คนหลงตัวเองมักได้เลื่อนตำแหน่ง ขึ้นนั่งเก้าอี้ผู้บริหารเร็วเกินหน้าเพื่อนฝูง

รูปชายใส่สูทมองเงาตัวเอง

ที่มาของภาพ, Getty Images

งานวิจัยทางจิตวิทยายุคใหม่หลายชิ้น เริ่มมีการค้นพบตรงกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า คนที่มีบุคลิกภาพแบบไม่น่าพิสมัยชื่นชมสำหรับคนรอบข้าง เช่นเอาแต่ใจ หยิ่งผยอง มั่นใจในตัวเองเกินเหตุ แข็งกระด้างเย็นชา ขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น กลับเป็นคนที่มีโอกาสเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้มากกว่าเพื่อนเสียอย่างนั้น

ล่าสุดมีผลการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งของทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Free University of Bozen-Bolzano ประเทศอิตาลี ชี้ว่าคนที่มีบุคลิกภาพแบบหลงตัวเองอย่างชัดเจน มีแนวโน้มว่าจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งและขึ้นเป็นผู้บริหารองค์กรได้เร็วกว่าเพื่อนฝูงรุ่นเดียวกันอย่างมาก

งานวิจัยดังกล่าวซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร The Leadership Quarterly ระบุว่าได้ศึกษาวิเคราะห์บุคลิกลักษณะต่าง ๆ ในตัวของประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือซีอีโอขององค์กรในประเทศอิตาลี 172 คน และพบว่าส่วนใหญ่มีบุคลิกลักษณะ 5 ประการของคนหลงตัวเองในระดับสูง ซึ่งบุคลิกเหล่านี้ได้แก่การนับถือตนเองอย่างมาก, มั่นใจในตัวเองสูงเกินจริง, แสดงออกและเข้าสังคมอย่างกระตือรือร้น, ชอบยกตนข่มท่าน ครอบงำ หรือวางตัวเหนือผู้อื่น และมักทำตัวเป็นเผด็จการ

ผลวิเคราะห์ทางสถิติดังกล่าวพบว่า บุคลิกลักษณะ 5 ประการของคนหลงตัวเองนี้ มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับโอกาสที่จะได้เป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรอย่างมาก โดยระดับความเด่นชัดของลักษณะใดลักษณะหนึ่งข้างต้นที่เพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ก็สามารถส่งผลให้โอกาสที่จะได้นั่งเก้าอี้ซีอีโอเพิ่มขึ้นถึง 29% เลยทีเดียว

"ผลวิจัยของเราที่ออกมาแบบนี้น่ากังวลมาก" ดร.เปาลา โรเวลลี และ ดร.คามิลลา เคอร์นิส ผู้ทำการศึกษาข้างต้นกล่าว "มันหมายความว่าองค์กรต่าง ๆ และบรรดาคณะกรรมการบริหารหรือบอร์ด มีแนวโน้มที่จะแต่งตั้งคนหลงตัวเองให้เป็นผู้นำในตำแหน่งสำคัญ"

รูปดาราหญิงหันหลัง

ที่มาของภาพ, Getty Images

"แต่การหลงตัวเองนั้นเป็นบุคลิกภาพในด้านมืด ยิ่งผู้บริหารหลงตัวเองมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งผลลบต่อองค์กรมากขึ้นเท่านั้น เช่นมีแนวโน้มจะก่ออาชญากรรมการเงินหรือเลี่ยงภาษีได้มากกว่าคนอื่น และก่อให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่ขาดความร่วมมือร่วมใจกันได้ง่าย"

ผลการศึกษาครั้งนี้ยังพบว่า ความเยาว์วัยและบุคลิกภาพมีผลต่อการได้เลื่อนตำแหน่งยิ่งกว่าประสบการณ์ที่มีมาอย่างแท้จริงในเส้นทางอาชีพเสียอีก

แม้ในทางการแพทย์จะเชื่อว่าบุคลิกภาพแบบหลงตัวเองเกิดขึ้นตั้งแต่ในวัยเด็ก และจะคงอยู่ไปตลอดช่วงวัยผู้ใหญ่หรือตลอดชีวิต แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่า บรรดาซีอีโอที่เข้าร่วมการวิจัยครั้งนี้สะสมและพัฒนาความหลงตัวเองเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ เมื่อได้เริ่มมีอำนาจในที่ทำงานและแวดวงธุรกิจ

"กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การได้ลิ้มรสอำนาจนั้นอาจกระตุ้นความหลงตัวเองให้เกิดขึ้นได้ ไม่มากก็น้อย" ทีมผู้วิจัยกล่าว "เราจึงต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป โดยเน้นการเฝ้าสังเกตการณ์ระยะยาว เพื่อให้ทราบชัดว่าบุคลิกภาพแบบหลงตัวเองในกลุ่มผู้บริหารเกิดขึ้นเมื่อใดและอย่างไรกันแน่"