นักข่าวซาอุฯ หายตัว: ทีวีซาอุฯ เผยนักข่าวชื่อดังวิจารณ์รัฐบาลตายหลังจากการต่อสู้

ที่มาของภาพ, AFP/GETTY
สถานีโทรทัศน์แห่งชาติซาอุดีอาระเบีย รายงานโดยอ้างผลการสืบสวนเบื้องต้นกรณีการหายตัวไปของ จามาล คาชูจกิ นักข่าวชื่อดังผู้วิจารณ์รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ว่าเขาเสียชีวิตหลังจากมีการต่อสู้ภายในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ซึ่งเป็นการออกมายอมรับครั้งแรกของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียว่านายจามาลเสียชีวิต
แถลงการณ์จากอัยการของซาอุดีอาระเบีย ระบุว่า นายคาชูจกิ ได้ต่อสู้กับชายคนหนึ่งที่พบเขาภายในบริเวณสถานกงสุลซาอุฯ จนท้ายที่สุดนายคาชูจกิ ได้เสียชีวิต
"การสอบสวนยังดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง ขณะนี้มีผู้ที่มีสัญชาติซาอุฯ ถูกจับกุมแล้ว 18 คน" แถลงการณ์ระบุ
รายงานดังกล่าวระบุอีกว่า เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองระดับสูง 2 คน ซึ่งใกล้ชิดกับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ได้แก่ นายซาอุด ควอนตานี เป็นสมาชิกที่มีชื่อเสียงของศาลซาอุดีอาระเบียและเป็นที่ปรึกษาของมกุฎราชกุมาร อีกคนหนึ่งคือ พลตรีอาเหม็ด อัล-อัสซารี ซึ่งเคยเป็นโฆษกสูงสุดที่ดูแลเรื่องสงครามในเยเมน
ก่อนหน้านี้ นสพ.นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า ฝ่ายผู้นำซาอุดีอาระเบียกำลังพิจารณาว่าจะกล่าวโทษเจ้าหน้าที่หน่วยกรองระดับสูงว่าอยู่เบื้องหลังจากสังหาร

ที่มาของภาพ, AFP/GETTY
นายคาชูจกิ เดินทางไปที่สถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบูลครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 ก.ย. เพื่อรับเอกสารรับรองว่า เขาได้หย่าขาดจากอดีตภรรยาแล้ว แต่เขาได้รับแจ้งให้กลับมาใหม่ เขาจึงกลับไปที่นั่นในวันที่ 2 ต.ค. และไม่กลับออกมาจากที่นั่น
ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ทางการตุรกี ระบุว่า นายคาชูจกิ ถูกทีมสายลับซาอุฯ สังหารที่สถานกงสุล จากนั้นได้มีจัดการศพของเขา แต่ตุรกีไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือในการพิสูจน์ข้อสันนิษฐานนี้
ในการสืบสวนการหายไปของคอลัมน์นิสต์ชื่อดังรายนี้ รายงานข่าวระบุว่า ซาอุดีอาระเบียตอบรับต่อข้อมูลคดีที่สืบสวนโดยทางการตุรกี ซึ่งสอบสวนผู้ต้องสงสัยที่อาจมีส่วนในคดีนี้หลายคน
มีรายงานอีกว่า กษัตริย์ซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบีย ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการระดับรัฐมนตรีขึ้น โดยมีเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมาร เป็นประธาน เพื่อปรับรื้อโครงสร้างการดำเนินงานของหน่วยข่าวกรองใหม่
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ซาอุดีอาระเบียยังคงเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นกับสหรัฐฯ
นายคาชูจกิ เป็นนักข่าวที่มีชื่อ เคยทำข่าวสำคัญหลายเรื่องให้แก่องค์กรข่าวของซาอุฯ หลายแห่ง เขาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับเจ้าหน้าที่ทางการระดับสูงของซาอุฯ แต่ต่อมาก็กลายเป็นบุคคลที่รัฐบาลซาอุฯ ไม่ชื่นชอบ
เขาลี้ภัยในสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว และได้เขียนคอลัมน์รายเดือนให้แก่หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ซึ่งเขาได้วิจารณ์นโยบายหลายอย่างของมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ของซาอุฯ
ซาอุดีอาระเบีย เปลี่ยนเรื่องเล่าใหม่ ?
โดย เจมส์ แลนเดล ผู้สื่อข่าวการทูตบีบีซี
ในที่สุด ซาอุดีอาระเบียก็เปลี่ยนท่าทีใหม่ หลังจากที่อ้างมาเป็นเวลาหลายวันว่า นายคาชูจกิได้ออกจากสถานกงสุลของซาอุฯ ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค. มาบัดนี้ซาอุฯ ออกมายอมรับว่า นายคาชูจกิเสียชีวิตที่นั่น
แต่ทว่าคำอธิบายการเสียชีวิตของนายคาชูจกิที่ซาอุดีอาระเบียบอกมานั้น ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงจากสิ่งที่แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของตุรกีเปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ซึ่งระบุว่า นายคาชูจกิถูกทรมานอย่าง "ไตร่ตรองไว้ก่อน" และถูกชำแหละร่างออกเป็นส่วน ๆ ด้วยเลื่อย

ที่มาของภาพ, AFP
ขณะที่ชุดคำอธิบายของซาอุดีอาระเบียในอีก 17 วันต่อมาหลังการหายตัว อ้างว่านายคาชูจกิเสียชีวิตหลังจากการต่อสู้ หรือพูดอีกอย่างหนึ่งคือ ซาอุดีอาระเบียกำลังบอกว่าการเสียชีวิตของนายจามาล คาชูจกิ ไม่ได้ถูกวางแผนมาก่อน
นี่เป็นคำอธิบายของ "การกระทำที่ไม่ระแวดระวัง" เริ่มจากความพยายามลักพาตัวที่ผิดพลาด กลายเป็นความพยายามฆ่าที่ถูกเปิดเผยอย่างน่าสยดสยอง
คำถามที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือ ประเทศพันธมิตรตะวันตกของรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย จะเชื่อตามการออกมาพูดของซาอุฯ หรือไม่ และคำอธิบายนี้จะชวนให้เชื่อเพียงพอที่จะไม่มีมาตรการลงโทษประเทศเศรษฐีน้ำมันแห่งนี้
อย่างน้อยที่สุด ผมคิดว่าเราสามารถคาดเดาข้อสงสัยได้ว่า สิ่งที่น่าจะสร้างความพอใจให้กับประเทศอย่างอังกฤษ หรือสหรัฐฯ ยิ่งกว่า คือการปลดที่ปรึกษาคนสำคัญของมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ผู้นำที่แท้จริงของประเทศ
นักการทูตตะวันตกรายหนึ่ง บอกกับผมว่า เจ้าหน้าที่ข่าวกรองระดับสูงสองคนนั้น ไม่ใช่เพียงแค่คนวงในของมกุฎราชกุมารเท่านั้น แต่เป็นคนใกล้ชิดในทาง "ส่วนพระองค์" การไล่ออกดังกล่าว จึงเป็นการกันพระองค์ออกจากข้อกล่าวหาว่า พระองค์อาจมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการฆาตกรรม
คำถามคือ ไม่ว่าข้อต่อสู้เบื้องต้นจะเป็นอย่างไร นักการทูตตะวันตกบางส่วนคาดหวังว่า มกุฎราชกุมารจะถูก "ตัดแขนตัดขา" บริวารคนใกล้ชิดออก และอาจหมายรวมถึงเจ้าชายลำดับรองลงไปด้วย โดยฐานอำนาจฝ่ายอื่น








