บีบีซีตรวจสอบหลักฐาน หวังไขปริศนาผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดโรงพยาบาลในฉนวนกาซา

ที่มาของภาพ, Reuters
- Author, พอล บราวด์, โจชัย ชีแธม, ฌอน เซ็ตดอน และ แดเนียลเอล พาลัมโบ
- Role, บีบีซีเวริฟาย
เหตุระเบิดครั้งใหญ่ที่โรงพยาบาลอัลอาห์ลีในเมืองกาซาซิตี เชื่อว่าทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน
ทันทีที่เกิดเหตุ กลุ่มติดอาวุธฮามาสที่ปกครองฉนวนกาซา ประกาศว่านี่เป็นฝีมือการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ด้านอิสราเอลก็ปฏิเสธ พร้อมตั้งโต๊ะแถลงตลอดวัน เพื่ออธิบายว่า ทำไมจรวดลูกดังกล่าวไม่ได้เป็นฝีมือของตน
ต่างฝ่ายต่างกล่าวโทษกันไปมา แล้วความจริงคืออะไร
บีบีซีเวริฟาย (BBC Verify) พยายามไขปริศนาจากข้อมูลที่โลกรับรู้ และยังไม่เคยพบเห็น ด้วยการตรวจสอบวิดีโอ ภาพนิ่ง และหลักฐานอื่น ๆ รวมถึงผู้เห็นเหตุการณ์ ขณะที่ผู้สื่อข่าวบีบีซีเอง ก็ลงพื้นที่จุดเกิดการระเบิด ซึ่งเข้าถึงได้ยาก
ต้องยอมรับว่า ท่ามกลางการต่อสู้ทางกายภาพ สงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสครั้งนี้ ยังเป็นสงครามข่าวสารด้วย และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทางการอิสราเอลและกาซา ให้คำชี้แจงถึงเหตุโจมตีที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เหตุระเบิด
การระเบิดที่โรงพยาบาลอัลอาห์ลี เกิดขึ้นเวลาราว 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ของวันที่ 17 ต.ค. โดยวิดีโอความยาว 20 วินาทีที่ถูกแชร์ไปในสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง แสดงให้เห็นการระเบิด และถือเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์แรกที่เกิดขึ้นจากเหตุระเบิดครั้งนี้
ในคลิปวิดีโอนี้ จะได้ยินเสียงวัตถุพุ่งผ่านอากาศด้วยความเร็ว ตามด้วยการระเบิดและเพลิงไหม้ขนาดใหญ่

ที่มาของภาพ, Reuters
ภาพวิดีโอถ่ายทอดสดของเครือข่ายสถานีข่าวอัลจาซีรา ออกอากาศเวลา 18.59 น. เผยให้เห็นแสงสว่างวาบเหนือน่านฟ้ากาซา แสงสว่างขึ้น 2 ครั้ง ก่อนจะเปลี่ยนทิศทาง แล้วก็ระเบิด
บีบีซีได้ตรวจสอบตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ ของการระเบิดที่อยู่ห่างออกไปจากทีมข่าวอัลจาซีรา ซึ่งตามมาด้วยการระเบิดอีกครั้งที่อยู่ใกล้ช่างภาพอัลจาซีรา
นักวิเคราะห์บางคนระบุว่า การระเบิดดังกล่าว เกิดจากจรวดที่ดูเหมือนจะระเบิด หรือแตกออก
ภาพวิดีโออื่น ๆ ในสังคมออนไลน์ ก็แสดงให้เห็นภาพการระเบิดที่ดูจะเป็นเหตุระเบิดในจุดเดียวกัน ในมุมและระยะห่างต่าง ๆ
บีบีซีได้ติดต่อองค์กรวิจัย มหาวิทยาลัย และบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาวุธ รวม 20 แห่ง ในจำนวนนี้ 9 แห่งยังไม่ตอบกลับ อีก 5 แห่งไม่ขอแสดงความเห็น แต่บีบีซีได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญขององค์กรเหล่านี้ 6 แห่ง
คำถามของบีบีซีคือ หลักฐานที่เข้าถึงได้เหล่านี้ รวมถึงขนาดและเสียงที่ได้ยินก่อนการระเบิด สามารถใช้เป็นหลักฐานเพื่อระบุต้นตอของเหตุระเบิดโรงพยาบาลอัลอาห์ลีได้หรือไม่
จนถึงตอนนี้ การตรวจสอบถึงต้นตอการระเบิดยังไม่ได้ข้อสรุป โดยผู้เชี่ยวชาญ 3 คนที่บีบีซีได้พูดคุย ระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ค่อยจะสอดคล้องกับการโจมตีทางอากาศทั่วไปของอิสราเอลเสียเท่าไหร่
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด YouTube โพสต์
เจ อันเดรส กันนอน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ของมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลท์ในสหรัฐฯ ระบุว่า การระเบิดภาคพื้นดินบริเวณโรงพยาบาลอัลอาห์ลี ดูจะเป็นการระเบิดขนาดเล็ก หมายความว่า ความร้อนที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากเชื้อเพลิงที่เหลืออยู่ในจรวด มากกว่าจะเป็นการระเบิดของหัวรบ
จัสติน บรองค์ นักวิจัยอาวุโสของสถาบันรอยัล ยูไนเต็ด เซอร์วิส (Royal United Services Institute) ในสหราชอาณาจักร เห็นพ้องกับ กันนอน โดยระบุว่าแม้จะชี้ชัดถึงต้นตอได้ยาก แต่หลักฐานบ่งชี้ว่า การระเบิดดูจะเป็นผลจากชิ้นส่วนของจรวดพุ่งตกใส่ลานจอดรถ แล้วก่อให้เกิดเพลิงไหม้
กันนอน ระบุว่า วิดีโอที่ปรากฏออกมาเหล่านี้ ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าจรวดลูกนี้พุ่งเป้าจะโจมตีโรงพยาบาลอยู่แล้วหรือไม่ พร้อมอธิบายว่า แสงสว่างวาบบนท้องฟ้าเผยให้เห็นว่า วัตถุที่พุ่งผ่านอากาศ เป็นจรวดที่เครื่องยนต์ทำงานหนักจนร้อนเกินขีดจำกัด หรือหยุดทำงานลง
วาเลเรีย สะคูโต หัวหน้านักวิเคราะห์ด้านตะวันออกกลางของบริษัท ซิบิลไลน์ (Sibylline) ซึ่งเป็นบริษัทประเมินความเสี่ยง กล่าวว่า อิสราเอลมีศักยภาพที่จะใช้การโจมตีทางอากาศในหลายรูปแบบ รวมถึงการใช้โดรนที่ยิงขีปนาวุธเฮลไฟร์ได้
ขีปนาวุธเฮลไฟร์ จะก่อให้เกิดความร้อนสูง แต่ไม่ทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่ แต่จากวิดีโอที่ปรากฏออกมา เธอระบุว่า รูปแบบของเพลิงที่ลุกโหมโรงพยาบาล ดูจะไม่สอดคล้องกับการทำงานของขีปนาวุธเฮลไฟร์
หลักฐานเชิงประจักษ์จากจุดเกิดระเบิด
บีบีซีได้นำรายละเอียดของอาคารต่าง ๆ และแผนผังโรงพยาบาลอัลอาห์ลี ไปเปรียบเทียบกับภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อตรวจสอบให้แน่ชัดว่า โรงพยาบาลอัลอาห์ลี คือจุดเกิดระเบิดจริง ๆ
จากหลักฐานที่เข้าถึงได้ในเวลานี้ ปรากฏว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นบริเวณลานภายในโรงพยาบาล โดยภาพถ่ายภาคพื้นดินถึงการระเบิด ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความเสียหายต่ออาคารโรงพยาบาลที่อยู่โดยรอบลานดังกล่าว อย่างไรก็ดี ภาพนิ่งจากในพื้นที่ เผยให้เห็นรอยไหม้และรถยนต์ที่ไหม้เกรียม

คริสตจักรแองกลิคัน (Anglican Church) เป็นเจ้าของและผู้ดำเนินกิจการโรงพยาบาลแห่งนี้
คานอน ริชาร์ด ซีเวลล์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเซนต์จอร์จคอลเลจในนครเยรูซาเลม บอกกับบีบีซีว่า มีชาวปาเลสไตน์ที่กลายเป็นคนไร้บ้านกว่า 1,000 คน มาอาศัยอยู่ภายในลานที่จรวดพุ่งตก ขณะที่ภายในอาคารโรงพยาบาล มีคนไข้และเจ้าหน้าที่รวม 600 คน

เหยื่อ
ผู้สื่อข่าวบีบีซี รุชดิ อะบูอาลอฟ ได้ลงพื้นที่ในโรงพยาบาลอัลอาห์ลี พร้อมพูดคุยกับผู้เห็นเหตุการณ์ถึงสภาพความเสียหาย ซึ่งตอนนี้ เจ้าหน้าที่กำลังตระเวนเก็บร่างผู้เสียชีวิตออกมา
ชายคนหนึ่งบอกกับบีบีซีว่า มีผู้หญิง เด็ก และคนชรา อยู่ที่โรงพยาบาลในช่วงที่เกิดระเบิด

บีบีซียังพยายามตรวจสอบภาพและวิดีโอถึงเหยื่อ เพื่อหาเบาะแสลักษณะอาการบาดเจ็บที่อาจบ่งชี้ถึงลักษณะการระเบิดได้ ซึ่งภาพที่บีบีซีได้ตรวจสอบ รวมถึงภาพที่น่าสะเทือนใจของเหยื่อและผู้รอดชีวิตในจุดเกิดระเบิดด้วย
เดอริค พาวเดอร์ นักพยาธิวิทยา สมาชิกองค์กรแพทย์เพื่อสิทธิมนุษยชนในสหราชอาณาจักร และผู้เชี่ยวชาญด้านอาการบาดเจ็บจากเหตุความขัดแย้ง ได้พิจารณาภาพเหล่านี้เช่นกัน
“รูปแบบอาการบาดเจ็บที่กระจัดกระจายไปทั่วร่าง เป็นลักษณะที่ดูจะเกิดจากเศษชิ้นส่วนที่พุ่งเข้าใส่จากแรงระเบิด” เขากล่าว

เขายังชี้ว่า ด้วยภาพที่บีบีซีสามารถยืนยันได้เหล่านี้ ก็ยังไม่เพียงพอจะชี้ชัดถึงลักษณะอาการบาดเจ็บทั้งหมดได้ในเวลานี้
กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดอย่างน้อย 471 ราย แต่กองกำลังป้องกันอิสราเอลโต้ว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ปาเลสไตน์เปิดเผยออกมานั้นเกินจริง
การที่องค์กรอิสระเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุได้ยาก ทำให้การตรวจสอบตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แท้จริง ทำได้ลำบาก
สิ่งที่เรายังไม่รู้
หนึ่งในหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุด คือลักษณะของหลุมที่เกิดจากการระเบิด
กองกำลังป้องกันอิสราเอลระบุว่า การที่ระเบิดไม่ได้ก่อให้เกิดหลุมขนาดใหญ่ หรือความเสียหายต่อโครงสร้างอาคารโดยรอบ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เหตุระเบิดไม่ได้เกิดจากอาวุธของอิสราเอล
ภาพด้านล่างนี้ จะเห็นว่าหลุมมีขนาดเล็ก และตอนนี้ บีบีซีกำลังตรวจสอบร่องรอยความเสียหายอื่น ๆ ด้วย


ส่วนหลักฐานสำคัญที่หายไป คือเศษชิ้นส่วนของขีปนาวุธ ที่จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงชนิดและที่มาของจรวดหรือขีปนาวุธ แต่จนถึงตอนนี้ บีบีซียังตรวจหาหลักฐานดังกล่าวไม่พบ
กองกำลังป้องกันอิสราเอล ได้เปิดเผยบันทึกการสนทนาที่ดักฟังไว้ได้ โดยอ้างว่าเป็นการพูดคุยกันระหว่างสมาชิกกลุ่มฮามาส ที่ยอมรับว่าโรงพยาบาลถูกโจมตีโดยจรวดที่กลุ่มติดอาวุธปาเลสติเนียน อิสลามิก ญิฮาด หรือ พีไอเจ ได้ยิงออกมา
พีไอเจ ถือเป็นกลุ่มติดอาวุธที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในฉนวนกาซา และสนับสนุนกลุ่มฮามาสในการบุกโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค.
ตอนนี้ ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะตรวจสอบยืนยันว่าบันทึกบทสนทนาดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่ ขณะที่ กลุ่มพีไอเจ ออกแถลงการณ์ปฏิเสธไม่ได้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด และชี้ว่านี่เป็นฝีมือของอิสราเอล











