ซิกมันด์ ฟรอยด์ จะว่าอย่างไรที่เราบ้าถ่ายเซลฟี่กันขนาดนี้ ?

Freud on Instagram feed

ที่มาของภาพ, BBC Ideas

    • Author, Tomás Chamorro-Premuzic, psychologist
    • Role, BBC Ideas

เวลาไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง คุณจะเห็นผู้คนพากันถ่ายรูปตัวเองแทนที่จะเป็นทิวทัศน์อันสวยงาม

คุณอาจจะคิดว่านี่เป็นเรื่องแปลกใหม่ คำว่า "เซลฟี่" เพิ่งจะถูกบรรจุลงในพจนานุกรมภาษาอังกฤษของอ็อกซ์ฟอร์ดเมื่อปี 2013 และได้รับความนิยมจนเป็นคำแห่งปีในปีนั้น

อย่างไรก็ตาม การถ่าย "เซลฟี่" มีมานานพอ ๆ กับการถ่ายรูป โดยชาวอเมริกันชื่อ โรเบิร์ต คอร์เนลเลียส เป็นผู้ถ่ายเซลฟี่คนแรกในปี 1839

R.Cornelius´s selfie

ที่มาของภาพ, BBC Ideas

คำบรรยายภาพ, การถ่าย "เซลฟี่" มีมานานพอ ๆ กับการถ่ายรูป โดยชาวอเมริกันชื่อ โรเบิร์ต คอร์เนลเลียส เป็นผู้ถ่ายเซลฟี่คนแรกในปี 1839

แต่เราจะถ่ายเซลฟี่กันทำไม ในเมื่อเราก็สามารถชื่นชมรูปลักษณ์ตัวเองด้วยการมองกระจกในห้องนอนตัวเองได้

แปลกใช่ไหม แล้วใครจะอธิบายพฤติกรรมนี้ได้ดีกว่า ซิกมันด์ ฟรอยด์ เจ้าของทฤษฎีจิตวิเคราะห์ชื่อดัง

หากฉันรักตัวเอง เธอก็จะรักฉันด้วย

ฟรอยด์ เป็นผู้คิดค้นทฤษฎีจิตวิเคราะห์ และทำให้แนวความคิดหลายอย่างเป็นที่นิยม อาทิ อีโก หรือ จิตสำนึกหรือเหตุผล และจิตไร้สำนึก (unconscious) และการไปรับการบำบัดทางจิต

แนวความคิดหนึ่งคือการหลงรักตัวเองมากเกิน หรือ ความหลงตัวเอง (narcissism)

Narcissus on a rock

ที่มาของภาพ, BBC Ideas

คำบรรยายภาพ, นาร์ซิสซัส ชายหนุ่มผู้ตกหลุมรักเงาสะท้อนของตัวเอง

ในเรื่องเล่าจากเทพปกรณัมกรีก ชายหนุ่มชื่อ นาร์ซิสซัส เดินเลียบแม่น้ำและตัดสินใจก้มลงดื่มน้ำ เขาเห็นเงาสะท้อนตัวเองขณะดื่มน้ำ และมัวแต่ชื่นชมความงามตัวเองจนลืมสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นรอบตัวไปจนหมดสิ้น และในที่สุดก็จมน้ำเพราะพยายามจะโอบกอดเงาสะท้อนตัวเอง

ฟรอยด์ บอกว่า การหลงรักตัวเองในระดับหนึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ

แต่การรักตัวเองจนไม่สนใจผู้อื่นอาจกลายเป็นอาการทางจิตได้ และนี่ก็คือสิ่งที่เราเรียกกันว่า ความหลงตัวเอง นั่นเอง

Couple admiring themselves in mirrors

ที่มาของภาพ, BBC Ideas

คำบรรยายภาพ, การหลงรักตัวเองในระดับหนึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่การรักตัวเองจนไม่สนใจผู้อื่นอาจกลายเป็นอาการทางจิตได้

การทดสอบ

นักจิตวิทยาได้คิดค้นแบบทดสอบสำหรับวัดลักษณะนิสัยอย่างความหลงตัวเอง

และนี่คือผลการทดสอบที่ได้

คนหลงตัวเองมีแนวโน้มที่จะเล่นโซเชียลมีเดียมากกว่าคนอื่น

การโพสต์รูปเซลฟี่มีความข้องเกี่ยวกับการหลงรักตัวเองมากเกิน

...แต่นี่เป็นผลการทดสอบสำหรับผู้ชายเท่านั้น

Man's selfie

ที่มาของภาพ, BBC Ideas

คำบรรยายภาพ, ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะหลงตัวเองน้อยกว่าผู้ชาย

ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะหลงตัวเองน้อยกว่าผู้ชาย แม้ว่าจะโพสต์รูปเซลฟี่มากกว่า

นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน จีน ทเว็นจ์ บอกว่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา คนมีแนวโน้มที่จะหลงตัวเองมากเพิ่มขึ้นในอัตราพอ ๆ กับโรคอ้วนเลยทีเดียว

แนวความคิดส่วนใหญ่ของฟรอยด์มาจากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน หากมีชีวิตอยู่ เขาคงจะมีความสนใจมากมายก่ายกอง หากได้เข้าถึงข้อมูลมากที่เราได้รับอยู่ทุกวันนี้ และเขาคงจะสนใจวิเคราะห์ปรากฏการณ์การถ่ายเซลฟี่นี้ด้วยเช่นกัน

เขาคงจะเห็นว่าคนส่วนใหญ่โพสต์รูปเซลฟี่ ไม่ใช่เพราะคนเหล่านี้ตกหลุมรักตัวเอง แต่เพราะอยากให้คนอื่นตกหลุมรักพวกเขาเสียมากกว่า

Girl taking a selfie and crowd cheering

ที่มาของภาพ, BBC Ideas

เรียกร้องความสนใจ

อย่าลืมว่าฟรอยด์ตั้งต้นค้นคว้าทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของตัวเองในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เรื่องของความต้องการทางเพศ ยังเป็นสิ่งที่ถูกกดทับเอาไว้

ผู้หญิงและผู้ชายถูกจับให้อยู่แยกกัน และถูกสอนให้รู้สึกละอายต่อความต้องการทางเพศของตน

คนไข้ของฟรอยด์ซึ่งเป็นคนในกลุ่มสังคมชั้นสูงของเวียนนา มีความผิดปกติทางบุคลภาพ หรือที่เรียกว่ามีอาการฮิสทีเรีย คนไข้ของฟรอยด์เดินไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีปัจจัยทางร่างกายเป็นสาเหตุที่ชัดเจน

Woman screaming

ที่มาของภาพ, BBC Ideas

คำบรรยายภาพ, คนไข้ของฟรอยด์ซึ่งเป็นคนในกลุ่มสังคมชั้นสูงของเวียนนา มีความผิดปกติทางบุคลภาพ หรือที่เรียกว่ามีอาการฮิสทีเรีย

ฟรอยด์คิดว่า สาเหตุที่ผู้หญิงเหล่านี้ไม่ยอมเดินเพราะต้องการเรียกร้องความสนใจ

นี่หมายความว่า หากเราต้องการความสนใจมากขนาดนั้น การโพสต์รูปเซลฟี่ก็เป็นหนทางที่ดีกว่าใช่ไหม

อาจจะใช่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการหมกมุ่นเรื่องนี้จะดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพตัวเอง และผู้อื่นด้วย

ชีวิตธรรมดาที่ไม่มีความสุข

รูปเซลฟี่แสดงภาพของคนที่กำลังใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบมักจะเป็นรูปที่ผ่านการคัดกรองและตกแต่งมาอย่างดี

เราถูกรายล้อมอยู่ในหมู่คนที่มีชีวิตและรูปร่างอันสมบูรณ์แบบ

งานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ชี้ให้เห็นว่า สิ่งเหล่านี้ทำให้เรารู้สึกอิจฉา แปลกแยก ไม่มั่นใจในตัวเอง และบกพร่อง

ถ้าว่าตามคำของฟรอยด์ คือเราจะรู้สึกเป็นโรคประสาทมากขึ้นนั่นเอง

Unhappy man with a phone.

ที่มาของภาพ, BBC Ideas

ฟรอยด์บอกว่า "จุดมุ่งหมายของจิตวิเคราะห์คือการแทนที่ความเศร้าในเชิงโรคประสาท ด้วยความรู้สึกไม่มีความสุขแบบทั่วไปตามประสามนุษย์"

ต่อไปนี้ หากคุณคิดจะถ่ายเซลฟี่ อย่าลืมนึกถึงนาร์ซิสซัส และมุ่งความสนใจไปที่เพื่อน ๆ คุณแทน

คุณอาจจะไม่ได้ยอดไลค์ แต่คุณจะได้การยอมรับจากฟรอยด์ และนั่นก็น่าจะเพียงพอแล้วใช่ไหม

Freud

ที่มาของภาพ, BBC Ideas

คำบรรยายภาพ, คุณอาจจะไม่ได้ยอดไลค์ แต่คุณจะได้การยอมรับจากฟรอยด์