ราษฎร : ย้อนรอยอดอาหารประท้วง จากคานธี สู่ นักโทษไออาร์เอ เพนกวิน รุ้ง และฝ่ายค้านรัสเซีย

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
"เคารพการตัดสินใจ" กับ "ขอให้รักษาชีวิตไว้"
นี่เป็นสองทัศนะที่น่าจะกำลังปะทะต่อสู้กันไปมาในหัวผู้สนับสนุนขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยและปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ แม่ของนายพริษฐ์ หรือ "เพนกวิน" และน.ส. เมธาวี สิทธิจิรวัฒนกุล พี่สาวของ น.ส.ปนัสยา หรือ "รุ้ง"
นายพริษฐ์ อดอาหารในเรือนจำมาร่วม 5 สัปดาห์แล้ว เพื่อประท้วงที่เขาและจำเลยในคดี ม.112 และคดีอันเนื่องมาจากการชุมนุมทางการเมืองหลายคนไม่ได้รับสิทธิ์ในการประกันตัวเพื่อต่อสู้คดี ขณะที่แกนนำกลุ่ม "ราษฎร" อีกคนหนึ่ง คือ น.ส.ปนัสยา ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ก็ลดปริมาณอาหารตาม ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นอกจากการเฝ้าดูอาการและท่าทีของทางการ เวลาที่เริ่มผ่านไปเนิ่นนานอาจทำให้หลายคนเริ่มนึกถึงกรณีการอดอาหารประท้วง (hunger strike) อื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในไทยและต่างประเทศ "อาวุธ" เพื่อการเคลื่อนไหวต่อสู้ชนิดนี้มีประสิทธิภาพแค่ไหน และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างไร
ในไทย กรณีที่ใกล้เคียงและหลายคนอาจนึกถึงคือ เมื่อปี 2555 ที่นายปณิธาน พฤกษาเกษมสุข อดอาหาร 112 ชั่วโมง เพื่อให้พ่อของเขา นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ได้รับสิทธิ์ในการประกันตัวเพื่อต่อสู้คดี อย่างไรก็ดี นายสมยศก็ถูกปฏิเสธการประกันตัวทุกครั้ง ถูกจำคุกอยู่ 7 ปีเต็ม และกำลังถูกดำเนินคดีอีกครั้งตอนนี้ ด้วยข้อหาเดิม
ปณิธานบอกกับบีบีซีไทยว่า การอดอาหารเป็นวิธีที่ทรงพลังถ้าทำให้สังคมเห็นด้วยและเห็นถึงประเด็นที่กำลังจะสื่อสาร แต่ตั้งข้อสังเกตว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ พอยืดเยื้อ คนในสังคมที่แม้จะเป็นฝ่ายเดียวกันก็เริ่มจะเห็นต่างออกไป เรียกร้องให้เลิก
"มันอาจจะเป็นวิธีในอดีตเพราะคนรู้สึกว่าการอดอาหารประท้วงทำให้คนคิดได้ว่ามีความอยุติธรรมเกิดขึ้นในสังคม" ลูกชายคนโตของสมยศ กล่าว "แต่ด้วยความที่สังคมอาจจะเปลี่ยน [มี]ไอเดียเรื่องคุณค่าของชีวิตมีค่ามากที่สุด ...ฝั่งเดียวกันเองมองว่าการเอาชีวิตไปทิ้งโดยที่แบบคนไม่สนใจ มันก็อาจจะไม่คุ้มค่า"
อย่างไรก็ดี ในฐานะปัจเจกบุคคล เขาก็เข้าใจ เคารพ และชื่นชมสิ่งที่นายพริษฐ์และน.ส.ปนัสยา กำลังทำอยู่
"มนุษย์ก็มีอิสระ เจตจำนงเสรีในการที่จะตัดสินใจอยุ่แล้ว ...คุณค่าชีวิตของแต่ละคนมันก็ไม่เหมือนกัน มันไม่มีใครกำหนดคุณค่าตายตัวว่า ถ้าคุณทำแบบเนี่ย คุณโง่ ใช้ชีวิตไม่คุ้มค่า แต่ละคนก็มีมุมมองไม่เหมือนกัน ถ้าตัดสินใจไปแล้วในฐานะปัจเจกก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเขา"
เมื่อถามว่าหากเกิดกรณีการเสียชีวิตขึ้นมาจริง ๆ จะเกิดอะไรขึ้น ปณิธานบอกว่าคงเป็นประเด็นให้เคลื่อนไหวต่อ แต่คงไม่ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงแบบทันทีทันใด "ประเด็นมันอยู่ที่ว่ามันส่งไม้ต่อได้หรือเปล่า"
"พอพวกเขาถูกจับเข้าคุกไปก็ไม่เห็นแล้วว่าใครจะมาแทน ...ที่จะไปต่อได้จริงๆ คือการจัดองค์กร จะทำไงต่อ ทิศทางเป็นยังไง จะมาเป็นผู้นำชัดเจน ซึ่งมันไม่มีตรงนี้"
ปณิธานบอกว่าเดาไม่ถูกว่าทางรัฐกำลังคิดอะไรอยู่กับการอดอาหารประท้วงในครั้งนี้ แต่ "คงไม่ได้สนใจมาก เป็นห่วงเป็นใย รู้สึกผิด หรือรู้สึกอับอาย ...ไม่ใช่แน่ ๆ"
"ถ้าจะรู้สึกอะไรบางอย่างก็คงสนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น สาธารณชนจะมองยังไงถ้าเราปล่อยให้คนในคุกตายมากกว่า คงเป็นความกังวลในแง่นั้น"
สิทธิผู้ยากไร้
ผู้ใช้วิธีอดอาหารประท้วงที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของโลกคือ มหาตมะ คานธี มหาบุรุษแห่งอินเดีย เขาใช้วิธีนี้หลายต่อหลายครั้งเพื่อเรียกร้องสิทธิของผู้ยากไร้ทั้งหลาย อาทิ เมื่อปี 1932 ขณะอยู่ในเรือนจำในเมืองปูเน่ รัฐมหาราษฏระ เขาเริ่มอดอาหารประท้วงที่รัฐบาลอังกฤษตัดสินใจสนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของอินเดียซึ่งจะทำให้ชนชั้นจัณฑาล ซึ่งเป็นวรรณะที่ต่ำต้อยที่สุด มีระบบผู้แทนทางการเมืองที่แตกต่างออกไปจากคนวรรณะอื่น ซึ่งในที่สุด รัฐบาลอังกฤษก็ยอมอ่อนข้อ

ที่มาของภาพ, Getty Images
การอดอาหารที่เป็นรู้จักกันมาที่สุดครั้งหนึ่งของมหาบุรุษแห่งอินเดียผู้นี้เกิดขึ้นเมื่อปี 1943 โดยเขาอดอาหารประท้วงอยู่ 21 วัน จากการที่ทางการอังกฤษควบคุมตัวเขาไว้โดยไม่ได้มีข้อหาใด ๆ
การอดอาหารครั้งสุดท้ายของเขาเกิดขึ้นในปี 1948 เพื่อเรียกร้องให้ชาวฮินดูและชาวมุสลิมในกรุงนิวเดลีร่วมมือกันเจรจาเพื่อให้ได้มาซึ่งสันติภาพ
อย่างไรก็ดี ไม่ถึง 2 สัปดาห์จากการประท้วงในครั้งนั้น เขาถูกชาวฮินดูที่มีแนวคิดสุดโต่งยิงเสียชีวิต โดยชายคนดังกล่าวโกรธแค้นที่คานธีมีแนวคิดเป็นมิตรกับชาวมุสลิมและปากีสถาน
สิทธิเลือกตั้ง
ปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การอดอาหารกลายมาเป็นเครื่องมือเคลื่อนไหวสำคัญในศตวรรษที่ 20 คือขบวนการเรียกร้องสิทธิเลือกตั้งของผู้หญิงในสหราชอาณาจักร
เมื่อปี 1909 มารีออน วอลเลซ ดันลอป หญิงชาวสกอตแลนด์ซึ่งอาศัยอยู่ในกรุงลอนดอน ใช้แผ่นฉลุลอกข้อความตอนหนึ่งจากพระราชบัญญัติว่าด้วยสิทธิ (Bill of Rights) ลงบนกำแพงอาคารรัฐสภา เธอถูกส่งไปเรือนจำหลังปฏิเสธที่จะจ่ายค่าปรับ
จากข้อมูลโดยพิพิธภัณฑ์แห่งกรุงลอนดอน หลังเธอเริ่มอดอาหารวันที่ 5 ก.ค. ปี 1909 และปฏิเสธที่จะกินอาหารไปอีกหลายวัน เมื่อแพทย์ประจำเรือนจำถามว่าเธอจะกินอะไร เธอตอบว่า "ความมุ่งมั่นของฉัน"
หลังจากอดอาหารไป 91 ชั่วโมง ทางการก็ตัดสินใจปล่อยตัวเธอเป็นอิสระเพราะกังวลว่าเธอจะเสียชีวิต

ที่มาของภาพ, Alamy
ดร.เอียน มิลเลอร์ จากมหาวิทยาลัยอัลสเตอร์ในสหราชอาณาจักร ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์การอดอาหารประท้วง ให้สัมภาษณ์กับ นสพ.ดิอินดิเพนเดนท์ เมื่อปี 2018 ว่า แม้ผู้เข้าร่วมเรียกร้องสิทธิเลือกตั้งของผู้หญิงในเวลานั้นจะบอกว่า วอลเลซ ดันลอป คิดวิธีนี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง เขาเชื่อว่าอย่างน้อยเธอและเพื่อนร่วมอุดมการณ์ต้องเคยได้ยินเรื่องการอดอาหารประท้วงในรัสเซียในศตวรรษที่ 19 มาบ้าง
บทความชิ้นนี้ของ นสพ.ดิอินดิเพนเดนท์ ระบุว่า เชื่อกันว่าการอดอาหารประท้วงเพื่อการเรียกร้องครั้งแรก ๆ เกิดขึ้นในทศวรรษ 1880 ที่นักโทษทางการเมืองชาวรัสเซียปฏิเสธอาหารเพื่อประท้วงสภาพความเป็นอยู่อันไร้มนุษยธรรมในค่ายกูลัก อย่างไรก็ดี นักโทษเหล่านี้ไม่ได้ต้องการทำให้เกิดกระแสเรียกร้องเป็นวงกว้างเหมือนในปัจจุบัน แต่ต้องการให้ผู้คุมของพวกเขารู้สึกเห็นใจขึ้นมาบ้าง
ผู้ยอมพลีชีพ
เมื่อพูดถึงการอดอาหารประท้วงในฐานะเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูง ดร.มิลเลอร์ บอกว่า "มีความคาดหวังว่าหน่วยงาน เช่น เรือนจำ จะไม่ปล่อยให้คนตาย" แต่ผู้เชี่ยวชาญผู้นี้บอกว่า อีกแง่หนึ่งคือก็มีความกลัวด้วยว่าหากผู้อดอาหารประท้วงตาย จะเป็นการสร้าง "ผู้ยอมพลีชีพ" เพื่อการต่อสู้ในครั้งนั้นขึ้นมาทันที
"หลังจากที่บ็อบบี แซนด์ส ผู้นำการอดอาหารประท้วงที่เรือนจำเมซ เสียชีวิต มีคนเข้าร่วมสมัครเป็นสมาชิกกองทัพสาธารณรัฐไอร์แลนด์ (IRA) เพิ่มขึ้น มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจกองทัพสาธารณรัฐไอร์แลนด์มากขึ่้น" ดร.มิลเลอร์ ระบุ

ที่มาของภาพ, PA
วันที่ 5 พ.ค. ที่จะถึงนี้จะเป็นวันครบรอบ 40 ปีวันเสียชีวิตของ บ๊อบบี้ แซนด์ส สมาชิกกองทัพสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ผู้ต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราชจากสหราชอาณาจักรให้ไอร์แลนด์เหนือตั้งแต่ทศวรรษ 70
แซนด์ส ถูกตัดสินจำคุก 14 ปี ด้วยข้อหาพกพาอาวุธ ชายวัย 27 ปีผู้นี้เริ่มอดอาหารวันที่ 1 มี.ค. เพื่อประท้วงที่เขาและเพื่อนสมาชิกสมาชิกกองทัพสาธารณรัฐไอร์แลนด์ถูกปลดไม่ให้มีสถานะนักโทษการเมือง และต้องถูกปฏิบัติเหมือนผู้ต้องขังคนอื่น ๆ ในที่สุดเขาก็เสียชีวิตขณะอดอาหารถึงวันที่ 66 หลังจากอยู่ในภาวะโคม่าอยู่ 48 ชั่วโมง
มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ถือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นชัยชนะโดยบอกว่า "นายแซนด์สเป็นอาชญากรที่ถูกตัดสินให้มีความผิด เขาเลิกที่จะจบชีวิตตัวเอง มันเป็นทางเลือกที่องค์กรของเขาไม่ได้ให้กับเหยื่อหลาย ๆ คนของพวกเขา"

ที่มาของภาพ, PA
อย่างไรก็ดี หลายเดือนต่อจากนั้นเป็นช่วงที่เกิดการปะทะนองเลือดมากที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ความขัดแย้งในครั้งนั้น
รัสเซียในปัจจุบัน

ที่มาของภาพ, Simonovsky District Court/Handout via Reuters
จากยุคโซเวียตเมื่อทศวรรษ 1880 ในค่ายกูลัก การอดอาหารก็ยังเป็นเครื่องมือในการเรียกร้องเคลื่อนไหวของนักโทษการเมืองรัสเซียในปัจจุบัน ซึ่งก็คือกรณีของ อเล็กเซ นาวาลนี แกนนำฝ่ายค้านผู้วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน นั่นเอง
หลังเข้ารับการรักษาตัวจากการถูกวางยาพิษโนวีชอกในเยอรมนี เขาเดินทางโดยเครื่องบินกลับมายังกรุงมอสโกและถูกควบคุมตัวที และนำไปสู่กระแสประท้วงให้ปล่อยตัวเขาไปทั่วประเทศ
หลังเรือนจำปฏิเสธไม่ให้แพทย์เข้ามาดูแลอาการปวดหลังรุนแรงและแขนขาชา นายนาวาลนีตัดสินใจเริ่มอดอาหารประท้วง ซึ่งตอนนี้ผ่านไปกว่า 3 สัปดาห์แล้ว ไม่นานมานี้ แพทย์ที่ดูผลตรวจเลือดของเขาบอกว่าอาการเขาทรุดหนักถึงขึ้นที่อาจเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน หรือไตวาย เมื่อใดก็ได้
"พวกนั้นไม่อยากให้เขาตาย"
ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวยูเครน โอเลห์ เซนต์ซอฟ ซึ่งเคยอดอาหารประท้วงในเรือนจำในรัสเซียอยู่ 5 เดือนกล่าวถึงกรณีนาวาลนีว่า "แน่นอน พวกนั้นไม่อยากให้เขาตาย เพราะมันจะกลายเป็นเรื่องน่าอัปยศ"
เซนต์ซอฟบอกว่า ถึงตอนนี้ นาวาลนีจะรู้สึก "เหนื่อยล้า อ่อนแอ และป่วยอยู่ตลอด" และ "หัวจะหมุน ไม่มีแรงลุกขึ้นยืน"

ที่มาของภาพ, EPA/ALEXEY NIKOLSKY / SPUTNIK / KREMLIN POOL
ย้อนไปเมื่อปี 2018 เซนต์ซอฟ ล้มเลิกการประท้วงเพราะสภาพร่างกายเขาถึงจุดวิกฤต และทางเรือนจำก็ขู่จะยัดอาหารให้เขาผ่านสายยางทางจมูก ในที่สุด เขาก็ได้รับการปล่อยตัวด้วยแรงกดดันจากนานาชาติที่เห็นว่าการดำเนินคดีมีแรงจูงใจทางการเมือง
เซนต์ซอฟ บอกกับบีบีซีเมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า ขณะนั้นเขาได้รับการดูแลราวกับเป็น "แจกันคริสตัล"
"เจ้าหน้าที่เรือนจำกลัวผมตายมากกว่าคนที่ทำงานด้านสิทธิมนุษชนเสียอีก พวกเขาเป็นห่วงผมราวกับเป็นพ่อแม่ผมเอง"






