ทำไมเกาหลีใต้อภัยโทษทายาทซัมซุง ?
ฟรานเซส เหมา ผู้สื่อข่าวบีบีซี

ที่มาของภาพ, Reuters
นายลี แจ-ยอง ทายาทซัมซุง เป็นผู้ต้องหาคดีติดสินบนและยักยอกทรัพย์ในปี 2017 แต่วันนี้ 12 ส.ค. เขาได้รับการอภัยโทษเป็นกรณีพิเศษจากประธานาธิบดี เพื่อคุมบังเหียนบริษัทอย่างเต็มที่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกาหลีใต้ในยุคหลังโควิด-19
นายลีถือเป็นผู้ต้องหาที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งของเกาหลีใต้ และเคยถูกจองจำมาแล้ว 2 ครั้ง ฐานติดสินบนอดีตประธานาธิบดี
แต่รัฐบาลเกาหลีใต้อธิบายว่าการอภัยโทษเป็นกรณีพิเศษ ถือว่ามีความชอบธรรม เพราะนายลี ที่ถือเป็นผู้นำบริษัทซัมซุงในทางพฤตินัย จำเป็นต้องกลับมาบริหารบริษัทอีกครั้ง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงหลังการระบาดของโควิด
การตัดสินใจของรัฐบาลอาจสร้างความไม่พอใจต่อประชาชนที่ตั้งคำถามต่อแนวทางการบริหารประเทศ ทั้งที่เคยเกิดการประท้วงใหญ่เมื่อ 6 ปีก่อนในกรุงโซล จนทำให้อดีตประธานาธิบดีพัค กึน-ฮเย ต้องลงจากอำนาจ จากเสียงวิจารณ์ถึงการคอรัปชันและรับสินบน
แล้วคดีความของนายลีก็เชื่อมโยงโดยตรงกับกรณีคอรัปชันอื้อฉาว ที่นำไปสู่การจำคุกนางพัค กึน-ฮเย ด้วย
คดีความที่เหมาะเป็นซีรีส์เกาหลี ?
นายลี หรือที่ผู้ประท้วงตั้งสมญานามว่า “มกุฎราชกุมารแห่งซัมซุง” ติดสินบนประธานาธิบดีพัคและคนสนิทเป็นเงิน 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 281 ล้านบาท เพื่อให้สนับสนุนการควบรวมบริษัทกับหุ้นส่วน ซึ่งจะทำให้ตระกูลเจ้าของซัมซุงบริหารอาณาจักรทางธุรกิจได้ง่ายมากขึ้น
ท้ายสุด รัฐสภาเกาหลีใต้ถอดถอนนางพัค และเธอถูกโทษจำคุกนาน 25 ปีในปี 2017
ส่วนนายลี หรือที่ในตะวันตกรู้จักกันในชื่อ เจย์ วาย ลี ถูกจำคุกนาน 1 ปี โทษฐานยักยอกเงิน 800,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากกองทุนบริษัท เพื่อนำไปซื้อม้าให้ลูกสาวของเพื่อนประธานาธิบดีพัค

ที่มาของภาพ, Getty Images
หลังการประท้วงที่นำไปสู่การถอดถอนนางพัค มุน แจ-อิน ขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ ด้วยภารกิจสะสางปัญหาภายในรัฐบาล แต่สังคมมองว่า เขาไม่คืบหน้าในเรื่องนี้ อีกทั้งในช่วงสุดท้ายของวาระประธานาธิบดี เขายังอภัยโทษให้กับนางพัค กึน-ฮเย อีกด้วย
ผ่านจากวันนั้นมา 8 เดือน ภายใต้ประธานาธิบดีคนใหม่ ทายาทซัมซุงก็ได้รับการอภัยโทษแบบเดียวกับนางปัค ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจเหล่าผู้ที่ต่อสู้เพื่อกวาดล้างการคอรัปชันอย่างมาก
“มันเป็นการก้าวถอยหลัง มันเหมือนเกาหลีใต้กลับไปมีสภาพเหมือนช่วงก่อนการปฏิวัติแสงเทียนอีกครั้ง” ซังอิน พัค ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์และอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล กล่าว

ที่มาของภาพ, Reuters
อิทธิพลหนวดปลาหมึก
กรณีของลียิ่งทำให้แนวคิดว่าผู้นำทางธุรกิจ เป็นคนที่แตะต้องไม่ได้และอยู่เหนือกฎหมายเด่นชัดขึ้น โดยเฉพาะในเกาหลีใต้ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ถือว่าคุมบังเหียนทางเศรษฐกิจ
บริษัทขนาดใหญ่ 10 บริษัทในเกาหลีใต้ มีจีดีพีคิดเป็น 80% ของประเทศ และส่วนใหญ่ล้วนเป็นบริษัทที่เรียกว่า “แชโบล” หรือบริษัทควบคุมโดยคนในครอบครัว เหมือนลักษณะกงสี และดำเนินธุรกิจที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น แอลจี ฮุนได ล็อตเต และเอสเค

ที่มาของภาพ, Reuters
แต่ซัมซุงถือว่ามีขนาดใหญ่สุด และทรงอิทธิพลมากที่สุด เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นแบรนด์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำของโลก ขณะที่ในเกาหลีใต้ ซัมซุงยังเป็นเจ้าของโรงพยาบาล โรงแรม บริษัทประกันชีวิต ป้ายโฆษณา อู่ต่อเรือ รวมถึงสวนสนุกอีกด้วย
ศาสตราจารย์ยุน คยุง ลี สาขาสังคมวิทยาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยแห่งโทรอนโต อธิบายว่า อำนาจของซัมซุงและบริษัทแชโบลอื่น ๆ ทรงพลังมากเสียจนถูกเรียกว่าบริษัท “ปลาหมึก” และหนวดปลาหมึกของบริษัทเหล่านี้ แทรกซึมเข้าไปถึงชนชั้นปกครองในทางการเมืองของเกาหลีใต้
ศ.ลี เข้าร่วมการประท้วงในปี 2016 และรับรู้ได้ว่าความโกรธเคืองของผู้ประท้วงพุ่งไปที่การใช้อำนาจประธานาธิบดีของนางพัคเพื่อประโยชน์ส่วนตน แต่นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิแรงงานและอีกหลายคน พยายามแสดงให้ผู้ประท้วงเห็นถึงอิทธิพลนอกรัฐบาลจากกลุ่มแชโบลด้วย
รัฐบาลเกาหลีใต้สนับสนุนบริษัทแชโบลอย่างเต็มที่ ภายหลังสิ้นสุดสงครามเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าไฟและอุดหนุนด้านภาษี ซึ่งในเวลานั้น รัฐบาลออกนโยบาย “ซื้อของเกาหลี” เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนใช้จ่ายในประเทศ พร้อมกับควบคุมไม่ให้เกิดสหภาพแรงงาน
ผลลัพธ์ก็คือการผูกขาดทางธุรกิจ ที่ทำให้ไม่เกิดการแข่งขัน การเรียกร้องสิทธิแรงงานที่ทำได้ไม่มาก และปัญหาการติดสินบนและคอรัปชันที่ดำเนินมานานหลายทศวรรษ

ที่มาของภาพ, Getty Images
ศ.ลี ยกตัวอย่างการที่รัฐบาลเกาหลีใต้ลดโทษหรือระงับการลงโทษผู้บริหารหลายคน โดยผู้พิพากษาเองก็กล่าวว่า เศรษฐกิจเกาหลีใต้จะได้รับผลกระทบหากผู้นำบริษัทแชโบลต้องไปอยู่ในเรือนจำ
บิดาของนายลี แจ-ยอง คือ ลี กุน-ฮี เผชิญข้อหาติดสินบนและฉ้อโกงในช่วงทศวรรษที่ 1990 ขณะนั้นเขาเป็นประธานบริษัทซัมซุง แต่เขากลับไม่ต้องรับโทษจำคุกเลยแม้แต่วันเดียว ดังนั้น ในปี 2017 การได้เห็นบุตรชายของประธานซัมซุมรับโทษจำคุกนาน 5 ปี จึงเป็นภาพแห่งความหวังของนักเคลื่อนไหวที่มองว่า อาจเปลี่ยนแปลงปัญหานี้ของเกาหลีใต้ได้
แต่ความหวังนั้นอยู่ได้ไม่นาน การต่อสู้ในชั้นศาลของนายลีเนิ่นนานหลายปี และมีจุดพลิกผันมากมาย จนอาจเพียงพอนำไปผลิตเป็นซีรีส์เกาหลีได้
ไม่ว่าจะเป็นการยื่นอุทธรณ์ให้ปล่อยตัวได้สำเร็จ ก่อนที่ศาลสูงจะสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ และพบว่ามีความผิดจริง จนต้องถูกจำคุกอีกครั้ง แต่อยู่ในเรือนจำได้ไม่กี่เดือน รัฐบาลของมุน แจ-อิน ก็ปล่อยตัวนายลีแบบมีทัณฑ์บน เพื่อผลประโยชน์ของชาติ
นับแต่นั้น นายลีก็กลับมามีบทบาทในที่สาธารณะอีกครั้ง โดยเมื่อเดือน พ.ค. เขายังได้ร่วมต้อนรับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่เดินทางเยือนเกาหลีใต้อีกด้วย
อย่างไรก็ดี นายลียังเผชิญคดีทางอาญาหลายข้อหา ทั้งการบิดเบือนมูลค่าของบริษัท ฉ้อโกงบัญชี และละเมิดเงื่อนไขศาลด้วยการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่การอภัยโทษนี้ จะทำให้นายลีทำหน้าที่ผู้นำบริษัทได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง
ศ.ลี มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นระบบชำระมลทินทางกฎหมายให้กับผู้นำบริษัทแชโบล เพราะท้ายสุดต้องยอมรับว่า “อำนาจอย่างเป็นทางการ อยู่ที่ทำเนียบประธานาธิบดีและรัฐสภาที่เป็นผู้กำหนดกฎหมาย”
“แต่ถ้าพูดถึงอิทธิพลทางการเมือง หรืออิทธิพลทางวัฒนธรรม หรือแม้แต่ทัศนคติว่าแชโบลมีความสำคัญต่อสังคมเกาหลีใต้ มันอยู่ที่การร่วมมือกันระหว่างชนชั้นปกครองและอภิสิทธิ์ชนทางธุรกิจ ที่ล้วนมีผลประโยชน์ร่วมกัน”











