5 ปมคาใจในการเลือก สว.67 เลขาธิการ กกต. แจงอย่างไร

แสวง บุญมี บอกว่า “บางครั้งเราไม่ได้คิดต่างจากประชาชน เราต่างกันตรงที่ยืน เราเป็นกรรมการ กรรมการมีหน้าที่ทำตามกฎหมาย น้อยกว่าไม่ได้ เกินไม่ได้”

ที่มาของภาพ, Hataikarn Treesuwan/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, แสวง บุญมี บอกว่า “บางครั้งเราไม่ได้คิดต่างจากประชาชน เราต่างกันตรงที่ยืน เราเป็นกรรมการ กรรมการมีหน้าที่ทำตามกฎหมาย น้อยกว่าไม่ได้ เกินไม่ได้”
    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

หนึ่งวันก่อนศาลปกครองนัดไต่สวน “คดีเพิกถอนระเบียบ กกต.” ว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือก สว. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยอมรื้อระเบียบฉบับเดิม โดยเปิดทางให้ผู้สมัคร สว. แนะนำตัวผ่านโซเชียลมีเดียโดยตั้งค่าเป็นสาธารณะ เพื่อ “เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน” หลังก่อนหน้านี้ล็อกให้แนะนำตัวทางอิเล็กทรอนิกส์ในหมู่ผู้สมัครด้วยกันเท่านั้น

พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 มีผลใช้บังคับตั้งแต่ 11 พ.ค. 2567 นั่นทำให้กระบวนการเลือก สว. ชุดใหม่ 200 คน เริ่มต้นนับหนึ่งอย่างเป็นทางการ

กระบวนการรับสมัคร สว. จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 พ.ค. นี้

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตั้งเป้าหมายว่าจะมีผู้สมัครไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน ซึ่งภายหลังเปิดให้ผู้สนใจขอรับเอกสารสมัคร สว. ไปกรอกล่วงหน้าตั้งแต่ 10 พ.ค. ปรากฏว่ามีผู้ขอรับใบสมัครไปแล้วกว่า 1 หมื่นคน ตามการเปิดเผยของเลขาธิการ กกต.

ผลจากการประกาศใช้ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือก สว. ทำให้ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือก สว. พ.ศ. 2567 ซึ่งมีเนื้อหา 12 ข้อ มีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ

หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญคือ ผู้สมัครและผู้ประสงค์จะสมัครรับเลือก “ห้ามหาเสียง” ทำได้เพียง “แนะนำตัว” ในเอกสารแนะนำตัวไม่เกินขนาดเอ 4 จำนวน 2 แผ่น ตามวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบ กกต. เช่นเดียวกับการแนะนำตัวโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้เผยแพร่แก่ผู้สมัครอื่นในการเลือกเท่านั้น และยัง “ห้ามให้สัมภาษณ์” แก่สื่อมวลชนด้วย

ระเบียบฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 26 เม.ย. และมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 27 เม.ย. ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเป็นการ "ปิดล็อก" กระบวนการเลือก สว. ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ลับสำหรับผู้สมัครเท่านั้น ซึ่ง “เอื้อต่อการฮั้วหรือการเจรจาต่อรอง” และตัดการรับรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน

ผู้ประสงค์ลงสมัคร สว. อย่างน้อย 2 กลุ่ม รวม 7 คน ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้เพิกถอนระเบียบดังกล่าว และขอให้มีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวเพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ฟ้องคดีเป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษา

ศาลปกครองกลางมีคำสั่งรับฟ้องคดี และนัดไต่สวนในวันที่ 15 กับ 16 พ.ค. นี้ โดยบีบีซีไทยได้รับคำยืนยันว่า ทั้งประธาน กกต. ในฐานะผู้ถูกฟ้องที่ 1 และกรรมการ กกต. ในฐานะผู้ถูกฟ้องที่ 2 จะไม่เดินทางไปศาลปกครองแต่อย่างใด แต่จัดทำเป็นเอกสารชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาและมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักงาน กกต. เป็นตัวแทนไปร่วมในชั้นไต่สวนฯ แทน

แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ไม่ขอให้ความเห็นเกี่ยวกับคดีในศาลปกครองกลาง โดยบอกเพียงว่า “รอดูวันที่ศาลวินิจฉัย ไม่มีความเห็นในช่วงนี้”

Fahroong Srikhao

ที่มาของภาพ, Fahroong Srikhao

คำบรรยายภาพ, เอกสารชุดนี้จัดทำโดยสำนักงาน กกต. โดยนำมาแจกจ่ายสื่อมวลชนวันนี้

ล่าสุดในการประชุม กกต. ชุดใหญ่วันนี้ (14 พ.ค.) ได้ตัดสินใจแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบ กกต. ว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือก สว. โดยเปิดให้ผู้สมัคร สว. แนะนำตัวโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านการใช้โซเชียลมีเดียได้ทุกแพลตฟอร์ม และ “ให้เผยแพร่ต่อสาธารณะ” จากเดิมกำหนด “ให้เผยแพร่แก่ผู้สมัครอื่นในการเลือกเท่านั้น” แต่สาระในการแนะนำตัวยังเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้

“การแนะนำตัวทางอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะ เฟซบุ๊ก ติ๊กตอก ไอจี ยูทิวบ์ สามารถแนะนำตัวได้ หมายความว่าประชาชนจะเห็นท่าน (ผู้สมัคร) ได้จากช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ นี่คือการเปิดให้ประชาชนเข้ามารับรู้และเข้าถึงการแนะนำตัวผู้สมัครเพิ่มเติม” แสวง กล่าว และบอกด้วยว่าระเบียบฉบับแก้ไขจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างช้า 15 พ.ค.

ส่วนเหตุผลที่ กกต. ตัดสินในแก้ไขระเบียบนี้ แสวง ระบุว่า “ฟังดูเหมือนประชาชนอยากมีส่วนร่วม”

เนื้อหาระเบียบ ข้อ 8 เดิม ระบุว่า ผู้สมัครสามารถแนะนำตัวโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยตนเอง โดยให้ใช้ข้อความตามเอกสารแนะนำตัวของผู้สมัครตามข้อ 7 และเผยแพร่แก่ผู้สมัครอื่นในการเลือกเท่านั้น

เนื้อหาระเบียบ ข้อ 8 ที่มีการแก้ไขใหม่ ระบุว่า ผู้สมัครสามารถแนะนำตัวโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยให้ใช้ข้อความตามเอกสารแนะนำตัวของผู้สมัครตามข้อ 7 ซึ่งประชาชนอาจเข้าถึงข้อมูลนั้นด้วยก็ได้”

กกต.

ที่มาของภาพ, Facebook/EC

คำบรรยายภาพ, อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. บรรยายพิเศษหัวข้อ “บทบาทของผู้ตรวจการเลือกตั้งที่ กกต. คาดหวัง” ในการสัมมนาเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติหน้าที่ในการเลือก สว. เมื่อ 22 เม.ย.

ในระหว่างนัดพบปะพูดคุยกับสื่อมวลชนบ่ายวันเดียวกัน (14 พ.ค.) เลขาธิการ กกต. ได้ชี้แจงเรื่องการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในห้วงมี พ.ร.ฎ.เลือก สว. พร้อมคาดหวังว่าสื่อจะช่วยกระจายสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนเกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว.

เขาเริ่มต้นด้วยการอ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 ซึ่งเนื้อหาระบุถึงที่มาและวิธีการได้มาซึ่ง สว. 200 คน ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “กกต. มาทำในสิ่งที่คนอื่นคิดและทำไว้ ไม่ได้คิดเองทำเอง เราต้องทำตามกฎหมายคือรัฐธรรมนูญ” ซึ่งในการเลือกครั้งนี้ทำอะไรไม่ได้แล้ว แต่ถ้าเลือกแล้วไม่ได้วุฒิสภาตามที่ออกแบบไว้ว่าต้องการคนดี เด่น ดัง “ก็ต้องไปแก้ที่รัฐธรรมนูญ”

บีบีซีไทยสรุป 5 ประเด็นสำคัญในระหว่างการถาม-ตอบ เกี่ยวกับระเบียบ กกต. ว่าด้วยการแนะนำตัวในการสมัคร สว. หรือที่รู้จักในชื่อ “กฎเหล็ก กกต.” ซึ่งใช้เวลาราว 2 ชม. มาไว้ ณ ที่นี้

1. สื่อกับการทำข่าวผู้สมัคร สว.

นี่เป็นอีกครั้งที่ แสวง เน้นย้ำว่า ระเบียบนี้ออกมาเพื่อใช้บังคับกับผู้สมัคร ไม่มีตรงไหนที่ไปใช้บังคับกับสื่อเลย

  • สื่อสามารถเสนอข่าวตามหลักวิชาชีพได้เหมือนเดิม อาทิ รายงานข่าวในสถานที่เลือก, รายงานว่าใครสมัครในกลุ่มอาชีพใด เปิดชื่อได้, นำเสนอข้อเท็จจริง, จัดรายการวิเคราะห์ว่าใครจะได้-ไม่ได้ “จริง ๆ การวิเคราะห์มันหมิ่นเหม่ แต่เป็นสิทธิเสรีภาพของสื่อที่จะจัดแบบนี้”
  • สื่อสามารถสัมภาษณ์ผู้สมัคร สว. เกี่ยวกับเรื่องอื่นได้ แต่ต้องไม่เกี่ยวกับการแนะนำตัวผู้สัมภาษณ์ เช่น ผู้สมัครมีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกร แล้วเกิดเหตุตึกถล่ม สื่อสัมภาษณ์ประเด็นโครงสร้างตึกได้

“ไม่ได้ไปลิดรอนการทำงานของสื่อแต่อย่างใด ถ้าท่านรู้สึกว่าตรงไหนลิดรอน ก็ต้องมาว่ากัน” เลขาธิการ กกต. กล่าว

ทว่าโดยธรรมชาติสื่อต้องอ้างอิงชื่อตำแหน่งหรือภูมิหลังของผู้ให้สัมภาษณ์ กรณีนี้สามารถทำได้หรือไม่

แสวง ย้ำหลักการว่า “อะไรที่เป็นข้อเท็จจริง สื่อทำได้หมด สื่อทำได้ทุกอย่าง” และ “ผู้สมัครเขาจะระวังตัวเอง ไม่ใช่เราไปปิดปากเขา”

คำถามจากผู้สื่อข่าวลงลึกในรายละเอียดถึงขั้นที่ว่า ในการสัมภาษณ์ผู้สมัครหันหน้าเข้ากล้องได้หรือไม่หรือต้องหันหลัง? สามารถใส่ชื่อ-นามสกุลผู้สมัครได้หรือไม่? สามารถขึ้นข้อความหน้าจอทีวีว่า ผู้สมัคร สว. ได้หรือไม่?

“โอ๊ย ทำไมจะไม่ได้ละครับ” แสวง อุทานหลังถูกถามย้ำว่าสื่อสามารถสัมภาษณ์โดยเปิดหน้าผู้สมัครได้ใช่หรือไม่

เช่นเดียวกับการรายงานข่าวผู้ประสงค์ลงสมัครรับเลือกเป็น สว. 2 กลุ่มที่ยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครอง ซึ่งเลขาธิการ กกต. บอกว่าสื่อสามารถออกข่าว-ออกชื่อได้ตามปกติ โดยย้ำคำเดิมว่า “อะไรเป็นข้อเท็จจริง สามารถลงได้หมด บอกได้... เราไม่ได้บอกว่าเขามีประสบการณ์อะไร เป็นคนดียังไงนี่ครับ”

สื่อมวลชน

ที่มาของภาพ, Fahroong Srikhao

คำบรรยายภาพ, สื่อมวลชนกว่า 50 สำนัก ร่วมรับฟังแนวทางการทำหน้าที่ในช่วงมี พ.ร.ฎ.เลือก สว.

ท่ามกลางความไม่ชัดเจนของกติกา บีบีซีไทยตั้งถามว่าใครจะเป็นผู้ตีความว่าการทำหน้าที่ของสื่อเป็นการ “ช่วยเหลือการแนะนำตัวผู้สมัครรายใดรายหนึ่งเป็นการเฉพาะ”

คำตอบจาก แสวงคือ “สื่อยังมีเสรีภาพเหมือนเดิม ถ้าผู้สมัครรู้เห็นเป็นใจกับคนอื่น สื่อเสนอไป คนก็จะมองสื่อลำเอียงแค่นั้นเอง แต่ถ้าสื่อไปว่าคนอื่นผิด ๆ ก็หมิ่นประมาท ไม่เกี่ยวกับเรา (กกต.) ก็ใช้กฎหมายอื่น ถ้าสื่อไม่เป็นกลาง ก็ถูกมองว่าช่วยฝั่งนี้”

เมื่อถามย้ำว่า หากสื่อสัมภาษณ์ผู้สมัครรายใด แล้วมีผู้ร้องว่าผู้สมัครรายนั้นฝ่าฝืนผิดระเบียบ กกต. สื่อจะมีความผิดในฐานะ “ผู้สนับสนุน” ด้วยหรือไม่

แสวง ยืนยันว่า “ไม่โดน แต่ประชาชนอาจจะมองว่าไม่เป็นกลาง” ส่วนสื่อจะถูกเรียกไปเป็นพยานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับศาล ถ้าเขาบอกว่ารู้เห็นเป็นใจก็ต้องเรียกมาหมด

เนื้อหาระเบียบ กกต. ข้อ 11 (5) ห้ามแนะนำตัวทางวิทยุโทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง เคเบิลทีวี หรือสื่อสิ่งพิมพ์ รวมถึงการให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน นักข่าว หรือสื่อโฆษณาซึ่งเผยแพร่ผ่านบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล

2. คนหน้าจอที่จ่อลง สว.

แสวง ระบุด้วยว่า สื่อที่ลงสมัคร สว. ยังทำหน้าที่เป็นผู้ประกาศข่าวได้ตามปกติ แต่จะนั่งอ่านข่าวแล้วแนะนำตัวไปด้วยว่าลงสมัคร มีคุณสมบัติอะไร ไม่ได้

ทว่าโดยข้อเท็จจริง บรรดาพิธีกรรายการข่าวบางส่วนที่เปิดตัวเตรียมลงสมัคร สว. ก็เริ่มประกาศ “พักจอ” หรือ “เว้นวรรค” การทำหน้าที่แล้ว เพราะกังวลว่าจะถูกร้องว่า “ใช้ความสามารถ หรือวิชาชีพ เพื่อเอื้อประโยชน์ในการแนะนำตัว”

เนื้อหาในระเบียบ กกต. จึงคล้ายเป็นการ “บีบ” ให้คนในวงการสื่อ-วงการบันเทิงต้องสละหน้าที่การงานชั่วคราวหรือไม่ เพราะถ้าฝ่าฝืนมีโทษทั้งอาญา ปรับ และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งด้วย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เลขาธิการ กกต. ไม่ได้ตอบชัดเจน

ก่อนหน้านี้ แสวง เคยระบุผ่านเฟซบุ๊กของเขาถึงเหตุผลในการออกระเบียบเรื่องการแนะนำตัวในการเลือก สว. ว่าทำด้วยความ “หวังดี” และต้องการ “คุ้มครองผู้สมัคร”

เนื้อหาระเบียบ กกต. ข้อ 11 (2) ห้ามผู้ประกอบอาชีพทางวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ สื่อมวลชน หรือสื่อโฆษณา เช่น นักแสดง นักร้อง นักดนตรี พิธีกร เป็นต้น ใช้ความสามารถ หรือวิชาชีพ เพื่อเอื้อประโยชน์ในการแนะนำตัว

3. เสรีภาพที่ถูกจำกัด และ การมีส่วนร่วมของประชาชน

ท่ามกลางสารพัดคำถามที่เกิดขึ้นในวงพบปะสื่อ น่าสนใจว่า กกต. ประเมินว่า “กฎเหล็ก” ที่ห้ามผู้สมัครแนะนำตัวทางสื่อ และห้ามให้สัมภาษณ์สื่อแขนงต่าง ๆ โดยให้แนะนำตัวเป็นเอกสารไม่เกินขนาดเอ 4 เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพเกินสมควรแก่เหตุหรือไม่ และกระทบต่อการรับรู้ของประชาชนหรือไม่

แสวง อธิบายว่า ทั้งหมดนี้มาจากรัฐธรรมนูญ แต่ กกต. ได้เพิ่มช่องทางให้ประชาชนรับรู้และมีส่วนร่วม โดยสามารถติดตาม ตรวจสอบ และสังเกตการณ์ได้ภายหลังปิดรับสมัคร ซึ่งสำนักงาน กกต. จะนำรายชื่อผู้สมัครทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกจังหวัด พร้อมประวัติและประสบการณ์ในการทำงาน เผยแพร่ทางแอปพลิเคชัน “สมาร์ทโหวต” (Smart Vote) และเว็บไซต์ของสำนักงาน กกต.

นอกจากนี้ประชาชนยังสามารถเห็นข้อมูลผู้สมัครได้จากโซเชียลมีเดียของผู้สมัครเอง ซึ่ง กกต. ได้แก้ระเบียบตรงนี้แล้ว และอยากฝากประชาชนช่วยกันทำเพื่อประเทศชาติโดยการสอดส่องจับตาผู้สมัครที่ถูกประกาศบัญชีรายชื่อแล้วว่ามีการปิดบังอำพรางลักษณะต้องห้ามหรือไม่ ถ้าประชาชนพบเห็นสามารถให้ข้อมูลแก่ กกต. ได้

“ประชาชนก็ได้เห็น ก็ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นการปิดกั้นตรงไหน แต่มีสาระที่มีเส้นแบ่งระหว่างการหาเสียงกับการแนะนำตัว การให้ประชาชนรับรู้อาจไม่มีผลต่อการเลือกเลย แต่อย่างน้อยประชาชนควรรู้ว่าใครดีที่จะไปเป็นผู้แทนของเขา แต่ประชาชนรู้แค่ไหนก็ไม่ใช่คนเลือก” เลขาธิการ กกต. กล่าว

ส่วนโพสต์ของผู้สมัคร สว. ที่แนะนำตัวหรือแสดงความเห็นต่าง ๆ ก่อนมี พ.ร.ฎ.เลือก สว. จำเป็นต้องเอาลงจากสื่อสังคมออนไลน์หรือไม่นั้น แสวง บอกว่า มันต่างกันที่เงื่อนเวลา ผู้สมัครก็ควรจะแก้ไขให้ถูกต้อง ถ้าแก้ไขไม่ถูกต้อง ก็เป็นการแนะนำตัวที่ผิดระเบียบ

“เขาเอาออกได้ไหมล่ะ เขาโพสต์เอง เขาลบเองได้ไหมล่ะ.. มันเหมือนขนาดป้าย (เลือก สส.) ก่อนมี พ.ร.ฎ. เขาอาจใช้ป้ายใหญ่ แต่พอมี พ.ร.ฎ. ก็ต้องปรับขนาดตามกฎหมาย สื่อก็เหมือนกัน ต้องแนะนำตามที่ระเบียบกำหนด ไม่งั้นก็เอาเปรียบคนอื่น” เขาให้ความเห็น

เนื้อหาระเบียบ ข้อ 7 ระบุถึงการใช้เอกสารแนะนำตัวของผู้สมัคร ให้ใช้เอกสารไม่เกินขนาด เอ 4 (ขนาด 210 มิลลิเมตร × 297 มิลลิเมตร) สามารถระบุข้อความเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัว ใส่รูปถ่ายของผู้สมัคร ประวัติการศึกษา และประวัติการทำงาน หรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัคร ไม่เกิน 2 หน้า การแจกเอกสารแนะนำตัว จะกระทำในสถานที่เลือกไม่ได้

ส่วนคำจำกัดความของ “การแนะนำตัว” หมายถึง การบอก ชี้แจง หรือแจกเอกสาร เพื่อให้ผู้สมัครอื่นรู้จัก

4. ระบบเลือกแบบนี้ จะได้ สว. หน้าตาแบบไหน

ตัวอย่างบัตรเลือก สว. ในกลุ่มอาชีพ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ตัวอย่างบัตรเลือก สว. ในกลุ่มอาชีพ โดยผู้สมัครต้องลงคะแนนโดยเขียนเลขอารบิกลงไป ไม่ได้ใช้การกากบาท

ในการเลือก สว. ชุดใหม่นำ "ระบบใหม่" ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ออกแบบไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 มาใช้เป็นครั้งแรกของไทยและของโลก แม้แต่เลขาธิการ กกต. ยังยอมรับว่า “ซับซ้อนที่สุดในโลก” โดยใช้การ “เลือกแบบไต่ระดับ” 3 ชั้น จากระดับอำเภอ สู่ระดับจังหวัด และระดับประเทศ

รอบแรก ผู้สมัครต้อง “เลือกกันเอง” ในแต่ละกลุ่มอาชีพรวม 20 กลุ่ม หากใครผ่านรอบนี้ ก็จะได้ไป “เลือกไขว้กลุ่ม” ในระดับอำเภอ และทำแบบเดียวกันนี้ในระดับจังหวัด และระดับประเทศ กล่าวคือ กว่าจะได้เป็น สว. 200 คน พวกเขาจะได้ลงคะแนนถึง 6 รอบ มีโอกาสลงคะแนนเลือกสูงสุด 42 โหวต (ดูรายละเอียดได้จากคลิปนี้)

ถ้าถามว่าระบบเลือก สว. แบบนี้ จะได้ สว. หน้าตาแบบไหน

เลขาธิการ กกต. บอกว่า สำนักงานคงตอบแทนประชาชนทุกคนไม่ได้ แต่เป็นเรื่องของคนในชาติที่อยากเห็นอย่างไรก็ต้องร่วมมือกันให้ได้ตามนั้น ไม่ว่ากลุ่มไหนก็อยากมองสิ่งที่ตัวเองอยากเห็น คงบังคับไม่ได้ ความคิดเป็นเสรีภาพ แต่ระเบียบและกฎหมายออกมาเพื่อเอื้อให้ได้ สว. ที่รัฐธรรมนูญออกแบบไว้ แต่ทั้งหมดก็ต้องดูหน้างานอีกครั้ง

5. เลือก 200 สว. จะจบเมื่อไร หรือ 250 สว. ต้องรักษาการยาว

ท้ายที่สุด แสวง ยืนยันว่า “จะได้ สว. ใน 60 วันแน่นอน” โดย กกต. ให้เขามายืนยันเรื่องนี้ และย้ำว่าไม่มีเงื่อนไขใดประวิงเวลาให้เลื่อน สว. 200 คนออกจากไทม์ไลน์ที่ กกต. ประกาศออกไป

กระแสข่าวเรื่องการรักษาการยาวของ 250 สว. เกิดขึ้นจากข้อวิเคราะห์ที่ว่ามีปัจจัยที่ทำให้กระบวนการเลือกและรับรอง 200 สว. อาจต้องเลื่อนออกไป โดย แสวง พูดถึง 3 ปัจจัย แต่ทุกปัจจัยมีทางแก้ไว้หมดแล้ว

ปัจจัยแรก คุณสมบัติผู้สมัคร ซึ่งเลขาธิการ กกต. บอกว่า กรณีตรวจพบว่าใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัครเป็นเท็จ ผู้สมัครจะได้ “ใบดำ” หรือสั่งเพิกถอนการรับสมัคร หรือไม่รับสมัคร ซึ่งศาลฎีกาต้องมีคำสั่งก่อนวันเลือก 1 วัน แต่ถ้าศาลมีคำสั่งไม่ทัน ก็ให้เลือกไปเลยเท่าที่มีรายชื่อตามบัญชีที่ ผอ.เลือกระดับอำเภอเป็นคนประกาศ แม้ศาลจะคืนสิทธิให้ในภายหลัง ก็ไม่กระทบในสิ่งที่ทำไปแล้ว ดังนั้นเดินหน้าได้ตลอด หรือกรณีประกาศให้เป็นผู้สมัครไปแล้ว ไปเจอภายหลังว่าคุณสมบัติมีปัญหา ก็สามารถลบชื่อได้ทุกชั้นจนถึงระดับประเทศ และกฎหมายรองรับว่าไม่กระทบกับสิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้วเช่นกัน ฉะนั้นเรื่องคุณสมบัติจึงไม่ประเด็นในการที่จะทำให้การเลือกตั้งขยายเวลาออกไปไม่ว่ากรณีใด ๆ

สว.

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ผู้สนใจยืนดูแผนผังพื้นที่การเลือก สว. ระดับประเทศ จัดขึ้นที่อาคารอิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อ ธ.ค. 2561 โดยครั้งนั้นเป็นการเลือก สว. 10 กลุุ่มอาชีพ

ปัจจัยที่สอง การร้องคัดค้านเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งที่อาจจะส่งผลให้การเลือกไม่สุจริตเที่ยงธรรม เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ในระหว่างการนับคะแนนให้สิทธิท้วงได้ หากเห็นว่าคณะกรรมการเลือกทำหน้าที่ไม่ชอบมาพากลหรือนับคะแนนผิดจากสิ่งที่แสดงให้เห็น ซึ่งกรรมการก็จะวินิจฉัยในวันนั้นทันที ถ้าไม่พอใจก็ไปร้องศาลฎีกาได้ และศาลฎีกาต้องตัดสินให้เสร็จก่อน 1 วัน หากตัดสินไม่เสร็จ ก็เดินหน้าเลือกต่อไป และ ไม่ผูกพันกับสิ่งที่ดำเนินการไปแล้ว

"เมื่อมาดูตามกระบวนการต่าง ๆ จึงไม่มีช่องไหนที่จะทำให้การเลือก สว. ครั้งนี้เกินโรดแมปแม้แต่วันเดียว เราจะได้ สว. 200 คนแน่นอน” เขากล่าว

แสวง บอกด้วยว่า ในการประกาศรับรอง สว. ต้องประกาศ 200 คน ถ้าได้ 200 คน ตอนนั้นใครมาถูกสอยทีหลังด้วยเรื่องคุณสมบัติ หรือกระบวนการของการทุจริต ก็ยังมีบัญชีสำรองกลุ่มละ 5 คน

ปัจจัยที่สาม การร้องเรื่องการซื้อเสียง เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า เป็นเรื่องที่จะต้องพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่ามีการกลั่นแกล้งกันหรือไม่ ก็จะพยายามทำให้เร็วที่สุด ส่วนถ้ามีการฮั้วหรือจะตั้งกันมานั้น สำนักงาน กกต.จังหวัด ได้ดูแลความเคลื่อนไหวมาโดยตลอดว่ามีการดำเนินการหรือแอบทำหรือไม่ ก็จะตามไปดู อย่างไรก็ตามยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก เพราะ สว. ไม่เหมือน สส. มันไม่เห็นหน้าเห็นตา

ดูวิดีโอชุด "เลือก สว. 67" สรุปกติกาที่ "ซับซ้อนที่สุดในโลก" และเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับกับเลือก 200 สว. ชุดใหม่ ได้ที่นี่

ข้าม YouTube โพสต์ , 1
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก เนื้อหาจาก YouTube อาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์, 1

ข้าม YouTube โพสต์ , 2
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก เนื้อหาจาก YouTube อาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์, 2

ข้าม YouTube โพสต์ , 3
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก เนื้อหาจาก YouTube อาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์, 3