เหตุใดทุกคนถึงพูดถึงอิหร่านในช่วงสงครามอิสราเอล-ฮามาส

ธงชาติอิหร่านในกรุงเตหะราน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ธงชาติอิหร่านในกรุงเตหะราน
    • Author, เรซา ซาเบติ
    • Role, ผู้สื่อข่าวแผนกภาษาเปอร์เซีย

ภายหลังกลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอลอย่างดุเดือด ผู้นำสูงสุดอิหร่านได้ออกมายกย่องและเรียกปฏิบัติการดังกล่าวว่า "แผ่นดินไหวครั้งร้ายแรง" สำหรับอิสราเอล พร้อมยังกล่าวอีกว่า "เราขอประทับรอยจูบไว้บนมือผู้ที่วางแผนการโจมตีครั้งนี้ด้วย" ซึ่งแปลเป็นนัยว่าต้องการแสดงความเคารพนับถือต่อผู้วางแผนโจมตีดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กลับรีบปฏิเสธทันควันว่า อิหร่านไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุโจมตีดังกล่าว ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไป 1,200 ราย และยังมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกันอีกกว่า 240 คน

จากนั้นเป็นต้นมา อิสราเอลก็เปิดฉากโจมตีทางอากาศและปฏิบัติการภาคพื้นดินในฉนวนกาซา ซึ่งได้สังหารประชาชนไปมากกว่า 11,000 ราย ตามการรายงานของกระทรวงสาธารณสุขของกลุ่มฮามาส

แม้ว่าอิหร่านจะออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องในการโจมตีดังกล่าว แต่เหตุใดสื่อสังคมออนไลน์และสื่อกระแสหลักจึงรายงานถึงอิหร่านว่า มีความสัมพันธ์กับกลุ่มฮามาสในการก่อเหตุโจมตีที่อิสราเอลไม่ทันตั้งตัวครั้งนั้น

หนึ่งในเหตุผลเบื้องหลังแนวคิดนี้ อาจจะมาจากการที่อิหร่านสนับสนุนกลุ่มกองกำลังผสมที่ใช้ชื่อว่า Axis of Resistance หรือ "กลุ่มอักษะแห่งการต่อต้าน" ก็เป็นได้

กองกำลังผสมดังกล่าว ประกอบด้วยกลุ่มพันธมิตรที่ต่อต้านอิสราเอลและอิทธิพลของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ประกอบด้วย กลุ่มฮามาส, กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน, กองกำลังติดอาวุธในอิรัก และกลุ่มกบฎฮูตีในเยเมน

อิหร่านเผชิญกับการคว่ำบาตรทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองจากนานาชาติ เป็นผลจากความทะเยอทะยานในการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์และการละเมิดสิทธิมนุษยชน

และเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง อิหร่านถูกกล่าวหาว่าใช้พันธมิตรและทำสงครามตัวแทนกับศัตรูในภูมิภาค ในทางกลับกัน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์และกลุ่มฮามาสก็ได้รับความช่วยเหลือจากอิหร่าน เพื่อแลกกับการเป็นหัวหอกสำคัญในความเคลื่อนไหวต่อต้านอิสราเอล

ประวัติศาสตร์ระหว่างอิสราเอลและอิหร่านเป็นอย่างไร

IDF Soldiers ride in armoured personnel carriers on 17 October 2023 in Be'eri, Israel

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทหารกองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือ ไอดีเอฟ โดยสารบนยานเกราะในพื้นที่ชายแดนของอิสราเอลติดกับกาซา

เดิมทีอิสราเอลและอิหร่านไม่ได้เป็นศัตรคู่แค้นกัน

อันที่จริง ก่อนการปฏิวัติอิสลามในอิหร่านเมื่อปี 1979 และสถาปนาสาธารณรัฐอิสลามขึ้น อิหร่านในฐานะชาติที่ยังไม่ได้เป็นอาหรับ มีจุดยืนเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ของอิสราเอลด้วยซ้ำ

ทว่า ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเมื่อเกิดการปฏิวัติที่ทำให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ขึ้นสู่อำนาจและเปลี่ยนอิหร่านมาสู่การปกครองในรูปแบบเทวาธิปไตยกับวาทกรรมต่อต้านอิสราเอล

อีกด้านชาวปาเลสไตน์ ก็เริ่มมีบทบาทสำคัญและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงในแวดวงผู้นับถืออิสลามเท่านั้น ยังรวมไปถึงชุมชนที่มีแนวความคิดซ้ายจัดและกลุ่มปัญญาชน

หกวันก่อนที่จะเกิดการปฏิวัติในอิหร่าน ยัสเซอร์ อาราฟัต ที่ต่อมาได้เป็นผู้นำองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (Palestine Liberation Organization: PLO) ได้กลายเป็นผู้นำต่างชาติคนแรกที่ได้เข้าหารือกับอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี พร้อมกับรัฐบาลชั่วคราวในกรุงเตหะราน

ไม่กี่ชั่วโมงหลังอาราฟัตได้เข้าพบรัฐบาลใหม่ของอิหร่าน ทางการอิหร่านก็ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล

ทว่า สิ่งต่าง ๆ ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างตรงไปตรงมาอย่างที่เห็น

แม้ว่าจะมีความสัมพันธ์อันดีกับชาวปาเลสไตน์ แต่ก็ไม่ทำให้อิหร่านลังเลในการยอมรับความช่วยเหลือทางการทหารจากอิสราเอล เช่น ในช่วงปีแรก ๆ ของสงครามอิหร่านกับอิรัก ระหว่างปี 1980-1988 อิสราเอลได้ส่งความช่วยเหลือให้กับอิหร่านในหลายรูปแบบผ่านอย่างไม่เป็นทางการผ่านตัวกลาง

มันถือเป็นความพันธมิตรที่ดูไม่น่าเป็นไปได้ ในระหว่างที่สงครามกำลังปะทุ แต่เหตุผลที่อิสราเอลทำเช่นนั้นก็เพื่อทำให้ทั้งอิหร่านและอิรักยุ่งวุ่นวายกันเองในสงคราม

แต่กรณีนี้ ถือเป็นเพียงข้อยกเว้นเดียว ในวังวนการยั่วยุ การคุกคาม และกล่าวหากันไปมา ที่ไม่สิ้นสุด

ระหว่างทศวรรษ 1980 และ 1990 ทั้งอิสราเอลและสหรัฐฯ ต่างกล่าวหาอิหร่านว่าพัวพันกับการใช้ระเบิดโจมตีรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอิหร่านปฏิเสธเรื่องดังกล่าว และยังกล่าวหาอิสราเอลอีกว่าอยู่เบื้องหลังการลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ชาวอิหร่าน นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังกล่าวหากันไปมาในเรื่องการโจมตีทางไซเบอร์อีกด้วย

ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับฮามาสเป็นอย่างไร

Masked members of the al-Qassam Brigades, the military wing of Hamas at al-Bureij refugee camp in the central Gaza strip, on 8 August 2022

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, กองกำลังของกองพัน อิซ อัลดิน อัลคัสซัม

กลุ่มติดอาวุธชาวปาเลสไตน์และพรรคการเมืองที่เรียกว่า "ฮามาส" ก่อตั้งขึ้นในปี 1987 และปกครองฉนวนกาซามาตั้งแต่ปี 2007 และบ่อยครั้งที่มีการโจมตีทางอากาศไปยังเมืองต่าง ๆ ในอิสราเอล

ขณะที่สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร และชาติอื่น ๆ ต่างคงนโยบายโดดเดี่ยวกลุ่มฮามาสและพิจารณาให้เป็นหนึ่งในองค์กรก่อการร้าย

ตลอดทศวรรษ 1990 เรื่อยจนถึง 2000 อิหร่านถือว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกลุ่มฮามาส ด้วยแรงผลักดันหลักคือ ความเกลียดชังที่มีต่อศัตรูเดียวกัน มากกว่าหลักคิดทางศาสนาหรือความคิดเห็นทางการเมือง

รูปแบบการปกครองของฮามาสและอิหร่านก็ยังแตกต่างกันในแง่ของนิกายทางศาสนา กล่าวคือ กลุ่มฮามาสเป็นมุสลิมนิกายสุหนี่ ส่วนอิหร่านมีรากฐานมาจากศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์

ทว่า ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายก็เกิดร่อยด่างขึ้นในปี 2012 เมื่อกลุ่มฮามาสปฏิเสธที่ให้การรับรองประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด ของซีเรีย ซึ่งถือเป็นพันธมิตรของอิหร่าน ขณะที่เขาต้องเผชิญกับสงครามกลางเมือง อิหร่านจึงตัดสินใจใช้มาตรการตอบโต้ด้วยการยุติความช่วยเหลือทางการเงินแก่กลุ่มฮามาส รวมทั้งการสนับสนุนต่าง ๆ ด้วย

ในปี 2015 รอยร้าวดังกล่าวดูเหมือนจะฝังรากลึกมากขึ้น เมื่อกลุ่มฮามาสกลับไปสานสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นศัตรูของอิหร่านมาอย่างยาวนาน หนึ่งในเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นว่าทั้งอิหร่านและซาอุดีอาระเบียเป็นคู่อริกันคือ ในสงครามกลางเมืองในเยเมน อิหร่านให้การสนับสนุนกลุ่มกบฎฮูตี ที่ต่อสู้กับรัฐบาลเยเมนที่ซาอุดีอาระเบียหนุนหลัง

ความบาดหมางระหว่างอิหร่านและกลุ่มฮามาส รวมทั้งการถอนความช่วยเหลือทางการเงิน ทำให้กลุ่มฮามาสต้องสูญเสียแหล่งเงินทุนหลัก ซึ่งชาวกาซาต้องพึ่งพา เมื่อขาดเงินช่วยเหลือ พลเรือนชาวกาซาก็ต้องเผชิญกับความยากลำบากมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา มีความชัดเจนว่า ชาติอาหรับหลายประเทศเริ่มหันมาสานสัมพันธ์กับอิสราเอลมากขึ้น ทำให้แม้จะมีท่าทีห่างเหินกันในความสัมพันธ์ แต่อิหร่านและฮามาส ก็พยายามกลับมาสานสัมพันธ์อีกครั้ง

ขณะเดียวกัน แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงโดยตรงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มฮามาสและอิหร่าน แต่สหรัฐฯ ซึ่งหนุนอิสราเอล เชื่อว่า อิหร่านมีบทบาทและมีส่วนในการโจมตีของกลุ่มฮามาสในวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ด้วยการให้การสนับสนุนเงินทุนแก่กองกำลังของกลุ่มฮามาสมาต่อเนื่องหลายปี

กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทำอะไรบ้าง กับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

ชีค นาอิม กัสเซม รองหัวหน้ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์
คำบรรยายภาพ, ชีค นาอิม กัสเซม รองหัวหน้ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์

กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกองกำลังมุสลิมนิกายชีอะห์ มีฐานปฏิบัติการในเลบานอนติดกับชายแดนทางตอนเหนือของอิสราเอล ได้ร่วมก่อตั้งกองกำลัง ที่เป็นพันธมิตรในกองกำลังผสม "Axis of Resistance" ซึ่งอิหร่านเป็นแกนหลักของกองกำลังดังกล่าว

ชาติตะวันตกอย่างสหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร และชาติอื่น ๆ ก็จัดให้กองกำลังผสมนี้เป็นองค์กรก่อการร้ายเช่นเดียวกับกลุ่มฮามาส

ตลอดสี่ทศวรรษที่ผ่านมา การสนับสนุนของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ต่ออิหร่านไม่เคยเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกันกับนายฮัสซัน นัสรัลลาห์ เลขาธิการพรรคฮิซบอลเลาะห์ ที่ออกมาแสดงออกต่อสาธารณะว่า เขาคือผู้ภักดีต่อผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮิซบอลเลาะห์มีความซับซ้อนและทรงพลังมากกว่ากลุ่มฮามาส และยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินกลยุทธ์ทางการเมืองหลายรูปแบบในตะวันออกกลาง

ขณะที่หน่วยทหารของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์นับได้ว่าเป็นตัวแสดงที่มิใช่รัฐ” (non-state actors) ที่มีความสามารถมากที่สุดแห่งหนึ่งในปัจจุบัน และยังกลาวได้ว่าได้รับการฝึกอบรมและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ดีกว่ากองทัพทั่วไปในภูมิภาค

อย่างในสงครามสำคัญกับอิสราเอลครั้งล่าสุดในปี 2006 แสนยานุภาพทางทหารของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทำให้หลายฝ่ายตื่นตกใจอย่างไม่ทันตั้งตัว

กลุ่มฮิชบอลเลาะห์และอิสราเอล ได้เปิดฉากโจมตีอีกฝ่ายในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้

อิหร่านจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ฮามาสหรือไม่

อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอีผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอีผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

ในการสนทนากันระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษและอิหร่านเมื่อช่วงต้นเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา เจมส์ เคลเวอร์ลี รมว.ต่างประเทศอังกฤษ ได้กดดันฮุนเซน อาเมียร์ อับดุลลาเฮียน รมว.ต่างประเทศอิหร่านให้รัฐบาลอิหร่านใช้อิทธิพล เพื่อยับยั้งไม่ให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น

หนึ่งสัปดาห์หลังการเปิดฉากโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ท่ามกลางการประณามของนานาชาติต่อการกระทำของกลุ่มฮามาส แต่ ฮุนเซน อาเมียร์ อับดุลลาเฮียนได้เดินทางไปพบอิสมาอิล ฮานิเยห์ ผู้นำโดยพฤตินัยของกลุ่มฮามาสที่พำนักอยู่ในกาตาร์

เขาได้ใช้โอกาสนี้ในการเตือนอิสราเอลว่า หากยังคงโจมตีกาซาต่อไป อิสราเอลอาจจะได้รับผลที่ตามมาอย่างคาดไม่ถึง

อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ตอกย้ำคำเตือนดังกล่าวว่า "หากกองกำลังผสมหมดความอดทนแล้ว จะไม่มีใครสามารถหยุดยั้งพวกเขาได้เมื่อถึงตอนนั้น"