เหตุใดรถไฟความเร็วสูงเชื่อมฮ่องกง-จีนแผ่นดินใหญ่ ถึงเป็นประเด็นทางการเมือง?

ที่มาของภาพ, Reuters
รถไฟความเร็วสูงเชื่อมเกาะฮ่องกงไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และเปิดบริการแก่ประชาชนทั่วไปในวันนี้ (23 ก.ย.) แต่สิ่งที่ทำให้รถไฟขบวนนี้กลายเป็นประเด็นทางการเมือง นั่นคือ จุดตรวจคนเข้าเมืองและศุลการกรของทางการจีนในสถานีรถไฟปลายทางที่ฮ่องกง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่กฎหมายอาญาของจีนถูกบังคับใช้ในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง
รถไฟเชื่อมต่อฮ่องกง-จีนแผ่นดินใหญ่
โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อฮ่องกงและทางตอนใต้ของจีน เส้นทาง "กว่างโจว เซินเจิ้น ฮ่องกง" มีมูลค่าทั้งสิ้นราว 10,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 8 ปี รถไฟขบวนนี้จะช่วยให้การเดินทางไปยังเมืองกว่างโจว เมืองหลักของมณฑลกวางตุ้ง ถึงได้ในเวลา 40 นาที ซึ่งย่นระยะเวลาลงกว่าครึ่งจากการเดินทางด้วยรถไฟแบบเดิม และใช้เวลาเพียง 19 นาที จากฮ่องกงไปยังเมืองเซินเจิ้นของจีน
เมื่อรถไฟความเร็วสูงเดินทางมายังฝั่งจีนแล้ว ผู้โดยสารสามารถเดินทางเชื่อมต่อด้วยเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงไปยังสถานีปลายทางหลายแห่งทั่วประเทศจีน รวมทั้งเมืองหลวงกรุงปักกิ่ง ซึ่งจะใช้เวลาเพียง 9 ชั่วโมง จากเดิมที่ใช้เวลายาวนานถึง 24 ชั่วโมง
สถานีปลายทางเขตเกาลูนตะวันตก กฎหมายจีนเหนือแผ่นดินฮ่องกง
สมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกงฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตย ได้ต่อต้านการเปิดรถไฟสายนี้และจัดการประท้วงด้านนอกสถานี โดยระบุว่ารถไฟเชื่อมต่อจีนกับฮ่องกงจะเป็นตัวบ่อนทำลายความเป็นอิสระของระบบกฎหมายที่ฮ่องกงบังคับใช้ เนื่องจากที่สถานีรถไฟปลายทาง ซึ่งเป็นสถานีรอยต่อในเขตเกาลูนตะวันตกของฮ่องกง มีจุดตรวจคนเข้าเมืองที่ให้อำนาจกฎหมายจีน ซึ่งในบริเวณนี้เรียกว่า "พื้นที่ของจีนแผ่นดินใหญ่" (Mainland Port Area)

ที่มาของภาพ, REUTERS
พื้นที่ที่กฎหมายของจีนบังคับใช้ ครอบคลุมบางส่วนของสถานี ด่านตรวจคนเข้าเมืองและด่านตรวจศุลกากร ชานชาลาผู้โดยสารขาออก รวมถึงในขบวนรถไฟ นั่นหมายความว่ากฎหมายจีนครอบคลุมพื้นทีทั้งหมดนี้ แม้ว่าในทางปฏิบัติสถานีจะตั้งอยู่บนแผ่นดินของฮ่องกงก็ตาม
เมื่อปีที่แล้ว ในช่วงที่มีการเสนอแผนการจัดตั้งสถานี นักวิจารณ์กล่าวว่า การอนุญาตให้จีนมีอำนาจทางกฎหมายในสถานีอาจนำไปสู่การจับกุมชาวฮ่องกงที่กระทำการบางอย่างที่ผิดที่ถูกต้องตามกฎหมายฮ่องกง แต่เป็นการละเมิดกฎหมายจีน
ขณะที่สมาชิกสภานิติบัญญัติของจีน ออกมาระบุว่า ไม่ได้ต้องการบ่อนทำลายความเป็นอิสระของฮ่องกง แต่เป็นไปเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพของขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองเท่านั้น

ทำไมคนฮ่องกงบางส่วนจึงกังวล
เมื่อปี 1997 ฮ่องกงได้เปลี่ยนแปลงการปกครอง จากที่เป็นอาณานิคมของอังกฤษกลับไปอยู่ภายใต้หลักการ "หนึ่งประเทศสองระบบ" ในฐานะเขตปกครองพิเศษของจีนที่มีอิสระค่อนข้างสูง ภายใต้ธรรมนูญของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ประชาชนมีเสรีภาพมากกว่าพลเมืองในจีนแผ่นดินใหญ่
กฎหมายจีนไม่สามารถบังคับใช้ได้ เว้นแต่ในกิจการด้านการป้องกันประเทศและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
นางคลอเดีย โม สมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกง ให้ความเห็นว่า การเปิดให้จีนเข้ามามีอำนาจทางกฎหมายในแผ่นดินฮ่องกง "เกือบจะคล้ายคลึงกับการอยู่ใต้จักวรรดินิยมของรัฐบาลปักกิ่ง" เธอระบุว่า การให้จีนสามารถควบคุมพื้นที่ใจกลางฮ่องกงเป็นสิ่งอันตราย ท่ามกลางสถานการณ์ที่จีนกำลังจับตาความเคลื่อนไหวในฮ่องกงอย่างเข้มงวดภายหลังการออกมารวมตั้งประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อปี 2014

ที่มาของภาพ, EPA
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ยังคงมีคำถามเกี่ยวกับพื้นที่ที่มีข้อถกเถียงนี้ว่า ชาวฮ่องกงที่เข้ามายังบริเวณนี้้จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายจีนหรือไม่ เช่น การใช้โซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ซึ่งถูกห้ามใช้ในจีนแผ่นดินใหญ่ หรือกระทั่งการสวมใส่เสื้อผ้าที่มีข้อความรณรงค์ทางการเมืองจะตกเป็นเป้าของทางการจีนหรือไม่
ผู้สื่อเอเอฟพีที่เดินทางไปยังสถานีปลายทางเกาลูนตะวันตก ได้ทดลองเข้าใช้งานโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้ จากการใช้บริการอินเทอร์เน็ตไว-ไฟของเครือข่ายประเทศจีน พบว่ายังสามารถเข้าถึงได้ แต่เมื่อเข้าไปในขบวนรถไฟที่เคลื่อนเข้าสู่เขตเซินเจิ้นแล้ว จะต้องสับเปลี่ยนไปลงทะเบียนการใช้งานด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือจีน หรือบัญชีใช้งานวีแชต จึงจะสามารถใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตไว-ไฟได้








