ชาวกาซาในข่าน ยูนิสป่วนอีกครั้งหลังอิสราเอลสั่งอพยพ ก่อนที่ 'การโจมตีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน' จะมาเยือน

Distressed Palestinian walking down a street

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, ทอม เบนเนตต์
    • Role, บีบีซีนิวส์
    • Reporting from, รายงานจากนครเยรูซาเลม

กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล หรือ ไอดีเอฟ (The Israel Defense Forces - IDF) มีคำสั่งให้ประชาชนในเมืองข่าน ยูนิส (Khan Younis) ในฉนวนกาซาทำการอพยพออกจากพื้นที่ หลังกองกำลังเตรียมเปิดฉาก 'การโจมตีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน'

ประชาชนได้รับคำสั่งให้อพยพไปยังเมืองอัล-มาวาซี (al-Mawasi) ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของฉนวนกาซา โดยคำสั่งดังกล่าวถือเป็นคำสั่งอพยพครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งที่กองทัพอิสราเอลออกประกาศในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

อาวิเชย์ อาดรี โฆษกของไอดีเอฟ ออกแถลงการณ์ในภาษาอาหรับ ระบุว่า พื้นที่เมืองข่าน ยูนิส "จะถือเป็นเขตสู้รบอันตราย" พร้อมเสริมด้วยว่า "องค์กรกลุ่มก่อการร้ายได้นำหายนะมาสู่คุณแล้ว เพื่อความปลอดภัยของของตัวคุณเอง โปรดอพยพออกจากพื้นที่โดยทันที"

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ในฉนวนกาซาครั้งใหม่ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ "Gideon's Chariots" โดยโรงพยาบาลต่าง ๆ รายงานว่า มียอดผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 รายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หญิงรายหนึ่งจากเมืองข่าน ยูนิส กล่าวกับผู้สื่อข่าวบีบีซี ว่าคำสั่งอพยพฉบับใหม่ซึ่งครอบคลุมพื้นที่บานี ซูไฮลา (Bani Suhaila) และอาบาซาน (Abasan) ถือเป็น "ฝันร้ายที่สุด" ของเธอ

ในจำนวนประชากรผู้อพยพทั้งหมดหนึ่งในนั้นคือ ทัสนีม บาราเคห์ เด็กหญิงวัย 13 ปี ที่บอกว่า คำสั่งอพยพจากอิสราเอลฉบับดังกล่าวถูกประกาศตอนที่พ่อของเธอออกไปหาอาหาร ดังนั้นครอบครัวของเธอจึงถูกบังคับให้ต้องอพยพออกจากพื้นที่โดยไม่มีพ่อเดินทางไปด้วย

"ได้โปรดเถอะพระเจ้า โปรดทำให้สงครามหยุดเสียที พ่อของฉันอยู่ที่ไหน" เธอกล่าว พร้อมเสริมด้วยว่า "เราไม่รู้ว่าพ่ออยู่ที่ไหน ได้โปรดพาพ่อของฉันกลับมาที"

อับดุลลาห์ อาบู ชาบ ซึ่งต้องอพยพออกจากเมืองนี้เช่นเดียวกัน กล่าวว่า "พวกเขาบอกให้พวกเราไปที่เมืองอัล-มาวาซี (Al-Mawasi) และพวกเราอยู่ที่นี่แล้ว เราจะทำอย่างไรกันต่อ"

"มันไม่มีเต็นท์หรืออะไรก็ตามเพื่อรองรับพวกเราที่นั่น" เขากล่าว พร้อมเสริมอีกด้วยว่า "ไม่มีขนส่งทำการ และผู้คนก็ไม่มีเงินพอที่จะนั่งรถรับส่ง"

หญิงอีกรายซึ่งอาศัยอยู่บริเวณใจกลางฉนวนกาซาเนื่องจากคำสั่งอพยพ กล่าวว่าเธอจะไม่ย้ายออก จากพื้นที่ "เพราะไม่มีที่ให้ไป"

กองทัพอิสราเอลกล่าวว่า จุดมุ่งหมายของการเปิดฉากโจมตีครั้งนี้คือก็เพื่อ "ทำลายศักยภาพขององค์กรก่อการร้ายในพื้นที่นี้ [เมืองข่าน ยูนิส]"

ก่อนหน้านี้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล กล่าวว่า อิสราเอลจะ "ยึดครอง" พื้นที่กาซาทั้งหมด

ในวิดีโอที่ถูกโพสต์บนโซเชียลมีเดีย นายกรัฐมนตรีเบนจามินกล่าวว่า "เรากำลังอยู่ในการสู้รบครั้งใหญ่ ที่ทั้งเข้มข้น สำคัญ และกำลังมีความคืบหน้า"

"เราจะเข้าควบคุมพื้นที่ทั้งหมดของฉนวน [กาซา] นั่นคือสิ่งที่เราจะทำ"

กองทัพอิสราเอลระบุว่า อิสราเอลได้โจมตีเป้าหมาย 160 แห่งทั่วฉนวนกาซาในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา รวมถึงตำแหน่งรถถังของกลุ่มต่อต้าน โครงสร้างพื้นฐานใต้ดิน และพื้นที่จัดเก็บอาวุธ

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของกลุ่มฮามาสในพื้นที่ เปิดเผยว่า ในการโจมตีครั้งหนึ่งของอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 รายในพื้นที่โรงเรียนซึ่งเป็นที่พักพิงของครอบครัวผู้อพยพในนูเซย์รัต (Nuseirat) บริเวณใจกลางฉนวนกาซา และอีก 3 รายในบ้านหลังหนึ่งในเมืองใกล้เคียง เดียร์ อัล-บาลาห์ (Deir Al-Balah) และเมื่อคืนที่ผ่านมา อิสราเอลก็ได้ทำการโจมตี คลังสินค้าที่เก็บเวชภัณฑ์ในโรงพยาบาลนาสเซอร์ (Nasser Hospital)

องค์กรการกุศล Medical Aid for Palestinians ของอังกฤษกล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้น "ในขณะที่ชาวปาเลสไตน์ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีครั้งก่อนกำลังถูกนำส่งโรงพยาบาล"

"เราเห็นงานทั้งหมดที่เราทำถูกเผาเป็นเถ้าถ่านไปกับตา" โฆษกขององค์กรการกุศลกล่าว

นอกจากนี้ สื่อของปาเลสไตน์รายงานด้วยว่า หน่วยรบพิเศษของอิสราเอลซึ่งแต่งกายด้วยเสื้อผ้าผู้หญิง ได้แอบเข้าไปในบ้านแห่งหนึ่งในย่านข่าน ยูนิส และทำการสังหารชายผู้หนึ่งเมื่อเช้าวันจันทร์ ก่อนที่จะจับกุมตัวภรรยาและลูกของเขาไปด้วย

สื่ออิสราเอลระบุว่า ชายคนนี้ว่าคือ อาหมัด ซาร์ฮาน และเขายังเป็นสมาชิกอาวุโสของกองกำลังทหารของคณะกรรมการป้องกันประชาชน (Popular Resistance Committee - PRC) ซึ่งกลุ่มติดอาวุธชาวปาเลสไตน์ที่เป็นพันธมิตรกับกลุ่มฮามาส

ก่อนหน้านี้ กองกำลังไอดีเอฟกล่าวว่า ปฏิบัติการที่ขยายออกไปในฉนวนกาซามีเป้าหมายเพื่อ "บรรลุวัตถุประสงค์ทั้งหมดของสงคราม" รวมถึงการปล่อยตัวประกันและ "การเอาชนะกลุ่มฮามาส"

อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่เป็นตัวแทนครอบครัวของตัวประกันจำนวนมากกล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวก่อให้เกิด "อันตรายร้ายแรงและทวีความอันตราย" ต่อตัวประกันที่ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในฉนวนกาซา

"คำให้การของตัวประกันที่ได้รับการปล่อยตัวเล่าถึงการปฏิบัติที่เลวร้ายลงอย่างมากหลังการโจมตีทางทหาร [ของอิสราเอล] รวมถึงการทำร้ายร่างกาย การกักขัง และการลดปริมาณอาหาร" กลุ่ม The Hostages and Missing Families Forum องค์กรตัวแทนครอบครัวชาวอิสราเอลที่ถูกลักพาตัวโดยฮามาส กล่าว

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อิสราเอลประกาศว่าจะอนุญาตให้มีการลำเลียง "อาหารในจำนวนขั้นพื้นฐาน" เข้าสู่ฉนวนกาซาเพื่อรับประกันว่า "จะไม่เกิดวิกฤตขาดแคลนอาหาร" หลังทำการปิดล้อมดินแดนดังกล่าวเป็นเวลา 11 สัปดาห์

เนทันยาฮู กล่าวว่าการตัดสินใจอนุญาตให้นำอาหารเข้าไปในฉนวนกาซาในปริมาณ "ขั้นต่ำ" เป็นผลจากแรงกดดันโดยพันธมิตรในวุฒิสภาสหรัฐฯ

"เราจะต้องไม่ประสบกับสถานการณ์ที่อดอยาก ทั้งในเชิงปฏิบัติและการทูต"เขากล่าวเน้นในวิดีโอตอบโต้คำวิพากษ์วิจารณ์ต่ออิสราเอลเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านมนุษยธรรม

ทั้งนี้ สงครามดังกล่าวถูกจุดฉนวนขึ้นจากการโจมตีโดยกลุ่มฮามาสในทางตอนใต้ของประเทศอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023 โดยส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตราว 1,200 ราย และถูกจับเป็นตัวประกันอีก 251 ราย (ในขณะนั้น)

ในตอนนี้เชื่อว่า มีตัวประกันที่ยังคงอยู่ในฉนวนกาซาอีกราว 58 คน โดยเชื่อว่ามีตัวประกันอย่างน้อย 23 คนที่ยังมีชีวิตอยู่

ขณะเดียวกันในระหว่างปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซาดังกล่าว มีรายงานว่า มีชาวปาเลสไตน์มากกว่า 53,000 ราย เสียชีวิต

รายงานเพิ่มเติมโดย มาลัก ฮัสซูเนห์