ว่าความเสี่ยงที่ชิ้นส่วนของจรวดลองมาร์ชจะเป็นอันตรายนั้นมีความเป็นไปได้ต่ำมาก เพราะน่าจะถูกเผาไหม้หมดไประหว่างที่พุ่งผ่านชั้นบรรยากาศโลกเป็นส่วนใหญ่
ส่วนมาตรฐานการจัดการกับชิ้นส่วนจรวดในปัจจุบันนั้น นิยมใช้ระบบควบคุมทำให้ชิ้นส่วนที่แยกตัวออกหลุดจากวงโคจรในทันที เพื่อให้ตกกลับลงในบริเวณใกล้เคียงที่คาดไว้ล่วงหน้าได้ สำหรับจรวดส่วนบนซึ่งเข้าสู่วงโคจรโลกและอาจต้องบินวนรอบโลกหลายครั้ง จะใช้เครื่องยนต์ที่จุดระเบิดซ้ำได้เพื่อบังคับทิศทางให้ชิ้นส่วนจรวดตกกลับลงมาในเวลาที่เหมาะสม
สถานที่ปลอดภัยที่สุดแห่งหนึ่งในการเป็น "สุสาน" ของขยะอวกาศที่ตกกลับสู่โลก คือจุดที่อยู่ห่างไกลพื้นทวีปมากที่สุดในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ หรือ "ขั้วมหาสมุทรที่เข้าไม่ถึง" (Oceanic pole of inaccessibility) จุดนี้ตั้งอยู่ระหว่างผืนแผ่นดินของออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอเมริกาใต้ และเป็นที่อยู่ของซากจรวด ดาวเทียม และสถานีอวกาศจาก 260 ภารกิจในอดีต










