ผลตรวจอายุ “กระดูกซานตาคลอส” ชี้ตรงข้อมูลในประวัติศาสตร์

ที่มาของภาพ, EPA
ชิ้นส่วนกระดูกที่อ้างว่าเป็นของนักบุญนิโคลัสหรือ "ซานตาคลอส" ชิ้นหนึ่ง ได้รับการตรวจสอบหาอายุที่แท้จริงด้วยวิธีคาร์บอนกัมมันตรังสีเป็นครั้งแรก โดยพบว่ามีความเก่าแก่เกือบ 1,700 ปี ซึ่งตรงกับสมัยที่ซานตาคลอสตัวจริงในประวัติศาสตร์ยังมีชีวิตอยู่
มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดในสหราชอาณาจักร เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบชิ้นส่วนกระดูกดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระดูกเชิงกรานที่บาทหลวงเดนนิส โอนีลล์ ชาวอเมริกันเป็นผู้ครอบครองอยู่ โดยได้มาจากโบสถ์แห่งหนึ่งในฝรั่งเศส
ผลการตรวจสอบด้วยคาร์บอน-14 พบว่า กระดูกชิ้นนี้มีอายุเก่าแก่อยู่ในช่วงศตวรรษที่ 4 ซึ่งตรงกับช่วงที่นักบุญนิโคลัส สังฆราชแห่งเมืองไมรา (ปัจจุบันอยู่ในประเทศตุรกี) ยังคงมีชีวิตอยู่และได้สิ้นชีพลงเมื่อราวปีคริสตศักราช 343
ชิ้นส่วนกระดูกส่วนใหญ่ของนักบุญนิโคลัส ถูกเก็บรักษาไว้ที่สุสานใต้ดินของโบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองบารีของอิตาลีมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 11 แต่ด้วยความนิยมในตัวนักบุญผู้นี้ซึ่งต่อมากลายเป็นตำนานของ "คุณพ่อคริสต์มาส" (Father Christmas) และซานตาคลอสที่เป็นสัญลักษณ์ของการมอบของขวัญในเทศกาลสำคัญ ทำให้มีผู้อ้างว่าครอบครองกระดูกส่วนต่าง ๆ ของนักบุญนิโคลัสอยู่หลายร้อยคนในหลายประเทศด้วยกัน ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าในจำนวนนี้มีกี่ชิ้นที่เป็นของจริง

ที่มาของภาพ, T. HIGHAM & G. KAZAN
ศาสตราจารย์ทอม ไฮแฮม ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการของอ็อกซ์ฟอร์ดที่ตรวจหาอายุของกระดูกดังกล่าวบอกว่า แม้ผลการตรวจด้วยคาร์บอน-14 ไม่อาจทำให้ทราบได้ว่าเป็นชิ้นส่วนกระดูกของนักบุญนิโคลัสจริงหรือไม่ แต่การที่พบว่ามีอายุเก่าแก่ตรงกับช่วงชีวิตของ "ซานตาคลอส" ตัวจริงในประวัติศาสตร์ ทำให้มีความเป็นไปได้ว่ากระดูกชิ้นนี้มีโอกาสเป็นของจริงมากกว่ากระดูกชิ้นอื่น ๆ ที่มักพบว่าเป็นของทำเลียนแบบขึ้นในยุคหลัง
ในขั้นตอนต่อไป นักวิทยาศาสตร์มีโครงการจะตรวจดีเอ็นเอของกระดูกชิ้นนี้ เปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของกระดูกที่มีการอ้างว่าเป็นของนักบุญนิโคลัสในประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เก็บรักษาไว้ที่เมืองบารีของอิตาลี เพื่อดูว่ามีชิ้นส่วนที่เป็นกระดูกของบุคคลเดียวกันมากน้อยเพียงใด ซึ่งจะเพิ่มโอกาสค้นพบร่องรอยของนักบุญนิโคลัสตัวจริงมากขึ้น





