นับถอยหลัง พิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี-มาร์เคิล

ที่มาของภาพ, AFP
ประชาชนทั่วโลกหลายล้านคนกำลังรอชมพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รี กับ น.ส.เมแกน มาร์เคิล ที่พระราชวังวินด์เซอร์ในอังกฤษวันนี้
ในขณะที่อีกหลายร้อยคนเข้าจับจองพื้นที่บนถนนใกล้กับพระราชวังวินด์เซอร์ ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ (18 พ.ค.) เพื่อจะได้ชมพิธีอย่างใกล้ชิด
พิธีเสกสมรสจะมีขึ้นในเที่ยงวันวันเสาร์ (19 พ.ค.) ที่โบสถ์เซนต์จอร์จ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังวินด์เซอร์ และคู่เสกสมรสใหม่จะเดินทางผ่านเมืองโดยรถม้า ในเวลาประมาณ 13.00 น. ของลอนดอน (19.00 น. ตามเวลาไทย)
น.ส.มาร์เคิลจะไม่ให้คำมั่นว่าจะ "เชื่อฟัง" สามีของเธอในขณะกล่าวปฏิญาณสัตย์ต่อกัน
เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารและพระบิดาเจ้าชายแฮร์รี จะทรงนำ น.ส.มาร์เคิลเดินเข้าสู่พิธี เพราะบิดาของเธอไม่สามารถเดินทางมาได้เนื่องจากเพิ่งเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล
หนึ่งวันก่อนถึงพิธีเสกสมรส เจ้าชายแฮร์รีบอกกับฝูงชนแถวพระราชวังวินด์เซอร์ว่า "รู้สึกผ่อนคลาย "ส่วนน.ส. มาร์เคิลก็บอกว่า "รู้สึกยอดเยี่ยมมาก"

ที่มาของภาพ, Reuters
บทวิเคราะห์
โดย จอห์นนี่ ไดมอนด์ นักข่าวบีบีซีประจำสำนักพระราชวังอังกฤษ
พิธีเสกสมรสของพระราชวงศ์อังกฤษทุกครั้งนั้นแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่เหมือนกันคือเป็นโอกาสที่สมาชิกพระราชวงศ์จะได้มารวมกัน
พิธีเสกสมรสใหญ่เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก และเมื่อเกิดขึ้นก็ทำให้อังกฤษกลายเป็นจุดสนใจจากคนทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม พิธีเสกสมรสในครั้งนี้แตกต่างออกไป ตั้งแต่รายละเอียดเล็ก ๆ เช่น เค้ก ซึ่งไม่ใช่ฟรุตเค้กอันใหญ่ที่มีไอซิ่งหนาเคลือบอยู่อย่างที่เป็นมา หรือวงนักร้องประสานเสียงที่จะมาร้องเพลงในพิธี

ที่มาของภาพ, Reuters
แต่การเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจยิ่งคือ การเชิญประชาชนสามัญราว 1,200 คนมาร่วมพิธีด้วย
หลังจากการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานาแห่งเวลส์ ซึ่งเป็นพระมารดาของเจ้าชายแฮร์รี นายโทนี่ แบลร์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ระบุว่าพระองค์ทรงเป็น "เจ้าหญิงแห่งประชาชน"
พิธีเสกสมรสครั้งนี้อาจไม่ใช่ "พิธีเสกสมรสแห่งประชาชน" แต่ว่าก็ใกล้เคียงกับคำนี้มากกว่าพิธีเสกสมรสอื่นใดที่มีก่อนหน้านี้
คาดกันว่าน่าจะมีผู้คนราว 100,000 คนมารอชมพิธีตามท้องถนนสายต่าง ๆ ที่เจ้าชายแฮร์รีและ น.ส.มาร์เคิลจะผ่านไป

ที่มาของภาพ, PA
นิกกี้ และ แมทท์ พรูเนอร์ จากสหรัฐฯ ยืดเวลาพักร้อนในอังกฤษของตัวเองออกไป เพื่อที่จะได้มาชมพิธีนี้ได้
นิกกี้บอกว่า "ฉันมานอนอยู่แถวนี้ตอนที่เคท (แคเธอรีน มิดเดิลตัน ปัจจุบันเป็นดัชเชสแห่งเคมบริดจ์) กับเจ้าชายวิลเลียม (ดยุคแห่งเคมบริดจ์) แต่งงานกัน แล้วฉันบอกตัวเองว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว แต่ก็มาจนได้"
ส่วนแมทบอกว่ารู้สึกเหมือนเป็นงานเฉลิมฉลองอะไรสักอย่าง เพียงแต่งานนี้มีความหมาย เพราะมันสร้างความหวังให้แก่โลก
ในโบสถ์จะมีแขกวงในราว 600 คน ในขณะที่ประชาชนที่ถูกเชิญมาอีก 1,200 คนจะอยู่ในพื้นที่รอบนอก อันเป็นบริเวณของพระวังวินด์เซอร์

ที่มาของภาพ, PA

ที่มาของภาพ, PA
กำหนดการพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี กับ น.ส.มาร์เคิล
08.00 น. เชิญชวนแขกผู้มีเกียรติที่อยู่ในพื้นที่รอบนอก ชุมนุมบนสนามหญ้านอกโบสถ์เซนต์จอร์จ เพื่อเฝ้ารับเสด็จสมาชิกราชวงศ์
09.30 น. แขกผู้มีเกียรติทยอยเดินทางถึงโบสถ์และเข้านั่งประจำที่ก่อนเวลา 11.15 น.
11.25 น. สมาชิกราชวงศ์เสด็จเข้าไปภายโบสถ์
11.40 น. เจ้าชายแฮร์รี และเจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐาในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าว เสด็จถึงประตูฝั่งตะวันตก พบกับบิชอปเดวิด คอนเนอร์ เจ้าคณะแห่งวินด์เซอร์ ผู้นำประกอบพิธี
11.45 น. ดอเรีย แร็กแลนด์ มารดาของ น.ส.มาร์เคิลนั่งรถมาพร้อมกับบุตรสาว แต่เดินเข้าโบสถ์ก่อน ส่วนเจ้าสาวไปรอพร้อมกลุ่มเพื่อนเจ้าสาว ซึ่ง น.ส.มาร์เคิลจะมีเพื่อนเจ้าสาวและเด็กชายซึ่งเป็นผู้ช่วยต่าง ๆ 10 คน ทั้งหมดอายุต่ำกว่าแปดปี ในจำนวนนี้มีเจ้าชายจอร์จ และเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ พระโอรสและพระธิดาในเจ้าชายวิลเลียมด้วย
11.52 น. สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง เสด็จถึงโบสถ์
12.00 น. เริ่มพิธีเสกสมรส เจ้าสาวเดินเข้าโบสถ์จากประตูฝั่งตะวันตก โดยจะเดินเข้ามาตามลำพัง ก่อนที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารและพระบิดา เจ้าชายแฮร์รีจะเสด็จมารับไปยังแท่นประกอบพิธี เจ้าคณะแห่งวินด์เซอร์นำประกอบพิธี คณะประสานเสียงร้องเพลง Stand By Me จากนั้นศาสนาจารย์จัสติน เวลบี อาร์กบิชอป หรืออัครมุขนายกแห่งแคนเทอร์เบอรี นำบ่าวสาวกล่าวปฏิญาณสัตย์ต่อกัน
โดยจะกล่าวว่า "ไม่ว่าจะดีหรือร้าย จะร่ำรวย หรือยากจน จะเจ็บป่วยหรือแข็งแรง จะรักและทะนุถนอมกันจนกว่าความตายจะมาพรากจากกันไป"
13.00 น. คู่บ่าวสาวขึ้นรถเทียมม้านั่งรอบเมืองวินด์เซอร์เป็นเวลา 25 นาที พบประชาชนที่รอเฝ้าตลอดสองข้างทาง
13.30 น. สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง พระราชทานงานเลี้ยงรับรองคู่บ่าวสาวและแขก 600 คน ที่ท้องพระโรงโบสถ์เซนต์จอร์จ หลังจากนั้นข่าวสาวและสมาชิกราชวงศ์จะถ่ายภาพอย่างเป็นทางการ
จากนั้น น.ส.มาร์เคิลจะกล่าวสุนทรพจน์ ซึ่งไม่เคยมีเจ้าสาวคนใดในพิธีเสกสมรสแห่งราชวงศ์อังกฤษทำมาก่อนเลย








