อิสราเอลบุก โรงพยาบาลอัล-ชีฟา อ้างข่าวกรองมีฐานฮามาสอยู่ใต้ดิน

ที่มาของภาพ, AFP/Getty images
กองทัพอิสราเอลระบุว่า ได้เปิดปฏิบัติการทางทหารที่โรงพยาบาลอัล-ชีฟา ในเมืองกาซา ซิตี เพื่อมุ่งทำลายกลุ่มฮามาสแล้ว หลังได้รับการยืนยันข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองว่ามีฐานปฏิบัติการของฮามาสอยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้ ทั้งนี้ โรงพยาบาลอัล-ชีฟาเป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในฉนวนกาซา
ทั้งอิสราเอลและสหรัฐฯ อ้างว่า กลุ่มฮามาสใช้พื้นที่ใต้ดินของโรงพยาบาลเป็นฐานบัญชาการ
แถลงการณ์ของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียระบุว่า กำลังทหารของอิสราเอลถูกส่งเข้าไปยังโรงพยาบาลอัล-ชีฟา พร้อมด้วย ทีมแพทย์ และล่ามภาษาอารบิก ซึ่งได้รับการฝึกฝนเป็นพิเศษสำหรับพื้นที่ปฏิบัติการที่ซับซ้อนและอ่อนไหว
"อิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางทหารที่แม่นยำและมุ่งเป้าหมายกลุ่มฮามาสในบริเวณโรงพยาบาลอัล-ชีฟา ซึ่งได้รับการยืนยันข้อมูลข่าวกรองแล้ว" แถลงการณ์ระบุ
ไอดีเอฟ กล่าวว่า เจตนาในการบุกเข้าไปในโรงพยาบาลจะ "ไม่ทำอันตรายต่อพลเรือนซึ่งถูกกลุ่มฮามาสใช้เป็นโล่มนุษย์กำบัง" และอ้างด้วยว่า อิสราเอลได้แจ้งเตือนทางการปาเลสไตน์แล้วว่า ต้องยุติกิจกรรมทางการทหารใด ๆ ในโรงพยาบาล แต่กลับไม่มีการยุติตามที่แจ้งเตือน
คาดว่ามีพลเรือน คนไข้ และบุคลากรทางการแพทย์หลายพันคนภายในโรงพยาบาลและบริเวณโดยรอบ ที่หลบภัยและติดอยู่ในวงล้อมของทหารอิสราเอลจากการบุกครั้งนี้ ก่อนหน้านี้องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุเมื่อวันอังคารที่ 14 พ.ย. ว่า มีคนไข้ในโรงพยาบาลราว 700 คน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 400 คน และพลเรือนที่มาอาศัยหลบภัยอีกราว 3,000 คน
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ระบุว่า หน่วยข่าวกรองยืนยันว่า ฮามาสมีฐานบัญชาการใต้ดินอยู่ด้านใต้ของโรงพยาบาลแห่งนี้ ด้านกลุ่มฮามาส ปฏิเสธการใช้โรงพยาบาลเป็นฐานบัญชาการ และเรียกร้องให้นานาชาติเข้ามาตรวจสอบ

ที่มาของภาพ, Getty Images
รุชดี อบู อลอฟ ผู้สื่อข่าวบีบีซี รายงานว่า ได้รับข้อมูลจากพยานบุคคลภายในโรงพยาบาลว่า ทหารอิสราเอลเริ่มเข้ามาในโรงพยาบาลเมื่อเวลาประมาณ 8 นาฬิกาที่ผ่านมาตามเวลาในไทย และบอกว่า "ทหารอิสราเอลใช้ระเบิดควันซึ่งทำให้คนในโรงพยาบาลสำลักควัน" พวกเขายังเห็นรถถังและทหารคอมมานโดเข้ามาที่บริเวณแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ตามเวลาในไทย แต่บีบีซียังไม่สามารถยืนยันแหล่งข่าวที่เป็นอิสระที่ยืนยันข้อมูลได้ในขณะนี้
"ผมเห็นรถถัง 6 คัน เข้ามาในโรงพยาบาลและทหารคอมมานโดนับร้อย พวกเขาเข้ามาตรงแผนกฉุกเฉิน ทหารบางนายสวมหน้ากากและตะโกนร้องเป็นภาษาอารบิกว่า 'อย่าขยับ อย่าขยับ' "
ก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลกออกมาเตือนว่า โรงพยาบาลอัล-ชีฟา "ใกล้จะเป็นสุสาน" เพราะมีร่างผู้เสียชีวิตจำนวนมากที่กองอยู่ทั้งด้านในและนอกโรงพยาบาล โดยแพทย์ในโรงพยาบาลบอกกับบีบีซีว่ามีร่างผู้เสียชีวิตอยู่ที่นั่นราว 200 ศพ อีกทั้งยังไม่มีพลังงานไฟฟ้าหรือเชื้อเพลงเหลืออยู่ ทำให้แพทย์เกือบจะไม่สามารถดูแลผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะฉุกเฉิน รวมทั้งเด็กทารกคลอดก่อนกำหนดซึ่งจำเป็นต้องใช้ตู้อบทารกให้ความอบอุ่นได้

ที่มาของภาพ, Israeli Army/Handout/Reuters
อิสราเอลจี้ "ผู้ก่อการร้ายฮามาส" ในโรงพยาบาล ให้ยอมมอบตัว
กองกำลังไอดีเอฟของอิสราเอล โพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย "เอ็กซ์" หรือทวิตเตอร์เดิม ว่าได้แจ้งเตือนอย่างเป็นสาธารณะหลายครั้งว่า การใช้โรงพยาบาลอัล-ชีฟา เป็นเครื่องมือทางการทหารอย่างต่อเนื่องของฮามาส เป็นอันตรายต่อสถานะที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศ และการแจ้งเตือนของอิสราเอลที่ผ่านมา ทำให้ฮามาสมีเวลาอย่างมากในการหยุดการใช้โรงพยาบาลในทางที่ไม่ถูกต้อง
แถลงการณ์ของกองทัพอิสราเอลยังเรียกร้องให้ "ผู้ก่อการร้ายฮามาสทุกคนแสดงตัวในโรงพยาบาลเพื่อยอมมอบตัว" และย้ำด้วยว่า ไอดีเอฟได้ช่วยให้คนในโรงพยาบาลอพยพออกจากพื้นที่ แต่บีบีซียังไม่สามารถยืนยันรายงานของอิสราเอลได้
โรงพยาบาลหลักในกาซาเลวร้าย จน "ใช้งานไม่ได้อีกต่อไป" ทารกแรกเกิด 37 คน เสี่ยงชีวิต
เมื่อวันจันทร์ที่ 13 พ.ย. องค์การอนามัยโลก ระบุว่า โรงพยาบาลอัล-ซีฟา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหลักในเมืองกาซา ซิตี ไม่สามารถใช้งานเป็นโรงพยาบาลได้อีกต่อไป โดยชี้ว่าบริเวณที่ตั้งโรงพยาบาลถูกทิ้งระเบิดและยิงโจมตีอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์ที่เลวร้ายอยู่แล้วยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก
องค์การอนามัยโลกชี้ว่า สถานการณ์ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ "เลวร้ายและเต็มไปด้วยอันตราย" เนื่องจากเชื้อเพลิงและไฟฟ้าใกล้จะหมดลงอย่างสิ้นเชิง รวมทั้งขาดแคลนอาหารและน้ำ พร้อมย้ำถึงข้อเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันที และให้การปกป้องบุคลากรทางการแพทย์-พลเรือน โดยเร็ว
บีบีซี ได้รับภาพของทารกเกิดใหม่กว่า 20 ชีวิต ที่ได้รับการดูแลอยู่ภายในห้องผ่าตัดภายในโรงพยาบาล
กองทัพอิสราเอล ระบุว่าพร้อมเข้าช่วยอพยพเด็กทารกออกจากโรงพยาบาล เพื่อนำไปไว้ยังโรงพยาบาลแห่งอื่นที่ปลอดภัย แต่ปฏิเสธข้อมูลที่ว่าโรงพยาบาลไม่มีไฟฟ้าใช้
ดร.มาร์วาน อาบู ซาดา หัวหน้าทีมแพทย์ห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลอัล-ชีฟา เปิดเผยกับบีบีซีว่า ทารกที่คลอดก่อนกำหนดคนที่ 3 ต้องเสียชีวิต และเด็กทารกแรกเกิด 37 คน ตกอยู่ในความเสี่ยงร้ายแรง หลังแผนกดูแลเด็กแรกเกิดต้องหยุดทำงาน เพราะไฟฟ้าขัดข้อง
กลุ่มทารกจำนวนนับสิบที่เพิ่งคลอดออกมาไม่นาน ไม่ได้รับการดูแลที่จำเป็นอย่างเพียงพอ โดยศัลยแพทย์ระบุว่า เขา "กลัวว่าเราจะสูญเสียเด็กทารกเหล่านี้ไปทั้งหมด"
ด้านกระทรวงสาธารณสุขในฉนวนกาซาที่ควบคุมโดยฮามาส ระบุว่าภายในโรงพยาบาลอัล-ชีฟา มีพลเรือนอยู่อย่างน้อย 2,300 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สอดคล้องกับการเปิดเผยขององค์การอนามัยโลก ที่ระบุว่า มีผู้ป่วยในที่โรงพยาบาลอยู่ราว 600-650 คน บุคลากรทางการแพทย์ 200-500 คน และพลเรือนที่หาที่หลบภัยอีกราว 1,500 คน
กระทรวงสาธารณสุขในกาซา ระบุด้วยว่า การไม่มีไฟฟ้าหรือน้ำมันเชื้อเพลิง อาหารและน้ำ ทำให้ชีวิตของคนในโรงพยาบาลตกอยู่ในความเสี่ยงระดับกลาง

ที่มาของภาพ, reuters
ด้านประธานาธิบปีไอแซก เฮอร์ซอก ของอิสราเอล ย้ำถึงข้อกล่าวหาว่า ฐานบัญชาการหลักของกลุ่มฮามาสอยู่ใต้โรงพยาบาลอัล-ชีฟา ด้านกลุ่มฮามาสได้ออกมาปฏิเสธการใช้โรงพยาบาลเพื่อเป้าประสงค์ทางการทหาร
ดร.อาบู แพทย์จากโรงพยาบาลอัล-ชีฟา ระบุกับบีบีซีว่า ข้อกล่าวหาของอิสราเอลเป็น "คำโกหกครั้งใหญ่" และเชิญให้กองกำลังทหารบริเวณใกล้เคียงโรงพยาบาลเข้ามาตรวจสอบอาคารของโรงพยาบาลเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง
"นี่เป็นการออกจดหมายเชิญให้กับชุมชนนานาชาติหรือกระทั่งอิสราเอล พวกเขาอยู่บริเวณใกล้ ๆ กับโรงพยาบาลอัล-ชีฟา ทำไมไม่เข้ามาดูที่นี่... พวกเราเป็นพลเรือน ผมเป็นศัลยแพทย์ เราเป็นบุคลากรทางการแพทย์ เรามีคนไข้ มีคนที่หนีภัยสู้รบ ไม่มีอย่างอื่น"
ช่วงไม่กี่วันมานี้ พื้นที่โดยรอบของโรงพยาบาลอัล-ชีฟา ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซามีการสู้รบอย่างหนัก โดยอิสราเอลถูกกล่าวหาว่าได้โจมตีโรงพยาบาลโดยตรง แต่ทางอิสราเอลแย้งว่า ได้เข้าไปปฏิบัติการในพื้นที่ของโรงพยาบาลจริง แต่ปฏิเสธว่ามีการโจมตีตึกอาคารของโรงพยาบาล

ที่มาของภาพ, reuters
อิสราเอลกล่าวหาฮามาสขวางไม่ให้โรงพยาบาลใช้น้ำมัน
แดเนียล ฮาการี โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) แถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ที่โรงพยาบาลอัล-ชีฟา โดยระบุว่า อิสราเอลได้กำหนดเส้นทางอพยพจากโรงพยาบาล ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของกาซาไปยังทางตอนใต้ไว้แล้ว และได้พูดคุยกับผู้บริหารของโรงพยาบาลเพื่อให้ความช่วยเหลือในการขนย้ายผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บให้เดินทางอย่างปลอดภัย
เขาระบุว่าอิสราเอล "พร้อมที่จะช่วย" อพยพทารกหลายสิบชีวิตให้ได้รับการดูแลที่โรงพยาบาลอื่น
โฆษกไอดีเอฟ ระบุว่า กองกำลังไอดีเอฟของอิสราเอล ได้ทิ้งน้ำมันไว้ใกล้กับโรงพยาบาล 300 ลิตร แต่ฮามาสขัดขวางและกดดันโรงพยาบาลไม่ให้นำน้ำมันเชื้อเพลิงเหล่านั้นมาใช้
ด้านหัวหน้าทีมแพทย์ของโรงพยาบาลอัล-ชีฟา ไม่มีโรงพยาบาลหรือสถานที่ไหนในฉนวนกาซาที่สามารถดูแลเด็กทารกคลอดก่อนกำหนดจำนวนมากเท่านี้ได้ ส่วนกรณีของน้ำมัน 300 ลิตร ที่อิสราเอลระบุ เป็นปริมาณที่เพียงพอให้เครื่องปั่นไฟทำงานได้ 30 นาที เท่านั้น

ที่มาของภาพ, Reuters
ทารกคลอดก่อนกำหนดนับสิบเสี่ยงชีวิต
แพทย์ด้านการดูแลเด็กแรกเกิดชี้ว่า ทารกที่คลอดก่อนกำหนดจำเป็นต้องได้รับการดูแลอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม
ดร.เควิน กอส กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขากุมารเวชศาสตร์ทารกแรกเกิดจากโรงพยาบาลปรินเซสแอนในเซาท์แธมป์ตัน กล่าวว่า เด็กทารกแรกเกิดส่วนใหญ่อาจจะไม่ทั้งหมด ควรจะต้องอยู่ในตู้อบทารก และมีการดูแลด้านอื่น ๆ ที่จำเป็น
"เด็กทารกที่ห่อด้วยผ้าขนหนูต้องอาศัยอุณหภูมิโดยรอบแทน... พวกเขาอาจจะมีปัญหาอย่างรวดเร็วถ้าไม่ได้รับความร้อนที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น" ดร.กอส กล่าว พร้อมบอกว่า การเคลื่อนย้ายเด็กทารกเช่นในภาพอย่างปลอดภัย ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือพิเศษ รวมทั้งตู้อบทารกสำหรับการขนส่งด้วย











