"เราไม่รู้ว่าพ่อแม่เด็กยังมีชีวิตอยู่ไหม" ชะตากรรมเด็กทารก 36 คน ที่โรงพยาบาลในกาซา

ที่มาของภาพ, Provided to Reuters
- Author, เอธาร์ ชาลาบี
- Role, บีบีซีแผนกภาษาอารบิก
"เด็กทารกแรกเกิดที่คลอดก่อนกำหนดรอด 36 คน จากทั้งหมด 39 คน เราเสียพวกเขาไป 3 คน" นพ.มาร์วาน อาบู ซาดา นายแพทย์หัวหน้าแผนกศัลยกรรมผ่าตัดทั่วไป โรงพยาบาลอัล-ชีฟา โรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในฉนวนกาซา ระบุ
ขณะนี้ กองทัพอิสราเอลกำลังเปิดปฏิบัติการทางทหารในโรงพยาบาลแห่งนี้ โดยอ้างการข่าวจากหน่วยข่าวกรองว่ามีฐานปฏิบัติการของฮามาสอยู่ที่ชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลแห่งนี้
"มีเด็ก 2 คน ที่เสียชีวิตลงตอนไฟฟ้าที่โรงพยาบาลดับ พวกเขาตายเพราะขาดออกซิเจน ส่วนเด็กคนที่ 3 เสียชีวิตจากภาวะกระเพาะอาหารอักเสบ"
นายแพทย์หัวหน้าแผนกศัลยกรรมผ่าตัดทั่วไป พูดคุยกับบีบีซีผ่านทางโทรศัพท์ระหว่างที่ทหารอิสราเอลกำลังลงไปตรวจค้นที่ชั้นใต้ดินของโรงพยาบาล อิสราเอลกล่าวหามาอย่างยาวนานว่า กลุ่มฮามาสมีกองบัญชาการส่วนกลางอยู่ในใต้โรงพยาบาลอัล-ชีฟา และสหรัฐฯ ก็สนับสนุนข้อกล่าวอ้างนี้โดยระบุว่าข่าวกรองของสหรัฐฯ เองก็ได้ข้อสรุปที่ตรงกัน อย่างไรก็ดี ฮามาสปฏิเสธการกล่าวหานี้
นพ.อาบู ซาดา พูดคุยกับบีบีซีผ่านสายโทรศัพท์ที่ติดขัดเป็นบางช่วง หลังจากที่บีบีซีได้พยายามโทรติดต่อเขาอยู่หลายครั้ง

ที่มาของภาพ, Marwan Abu Saada
ทารกคลอดก่อนกำหนด 36 คน มีน้ำหนักตัวอยู่ระหว่าง 800-1,200 กรัม โดยเด็กที่อายุน้อยที่สุดมีอายุครรภ์ก่อนคลอดเพียง 28 สัปดาห์ นพ.อาบู ซาดา บอกว่า โรงพยาบาลไม่มีช่องทางติดต่อพ่อแม่หรือผู้ปกครองที่ยังคงรอดชีวิตของเด็กคนใดได้เลย และท่ามกลางความวุ่นวายของสงคราม โรงพยาบาลก็หาตัวญาติ ๆ ของเด็กไม่พบด้วย
แพทย์รายนี้ยังเล่าด้วยว่า มีเด็กทารก 2 คน ที่ถูกพบอยู่ตามลำพังในที่เกิดเหตุที่ถูกถล่มด้วยจรวด ก่อนถูกพาตัวมาโรงพยาบาล และยังมีเด็กทารกอีก 4 คน ที่ต้องผ่าคลอดทางหน้าท้องหลังจากแม่ของพวกเขาเสียชีวิตไปแล้ว
เด็กทารกได้รับการดูแลอย่างไร
"เรานำผ้าห่มไฟฟ้าให้ความอบอุ่นที่มักถูกใช้เวลาผ่าตัดมารองตัวเด็ก และใช้ท่อออกซิเจน ซึ่งโชคดีที่ตอนนี้มีเด็กที่จำเป็นต้องใช้ท่อออกซิเจนเพียง 2 คน"
"การฆ่าเชื้อท่อออกซิเจนเป็นเรื่องท้าทายอย่างมาก" เขาระบุ "แต่เราจะพยายามอย่างดีที่สุด เราจะทำทุกอย่างที่สามารถทำได้เพื่อฆ่าเชื้อท่อพวกนั้น นั่นเป็นเหตุผลที่เราเรียกร้องให้อพยพเด็ก ๆ เหล่านี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ"
เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลอัล-ชีฟา เรียกร้องหลายครั้งถึงการกำหนดให้มีบริเวณที่ปลอดภัยสำหรับคนไข้และแพทย์ ในระหว่างที่มีการเข้าตรวจค้นของทหารอิสราเอล

ที่มาของภาพ, Palestinian Prime Ministry via Anadolu / Getty Images
"เรามีทรัพยากรจำกัดมาก เราไม่มีแม้กระทั่งน้ำ การจะมีน้ำสะอาดจำเป็นต้องมีไฟฟ้าหรือพลังงานที่สม่ำเสมอ แต่ตอนนี้เราต้องรอทุก ๆ 6 ชั่วโมงจึงจะเปิดเครื่องผลิตน้ำสะอาดให้ทำงานได้ มันเป็นความท้าทายอย่างมาก เราไม่มีน้ำสำหรับการดูแลความสะอาดหรือกระทั่งสำหรับดื่ม"
สถานการณ์ที่ไม่สามารถรักษาสภาพแวดล้อมให้ปลอดเชื้อ อาจทำให้เด็กทารกเสียชีวิตจากเชื้อโรคและการติดเชื้อ ซึ่งสถานการณ์นี้ป้องกันได้หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีกว่านี้
"เราพยายามช่วยรักษาชีวิตของเด็กทารกเหล่านี้ ด้วยการทำให้ห้องมีอุณหภูมิที่อบอุ่นเหมาะสม ป้อนอาหาร และหากจำเป็นก็ให้ยาปฏิชีวนะ" นพ.อาบู ซาดา กล่าว

ที่มาของภาพ, Palestinian Prime Ministry via Anadolu / Getty Images
แพทย์ที่ปรึกษาเกี่ยวกับทารกแรกเกิดและทีมเจ้าหน้าที่ กำลังให้การดูแลชีวิตทารกเหล่านี้อย่างใกล้ชิด "มีทีมแพทย์ดูแลพวกเขา แต่พวกเขาไม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม"
เมื่อไม่กี่วันมานี้ ตู้อบทารกแรกเกิดในโรงพยาบาลใช้งานไม่ได้เพราะไม่มีไฟฟ้า จากปัญหาการขาดเชื้อเพลิงของโรงพยาบาล
"สถานีออกซิเจนของโรงพยาบาลถูกโจมตี และไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิงมาปั่นไฟ การที่โรงพยาบาลอัล-ชีฟา ถูกปิดล้อม ทำให้เราซ่อมแซมอะไรไม่ได้เลย"

แต่ละเตียงพยาบาลมีเด็กทารกตัวเล็ก ๆ นอนอยู่ 8-10 คนต่อเตียง โดยมีผ้าห่มให้ความอบอุ่นและกระดาษฟอยล์ห่อไว้
นพ.อาบู ซาดา อธิบายว่า "ถ้าอากาศหนาวเย็นลง ถ้าไฟฟ้าดับลง เราจะห่อตัวเด็กด้วยฟอยล์ ร่างกายของเด็กทารกเหล่านี้อ่อนไหวมากและเปราะบางอย่างมากจากการเจ็บป่วย"
"เราเก็บพลังงานที่เหลืออยู่อย่างจำกัดและไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ไว้เพื่อดูแลเด็กคลอดก่อนกำหนด ดังนั้นเราจะไม่เสียพวกเขาไป เราย้ายพวกเขาไปที่แผนกผ่าตัดหัวใจ ไม่ใช่แผนกดูแลทารกแรกคลอด ซึ่งอยู่ในตึกศัลยกรรมผ่าตัดทั่วไป"
ขณะที่กองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ประกาศว่าจะส่งมอบตู้อบเด็กและอาหารสำหรับทารกมายังโรงพยาบาล นพ.อาบู ซาดา บอกว่า เขาไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ แต่บอกว่า โรงพยาบาลต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงมากที่สุดเพื่อนำมาปั่นไฟให้กับตู้อบทารกของโรงพยาบาล
นพ.อาบู ซาดา บอกว่า นับตั้งแต่ทหารอิสราเอลบุกเข้าตรวจค้นโรงพยาบาล ทางเชื่อมระหว่างแผนกศัลยกรรมผ่าตัดทั่วไปและตึกศัลยกรรมพิเศษก็ถูกโจมตีตัดขาด และแพทย์ส่วนหนึ่งไม่สามารถที่จะเคลื่อนย้ายไปไหนได้ตั้งแต่มีการบุกของทหารอิสราเอล
โรงพยาบาลอัล-ชีฟา รับเด็กทารกคลอดก่อนกำหนดมาดูแลเพิ่มได้หรือไม่

ที่มาของภาพ, Palestinian Prime Ministry via Anadolu / Getty Images
"ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา เราไม่ได้รับเด็กทารกคลอดก่อนกำหนดมาดูแลเพิ่ม" นพ.อาบู ซาดา ระบุ พร้อมกับบอกว่า ก่อนการปิดล้อม โรงพยาบาลอัล-ชีฟาสามารถรับตัวเด็กแรกคลอดที่ส่งต่อมาจากโรงพยาบาลอื่นมารักษาตัวที่นี่ได้ แต่ตอนนี้ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป เพราะโรงพยาบาลไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะดูแลเด็กคลอดก่อนกำหนดได้อีก
"พวกเขาไม่ได้อยู่ในตู้อบทารก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะทำให้เด็กได้รับการดูแลในอุณหภูมิที่เหมาะสม"
"ผมติดต่อกับแพทย์ดูแลเด็กแรกเกิดทุกวันเพื่อตรวจดูว่าเด็กเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ทำไม่ได้แล้ว เพราะเราไม่สามารถติดต่อกับตึกอื่น ๆ ในโรงพยาบาลได้"
อนาคตของเด็กเหล่านี้อยู่บนความไม่แน่นอน ทีมเจ้าหน้าที่หวังว่าจะพบครอบครัวของเด็ก ๆ ในวันใดวันหนึ่ง
ตอนนี้ เด็กทารกเหล่านี้นอนรวมกัน โดยติดป้ายชื่อที่ตัวเด็ก ด้วยข้อความว่า "ลูกชายของ..." หรือ "ลูกสาวของ..." และเว้นว่างชื่อของแม่เด็กไว้ เผื่อว่าในวันหนึ่งโรงพยาบาลจะรู้ชื่อผู้ให้กำเนิดทารกเหล่านี้
ชะตากรรมของแพทย์พยาบาล

ที่มาของภาพ, Gaza Health Ministry / Reuters
ก่อนหน้านี้ นายแพทย์ระดับอาวุโสของโรงพยาบาลอัล-ชีฟา เปิดเผยสถานการณ์ภายในโรงพยาบาลให้บีบีซีฟัง
นพ.อัดนัน อัล-เบิช หัวหน้าแผนกศัลยกรรมข้อและกระดูก ระบุว่า แพทย์ของโรงพยาบาล "ไม่ได้รับอนุญาตให้แม้กระทั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง" ระหว่างที่ทหารอิสราเอลกำลังเคลื่อนกำลังเข้าตามตึกต่าง ๆ ของโรงพยาบาล
ด้าน นพ.โมฮาเหม็ด โอบีด ศัลยแพทย์โรคข้อกระดูก บอกว่า เขา "ลอบแอบมองออกไปนอกหน้าต่างห้องผ่าตัดอย่างไว ๆ และเห็นว่ามีทหาร 7 นาย เข้าไปที่แผนกผู้ป่วยในและศูนย์ฟอกไต รวมทั้งตึกที่เตรียมตั้งแผนกเอกซเรย์ ซึ่งยังไม่มีการรักษาผู้ป่วย"
"ทุกคนตื่นตระหนกตอนที่ทหารอิสราเอลเข้ามาตรวจค้นทุกจุดที่ชั้นใต้ดิน ก่อนที่พวกเขาจะมา พวกเราย้ายคนไข้ออกจากชั้น 4 ของตึกศัลยกรรมทั่วไป เพราะตึกเสียหายจากการระเบิดและกำแพงก็เสียหายอย่างหนักและมีเศษสะเก็ดระเบิดกระจายเต็มไปหมด"
นพ.โอบีด กล่าวว่า มีแพทย์ 15 คน ที่พยายามรวมกันอยู่ในห้องเดียวที่แผนกศัลยกรรมผ่าตัดทั่วไป และพวกเขาไม่สามารถติดต่อกับคนในตึกอื่นได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ทหารอิสราเอลทำลายสะพานเชื่อมระหว่างสองตึกหลักในโรงพยาบาล นพ.ผู้นี้ระบุด้วยว่า หมอกลุ่มนี้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง







