เบร็กซิท : รัฐบาลสหราชอาณาจักรเดินหน้าผลักดันกม.ผิดสัญญากับอียู ท่ามกลางเสียงค้านจากอดีตนายกฯ

ที่มาของภาพ, UK Parliament/Jessica Taylor
ร่างกฎหมายการค้าภายใน (Internal Market Bill) ที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรเสนอได้รับเสียงสนับสนุนในการพิจารณาขั้นตอนแรกในสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนน 340 เสียง ต่อ 263 เสียง ท่ามกลางเสียงค้านจากอดีตนายกฯทั้ง 2 พรรคถึงเกียรติภูมิของประเทศ
ร่างกฎหมายนี้ว่าด้วยระเบียบการเกี่ยวกับไอร์แลนด์เหนือในข้อตกลงถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (Withdrawal Agreement) เสนอให้ไม่มีด่านตรวจสอบสินค้าที่จะเคลื่อนย้ายจากไอร์แลนด์เหนือเข้าสู่สหราชอาณาจักร และจะให้อำนาจรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรที่จะ "ปรับเปลี่ยน" หรือ "ไม่บังคับใช้" กฎที่เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายสินค้าซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค.
นี่ทำให้สหภาพยุโรปไม่พอใจมากเพราะเป็นการแก้ข้อตกลงที่ลงนามกันไปแล้วเมื่อเดือน ม.ค. และขู่จะดำเนินคดีกับสหราชอาณาจักรหากพวกเขาไม่ถอยภายในสิ้นเดือน
แม้ว่าพรรครัฐบาลมีเสียงมากกว่าฝ่ายค้านถึง 80 เสียง แต่ความพยายามที่จะผ่านร่างกฎหมายนี้ก็อาจต้องสะดุดเมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทราบถึงรายละเอียดในร่างกฎหมายนี้มากขึ้นต่อจากนี้ มีสมาชิกผู้แทนราษฎรพรรคคอนเซอร์เวทีฟหลายคนออกมาเตือนแล้วว่านี่จะทำให้สหราชอาณาจักรเสื่อมเสียชื่อเสียงในเวทีนานาชาติ

และหลังจากนี้ก็อาจจะถูกขัดขวางโดยสภาขุนนางอีก
นอกจากผ่านหรือไม่ผ่านแล้ว อีกคำถามสำคัญคือสหราชอาณาจักรจะเสียชื่อเสียงแค่ไหนเมื่อกำลังจะละเมิดข้อตกลงนานาชาติอย่างชัดเจน
อดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคคอนเซอร์เวทีฟอย่าง เทรีซา เมย์ และเซอร์ จอห์น เมเจอร์ และจากพรรคเลเบอร์อย่าง โทนี แบลร์ และกอร์ดอน บราวน์ ต่างก็ออกมาประณามแผนนี้ และล่าสุด เดวิด คาเมรอน ก็เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ห้าแล้วที่ออกมาตั้งคำถามกับแผนนี้ โดยเขาบอกว่า การผิดข้อตกลงนานาชาติควรเก็บไว้เป็นทางออกสุดท้ายจริง ๆ
นางเมย์ ซึ่งยังเป็น ส.ส. อยู่ บอกว่าการละเมิดกฎหมายนานาชาติจะทำลาย "ความเชื่อมั่น" ในสหราชอาณาจักร ขณะที่นายบราวน์บอกว่านี่เหมือนกับสหราชอาณาจักร "ทำร้ายตัวเอง"
เซอร์ จอห์น และนายแบลร์ ซึ่งต่างก็ดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศในช่วงสำคัญ ๆ ของกระบวนการเพื่อสันติภาพในไอร์แลนด์เหนือ ร่วมกันเขียนบทความลงใน นสพ. เดอะ ซันเดย์ ไทมส์ กล่าวหาว่านายจอห์นสันกำลัง "สร้างความอับอาย" ให้กับสหราชอาณาจักร
เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ หัวหน้าพรรคเลเบอร์ บอกกับสถานีวิทยุแอลบีซี (LBC) ว่า นายจอห์นสันกำลังทำผิดพลาดที่ไปผิดข้อตกลงนานาชาติ และจะทำให้สหราชอาณาจักรเสื่อมเสียชื่อเสียง
เซอร์ โรเจอร์ เกล ส.ส.พรรคคอนเซอร์เวทีฟ เขตนอร์ธ ทาร์เน็ต มณฑลเคนต์ บอกกับรายการ Newsnight ของบีบีซีว่า เขาลงมติต่อต้านร่างกฎหมายนี้เพราะเป็น "เรื่องของหลักการ" ของกฎหมายนานาชาติ
อย่างไรก็ดี ฝ่ายรัฐบาลสหราชอาณาจักรอ้างว่ารัฐสภามีอำนาจสูงสุดและสามารถผ่านกฎหมายที่ฝ่าฝืนข้อตกลงนานาชาติได้ และบอกว่าต้องทำเพื่อรักษาไว้ซึ่งการยึดต่อหลักการของสหราชอาณาจักรและกระบวนการเพื่อสันติภาพในไอร์แลนด์เหนือ

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
ก่อนหน้านี้ นายไมเคิล โกฟ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกว่า รัฐบาลจะไม่ยอมถอย โดยสัญญาที่จะสู้เพื่อ "การเข้าถึงสินค้าจากไอร์แลนด์เหนือไปสู่ที่ต่าง ๆ ในสหราชอาณาจักรอย่างไร้ข้อจำกัด"
ก่อนหน้านี้ แอนเดรียส มิเคลลิส เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำสหราชอาณาจักรบอกว่า ไม่เคยพบเห็นกระบวนการเจรจาระดับนานาชาติที่แย่ลงอย่างเร็วและร้ายแรงขนาดนี้มาก่อนตลอดอาชีพการเป็นนักการทูตของเขา
ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรได้แยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) อย่างเป็นทางการหลังเป็นสมาชิกมา 47 ปี และตอนนี้ไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2020 คือ "ช่วงเปลี่ยนผ่าน" (transition period) สิ่งสำคัญที่ต้องทำคือการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีสหราชอาณาจักร-อียู หากสหราชอาณาจักรยังคงต้องการทำการค้ากับอียูต่อไปโดยไร้ภาษีศุลกากร, โควตา หรืออุปสรรคทางการค้าอื่น ๆ หลังผ่านพ้นช่วงการเปลี่ยนผ่านไปแล้ว
ความขัดแย้งล่าสุดทำให้เกิดความไม่แน่นอนแล้วว่าสหราชอาณาจักรจะเจรจาการค้ากับอียูให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 ต.ค. ตามที่ต้องการ ซึ่งเป็นกำหนดวันประชุมสุดยอดของสหภาพยุโรป
เมื่อถึงวันที่ 31 ธ.ค. หากสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงการค้า ก็จะเริ่มต้นความสัมพันธ์แบบใหม่กันในเดือน ม.ค. แต่หากว่าตกลงกันไม่ได้ สหราชอาณาจักรก็จะออกจากช่วงเปลี่ยนผ่านโดยไร้ข้อตกลงทางการค้า










