อดีตจนท.ข่าวกรองเผย สหรัฐฯเคยเก็บร่างเอเลียน-ซากยูเอฟโอได้

คนพบเอเลียนและยูเอฟโอ

ที่มาของภาพ, Getty Images

อดีตนักบินของกองทัพเรือ 2 ราย และอดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของกระทรวงกลาโหมหรือเพนตากอน ขึ้นให้การต่อรัฐสภาสหรัฐฯ เรื่องปรากฏการณ์ทางอากาศที่ยังไม่สามารถอธิบายได้ (Unidentified Aerial Phenomena - UAP) เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา

อดีตเจ้าหน้าที่ทหารทั้งสามต่างระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เก็บงำเรื่องของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาต่างดาวหรือเอเลียนเป็นความลับมานาน แม้จะเคยพบซากยูเอฟโอที่มีร่างของเอเลียนอยู่ภายในมาแล้ว และได้ศึกษาซากยานบินดังกล่าวเพื่อทำวิศวกรรมย้อนกลับ (reverse engineering) ซึ่งเป็นการลอกเลียนแบบเทคโนโลยีของต่างดาวอีกด้วย

การไต่สวนสาธารณะในครั้งนี้ จัดโดยคณะอนุกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติด้านแนวพรมแดนและกิจการต่างประเทศ ประจำสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ เพื่อประเมินถึงผลกระทบด้านความมั่นคงปลอดภัยต่อประเทศชาติและประชาชนชาวอเมริกัน อันเนื่องมาจากการพบเห็นปรากฏการณ์ UAP รวมทั้งวัตถุบินลึกลับไม่ทราบชนิดและแหล่งที่มาบ่อยครั้งขึ้น ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ในคำกล่าวเปิดการไต่สวน สมาชิกของคณะอนุกรรมาธิการข้างต้นยังได้เรียกร้องให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มีความโปร่งใสในประเด็นของปรากฏการณ์ UAP มากขึ้น เนื่องจากประชาชนมีสิทธิที่จะรับทราบถึงความจริงขั้นพื้นฐาน ในเรื่องของเทคโนโลยีซึ่งยังไม่ทราบที่มา รวมทั้งเรื่องของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาที่ไม่ใช่มนุษย์ และปรากฏการณ์ลึกลับที่ยังอธิบายไม่ได้อีกหลายเหตุการณ์ด้วย

พยานผู้พบเห็นความผิดปกติเกี่ยวกับเอเลียนและยูเอฟโอทั้งสาม ได้แก่นายไรอัน เกรฟส์ ผู้อำนวยการบริหารองค์กร Americans for Safe Aerospace (ASA) และนายเดวิด ฟราเวอร์ ซึ่งทั้งสองเป็นอดีตนักบินของกองทัพเรือ รวมทั้งนายเดวิด กรัช อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของเพนตากอน

(จากซ้ายไปขวา) ไรอัน เกรฟส์ ผู้อำนวยการบริหารองค์กร ASA, เดวิด กรัช อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองกระทรวงกลาโหม, เดวิด ฟราเวอร์ อดีตนักบินของกองทัพเรือ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, (จากซ้ายไปขวา) ไรอัน เกรฟส์ ผู้อำนวยการบริหารองค์กร ASA, เดวิด กรัช อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองกระทรวงกลาโหม, เดวิด ฟราเวอร์ อดีตนักบินของกองทัพเรือ

กรัชให้การว่าเขาได้รับทราบถึงเรื่องการเก็บกู้ซากยานบินลึกลับเมื่อหลายสิบปีก่อน รวมทั้งเรื่องโครงการวิศวกรรมย้อนกลับเพื่อสร้างยานบินดังกล่าวขึ้นมาใหม่ตามเทคโนโลยีต้นแบบ โดยเจ้าหน้าที่วงในของรัฐที่เชื่อถือได้หลายราย เป็นผู้บอกเล่าและให้เขาดูหลักฐานที่เป็นรูปถ่าย เอกสารทางการ และเอกสารคำให้การที่ปิดเป็นความลับหลายชิ้น ระหว่างที่เขาเป็นสมาชิกคณะทำงานด้าน UAP ของเพนตากอน ในช่วงปี 2019-2021

กรัชยังยืนยันว่า โครงการศึกษาเทคโนโลยีระดับสูงซึ่งไม่ทราบแหล่งที่มาดังกล่าวมีอยู่จริง แต่ถูกปิดเป็นความลับสุดยอดโดยกระทรวงกลาโหม จนแม้แต่สมาชิกรัฐสภาก็ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตามเขาปฏิเสธที่จะพูดถึงเรื่องภาพถ่ายจุดตกของยานบินลึกลับในการไต่สวนสาธารณะ

กรัชยังระบุว่าคำกล่าวของดร.ฌอน เคิร์กแพทริก ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนเพื่อไขความกระจ่างเหตุการณ์ประหลาดที่ยังไร้คำอธิบาย (AARO) ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งเคยบอกว่ารัฐบาลไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาที่ไม่ใช่มนุษย์นั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากรัฐบาลได้ดำเนินการปกปิดบิดเบือนข้อมูลในเรื่องนี้มานาน เพื่อให้ประชาชนเชื่อว่าปรากฏการณ์ลึกลับทางอากาศนั้นไม่มีอยู่จริง

กรัชยืนยันว่า ปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯ มีซากยูเอฟโอในครอบครอง ทั้งยังได้พบ “วัตถุชีวภาพ” (biologics) หรือซากร่างของสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ติดมากับยานบินดังกล่าวด้วย ซึ่งเขาไม่ได้พบเห็นสิ่งที่เป็นความลับเหล่านี้มาด้วยตาตนเอง แต่ได้ทราบจากผลการประเมินของผู้ที่รับผิดชอบโครงการลับดังกล่าวโดยตรง

ด้านไรอัน เกรฟส์ ผู้อำนวยการบริหารองค์กรไม่แสวงผลกำไร ASA ซึ่งเป็นอดีตนักบินของกองทัพเรือสหรัฐฯ บอกว่าที่ผ่านมามีการรายงานถึงปรากฏการณ์ UAP จากทั้งนักบินทหารและนักบินพาณิชย์น้อยมาก ทั้งที่มีการพบเห็นปรากฏการณ์ลึกลับดังกล่าวกันเป็นประจำ อย่างเช่นตอนที่นักบินของกองทัพเรือซึ่งประจำการบริเวณชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ พบวัตถุบินลึกลับที่ลอยตัวนิ่งได้ท่ามกลางพายุเฮอริเคน ก่อนจะเร่งเครื่องขึ้นถึงระดับความเร็วเหนือเสียงได้ในพริบตา

สามคนยืนหน้ายูเอฟโอ

ที่มาของภาพ, Getty Images

เกรฟส์ชี้ว่าการเปิดเผยเรื่องเหล่านี้สำคัญต่อชีวิตและความปลอดภัยของนักบิน ซึ่งขึ้นอยู่กับการระบุตัวตนอย่างถูกต้องของอากาศยานที่กำลังเผชิญหน้าเป็นอย่างมาก แต่ที่ผ่านมาบรรดานักบินจากทุกสังกัด ไม่กล้ารายงานถึงปรากฏการณ์ UAP เพราะเกี่ยวข้องกับประเด็นอ่อนไหวด้านความมั่นคงของชาติ และมักส่งผลกระทบร้ายแรงต่ออาชีพการงานของตน เนื่องจากพวกเขาจะถูกเจ้าหน้าที่รัฐตั้งคำถามและลดทอนความน่าเชื่อถือลง หลังออกมาเผยถึงเรื่องต้องห้ามดังกล่าว

ส่วนเดวิด ฟราเวอร์ อดีตนักบินประจำเครื่องบินขับไล่ F/A-18 ของกองทัพเรือ ผู้ซึ่งเคยพบเห็นยานบินลึกลับรูปทรงคล้าย “ทิกแท็ก” (Tic Tac) หรือหมากฝรั่งเม็ดเล็กยี่ห้อหนึ่ง บอกว่าปรากฏการณ์ UAP นั้นถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ และความไม่โปร่งใสของกระทรวงกลาโหมในการแอบครอบครองและจัดการเทคโนโลยีต่างดาวโดยปราศจากการตรวจสอบนั้น ถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

“สิ่งที่ผมได้เจอเมื่อปี 2004 เป็นเทคโนโลยีที่เหนือกว่าสิ่งประดิษฐ์ใดที่เราเคยมีมาทั้งหมด ทั้งยังเหนือกว่าทุกสิ่งที่เรามีแผนจะพัฒนาขึ้นในช่วงสิบปีหลังจากนี้ด้วย” ฟราเวอร์กล่าว

พยานทั้งสามคนยังให้การว่า มีความเป็นไปได้ที่เอเลียนจะสนใจในขอบเขตความสามารถด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ และอาจกำลังทดสอบหาจุดอ่อนของระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯอยู่ รวมทั้งมีการออกลาดตระเวนหรือสืบความลับในน่านฟ้าของสหรัฐฯ เป็นประจำด้วย