เผยพายุสุริยะมีส่วนทำให้วาฬเกยตื้นได้

ที่มาของภาพ, Getty Images
ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคีลของเยอรมนีเสนอผลการศึกษาล่าสุดที่ระบุว่า การรบกวนสนามแม่เหล็กโลกโดยพายุสุริยะที่มีความรุนแรง อาจมีส่วนทำให้ระบบนำร่องของสัตว์จำพวกวาฬและโลมาเกิดความสับสนหลงทิศทาง จนเกิดการเกยตื้นหมู่ในแถบทะเลเหนือของยุโรปขึ้นได้ ดังที่ตกเป็นข่าวเกรียวกราวเมื่อช่วงต้นปี 2016
มีการเผยแพร่ผลการศึกษานี้ในวารสารชีวดาราศาสตร์นานาชาติ (International Journal of Astrobiology - IJA ) โดย ดร.เคลาส์ แวนซีโลว์ ผู้นำทีมวิจัยบอกว่า พบความเกี่ยวข้องระหว่างปรากฎการณ์แสงเหนือครั้งสำคัญเหนือท้องฟ้าแถบอาร์กติก ซึ่งเป็นผลมาจากพายุสุริยะที่รุนแรงเมื่อเดือนธันวาคมปี 2015 กับเหตุการณ์ที่วาฬ 29 ตัวเกยตื้นและตายลงที่ชายหาดของหลายประเทศในยุโรปตลอดช่วง 6 สัปดาห์หลังจากนั้น
ดร.แวนซีโลว์อธิบายว่า สนามแม่เหล็กโลกมีความเข้มและอ่อนไม่เท่ากันในแต่ละที่ ทำให้วาฬรู้จักทิศทางต่างๆ ได้ด้วยการสัมผัส และจดจำความแตกต่างของสนามแม่เหล็กซึ่งเป็นเสมือนแผนที่นำทาง แต่เมื่อเกิดพายุสุริยะซึ่งเป็นกลุ่มประจุไฟฟ้าและรังสีที่พัดจากดวงอาทิตย์เข้าปะทะชั้นบรรยากาศโลก สนามแม่เหล็กโลกจะเกิดการบิดเบี้ยว ทำให้วาฬรับรู้ทิศทางผิดแปลกไปและหลงเข้ามาในเขตน้ำตื้นของทะเลเหนือ ซึ่งพวกมันไม่ควรจะเข้ามาตั้งแต่แรก
นักวิจัยพบว่าปรากฏการณ์พายุสุริยะครั้งรุนแรงเมื่อช่วงปลายปี 2015 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลกชั่วคราวในระยะสั้น ที่บริเวณรัศมี 460 กิโลเมตรโดยรอบหมู่เกาะเชตแลนด์ของสหราชอาณาจักร ทำให้ฝูงวาฬที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวได้รับผลกระทบ

ที่มาของภาพ, Reuters
"ตามปกติแล้วหากวาฬหลงทิศทาง เพราะความผิดปกติของสนามแม่เหล็กโลก พวกมันจะปรับแก้ไขทิศทางได้ในภายหลัง แม้ว่าจะว่ายหลงทิศไปแล้วหลายวันก็ตาม แต่ในกรณีของทะเลเหนือ หากว่ายผิดทิศทางไปเพียงแค่ 1-2 วันก็สายเกินไปเสียแล้ว พวกมันจะติดตื้นและไม่สามารถว่ายกลับได้" ดร.แวนซีโลว์กล่าว
ก่อนหน้านี้เคยมีผลการวิจัยยืนยันว่า พายุสุริยะสามารถรบกวนการรับรู้ทิศทางของนกและผึ้งได้ แต่ในกรณีของวาฬ นักวิทยาศาสตร์หลายคนบอกว่าคำอธิบายของดร.แวนซีโลว์ยังต้องค้นหาหลักฐานมายืนยันความน่าเชื่อถือเพิ่มเติมอีก แม้คำอธิบายนี้จะมีความเป็นไปได้อยู่มากก็ตาม




