การยื่นญัตติถอดถอนประธานาธิบดีเกาหลีใต้เซ่นปมประกาศกฎอัยการศึกส่อเค้ายืดเยื้อ

สภาฯ เกาหลี

ที่มาของภาพ, Getty Images

ความพยายามของผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านของเกาหลีใต้ในการผ่านญัตติถอดถอนประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ครั้งแรก มีแนวโน้มที่จะไม่ประสบความสำเร็จหลังพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาลส่วนใหญ่เลือกที่จะวอล์กเอาท์ ส่งสัญญาณไม่สนับสนุนการถอดถอนประธานาธิบดีออกจากตำแหน่ง

สภาผู้แทนราษฏรเกาหลีไต้เริ่มต้นการโหวตเพื่อรับรองญัตตินี้เมื่อเวลาประมาณ 18.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 16.20 น. ตามเวลาในไทย แต่ปรากฏกว่า มีสมาชิกพรรคพลังประชาชน หรือ พรรคฝ่ายรัฐบาลบางส่วนเข้าร่วมการประชุม ส่วน สส. คนอื่นราว 160 คน ได้วอล์กเอาท์ก่อนที่จะมีการประชุม ซึ่งเป็นที่แน่ชัดว่าเป็นการบอยคอตหรือคว่ำบาตรการลงมติครั้งนี้ ขณะที่มี สส.แสดงตนในสภาผู้แทนราษฎรเพียง 194 คน

แม้ว่าประธานสภาฯ จะร้องขอให้ สส. ที่อยู่ภายนอกห้องประชุมกลับเข้ามาลงคะแนนเสียง ไม่ว่าจะสนับสนุนหรือคัดค้านญัตติดังกล่าวแล้ว เนื่องจากหากไม่ใช้สิทธิจะถือว่าผิดกฎหมาย แต่ก็มี สส. เพียง 2 คนเท่านั้นที่กลับเข้ามาห้องประชุมเพื่อโหวต ทำให้มี สส. จากพรรครัฐบาลอยู่ในที่ประชุมสภา 3 คน ( ณ เวลา 18.00 น. ของไทย)

อย่างไรก็ตาม สส. ที่เหลือมีเวลากลับมาลงคะแนนเสียงได้จนถึงเวลา 00:48 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเร็วกว่าเวลาไทย 2 ชั่วโมง

สำหรับญัตติถอดถอนประธานาธิบดียุนจำเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุนสองในสามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 300 คน หรือมากกว่า 200 เสียง

ก่อนหน้านี้ สส. มีมติคัดค้านร่างกฎหมายสอบสวนพิเศษในกรณีทุจริตอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับนางคิม กอนฮี สตรีหมายเลข 1 ผู้เป็นภริยาของประธานาธิบดียุนอีกด้วยด้วยคะแนนเสียงเพียง 198 เสียง แม้ว่าจะได้รับเสียงที่แปรพักตร์จากพรรคฝ่ายรัฐบาล 6 เสียง แต่ก็ไม่สามารถทำให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านได้ เนื่องจากต้องการคะแนนเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 200 เสียง

อย่างไรก็ตาม หากการโหวตญัตติถอดถอนประธานาธิบดีล้มเหลวในวันนี้ สภาผู้แทนราษฎรยังมีเวลายื่นญัตตินี้ได้อีกครั้งในวันพุธหน้า (11 ธ.ค.)

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ชิงแถลงขอโทษที่ประกาศกฎอัยการศึกก่อน

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้แถลงขอโทษที่ประกาศกฎอัยการศึก

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีเกาหลีใต้แถลงขอโทษที่ประกาศกฎอัยการศึกผ่านทางโทรทัศน์เมื่อเช้าวันที่ 7 ธ.ค.

หลังจากเงียบหายไปเป็นเวลากว่า 3 วัน เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายยุน ซอก-ยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้กล่าวแถลงการณ์ขออภัยที่ได้ประกาศกฎอัยการศึกผ่านสถานีโทรทัศน์ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกับกล่าวว่าจะไม่มีการประกาศคำสั่งใด ๆ ในลักษณะเช่นนั้นอีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดียุน ยังต้องเผชิญกับกระบวนการถอดถอนออกจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นผลพวงจากที่เขาประกาศกฎอัยการศึกกลางดึกของวันอังคารที่ผ่านมา ก่อนที่รัฐสภาจะมีมติคว่ำคำสั่งประกาศกฎอัยการศึกดังกล่าวในเวลาไม่นาน

ด้านบรรดาผู้นำพรรคพลังประชาชนซึ่งเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาล บอกกับผู้สื่อข่าวหลังจากได้ฟังการแถลงการณ์ของนายยุนว่า ในตอนนี้ไม่มีความเป็นไปได้ที่นายยุนจะทำหน้าที่ประธานาธิบดีได้ตามปกติ

"การลาออกแต่เนิ่น ๆ ของนายยุนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้"นายกรัฐมนตรี ฮัน ดอก-ซู กล่าว

"ผมรู้สึกความเสียใจอย่างมากและอยากจะขอโทษต่อประชาชนที่รู้สึกตื่นตระหนก" นายยุนกล่าวสั้น ๆ ในแถลงการณ์ผ่านทางสถานีโทรทัศน์

ก่อนหน้านี้มีการคาดการร์ว่าเขาอาจใช้การแถลงการณ์นี้ ซึ่งถือเป็นแถลงการณ์อย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่เขาประกาศกฎอัยการศึก เพื่อประกาศการลาออก แต่เขากลับไม่ได้ทำเช่นนั้น

ในทางกลับกัน เขากล่าวว่าจะมอบหมายงานเพื่อรักษาเสถียรภาพให้กับพรรครัฐบาล และไม่ได้กล่าวถึงการถอดถอนตัวเขาออกจากตำแหน่งแต่อย่างใด

สำหรับกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดียุนออกจากตำแหน่งนั้น พรรคฝ่ายค้านถือเป็นตัวตั้งตัวตีให้รัฐสภาร่วมลงมติเพื่อถอดถอนนายยุนในวันนี้ แต่ยังขาดเสียงสนับสนุนอีก 8 เสียงจากสมาชิกพรรคของนายยุน ถึงจะเสียงเพียงพอ 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 300 คน

นายลี แจ-มยอง ผู้นำฝ่ายค้านเกาหลีใต้

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายลี แจ-มยอง ผู้นำฝ่ายค้านเกาหลีใต้

นายลี แจ-มยอง ผู้นำฝ่ายค้านเกาหลีใต้ระบุว่า เขารู้สึกผิดหวังต่อคำแถลงการณ์ของประธานาธิบดียุนครั้งล่าสุด และบอกว่าแถลงการณ์ดังกล่าวยิ่งทำให้สาธารณชนรู้สึกโกรธแค้นและรู้สึกว่าถูกทรยศมากขึ้น

ผู้นำฝ่ายค้านกล่าวเสริมว่า สิ่งที่ดีที่สุดที่ประธานาธิบดียุนทำได้ในตอนนี้คือการลาออกจากตำแหน่ง

ขณะที่ภายนอกอาคารรัฐสภาในกรุงโซล มีผู้คนจำนวนหลายหมื่นคนทยอยเดินทางเข้ามาเพื่อประท้วงเรียกร้องให้นายยุนลาออกจากตำแหน่ง

ขณะเดียวกันก็มีผู้สนับสนุนนายยุนบางส่วน แต่จำนวนไม่มาก ได้ปักหลักชุมนุมให้กำลังใจประธานาธิบดีด้วยเช่นกัน ณ ที่มุมถนนแห่งหนึ่งในกรุงโซล

ชาวเกาหลีใต้ชุมนุมเรียกร้องให้ประธานาธิบดียุนลาออก

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ชาวเกาหลีใต้ชุมนุมเรียกร้องให้ประธานาธิบดียุนลาออก พร้อมทั้งเรียกร้องให้ สส. พรรครัฐบาลกลับมาลงคะแนนในสภาหลังจากพวกเขาร่วมกันคว่ำบาตรการโหวต

ปฏิกิริยาจากชาวเกาหลีใต้เป็นอย่างไร

ยาง ซูนซิล วัย 50 ปี บอกว่า รู้สึกสิ้นศรัทธาต่อนายยุนโดยสิ้นเชิง
คำบรรยายภาพ, ยาง ซูนซิล วัย 50 ปี บอกว่า รู้สึกสิ้นศรัทธาต่อนายยุนโดยสิ้นเชิง

ไม่ใช่แค่นักการเมืองเท่านั้นที่รู้สึกไม่พอใจต่อการกระทำของนายยุน

ยาง ซูนซิล วัย 50 ปี เจ้าของร้านขายอาหารทะเลในตลาดนัมแดมุน ในกรุงโซล บอกกับบีบีซีว่า เธอรู้สึกหวาดกลัวและไม่เชื่อว่าจะมีการประกาศกฎอัยการศึก

"ฉันรู้สึกสิ้นศรัทธาต่อเขา[นายยุน]ในฐานะเขาเป็นประธานาธิบดีโดยสิ้นเชิง ฉันไม่คิดว่าเขาควรจะเป็นประธานาธิบดีอีกต่อไป"เธอ กล่าว

"พวกเราต้องต่อสู้จนทุกอย่างสิ้นสุด พวกเราไม่สามารถปล่อยให้เขาอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีได้อีก"

ที่ตลาดเดียวกัน ฮัน จุงโม ที่มาซื้อของบอกว่า การกล่าวคำขออภัยของนายยุนยังไม่เพียงพอ

"เขาต้องยอมลาออกเอง หรือไม่ก็ต้องถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง หากเขาไม่ยอม" เขาพูดและบอกว่าประธานาธิบดีได้ทำลายความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อเข้าไปแล้ว

"หากเขายังยืนยันที่จะอยู่ในตำแหน่งแล้ว นี่จะเป็นสถานการณ์ที่สิ้นหวังอย่างยิ่ง พราะฉันเคยเชื่อในตัวประธานาธิบดีคนนี้ กฎอัยการศึกไม่ใช่การกระทำผิดเพียงอย่างเดียวที่เขาทำ"

สถานการณ์ในเกาหลีใต้ดิ่งเข้าสู่ความวุ่นวายทางการเมืองทันที หลังจากประธานาธิบดียุนสร้างความตกตะลึงให้กับคนทั้งประเทศด้วยการประกาศกฎอัยการศึกกลางดึก โดยอ้างถึง "กองกำลังต่อต้านรัฐ" และภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ

อย่างไรก็ตาม ในเวลาไม่นานนักก็มีความชัดเจนว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ได้มีมูลเหตุมาจากภัยคุกคามจากนอกประเทศ แต่มาจากปัญหาทางการเมืองภายในของเขาเอง

การประกาศกฎอัยการศึกครั้งแรกในรอบเกือบ 50 ปีครั้งนี้ ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น เมื่อ สส. บางส่วนตัดสินใจกระโดดข้ามแผงกั้นและรั้วของอาคารรัฐสภา รวมทั้งเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงเพื่อเข้าไปประชุมในรัฐสภาเพื่อโหวตยับยั้งคำสั่งประกาศกฎอัยการศึกของนายยุน

6 ชั่วโมงหลังจากที่ประชุมในรัฐสภาเกาหลีใต้มีมติคว่ำคำสั่งดังกล่าว นายยุนจึงกลับมาประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก แต่ก็ยังมีความกังวลว่า เขาอาจจะพยายามประกาศอัยการศึกเป็นครั้งที่ 2 จึงทำให้ สส.บางคนยังคงประจำอยู่ในอาคารรัฐสภาเพื่อให้แน่ใจว่า พวกเขาจะสามารถใช้สิทธิยับยั้งได้ทันที

ก่อนที่ความพยายามของเขาจะนำประเทศเข้าสู่การปกครองโดยกองทัพ นายยุนต้องเผชิญกับคะแนนนิยมที่ตกต่ำ รวมถึงถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชัน ขณะที่ฝ่ายค้านมีบทบาทนำในรัฐสภา จึงทำให้เขาถูกมองว่าเป็นผู้นำเป็ดง่อย