น้องหมาและสิงสาราสัตว์ก็มีอารมณ์ขัน ไม่แพ้มนุษย์

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, จัสมิน ฟอกซ์ เชลลี
- Role, บีบีซี ฟิวเจอร์
อารมณ์ขันอาจเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมนุษย์ แต่เชื่อไหมว่า สัตว์บางชนิดก็มีอารมณ์ขันเช่นกัน และพวกมันก็ใช้ความขำขันเพื่อเชื่อมสายสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น เหมือนมนุษย์
เมื่อคุณนึกถึงสิ่งที่ทำให้สายพันธุ์ของมนุษย์แตกต่างจากสัตว์อื่น ๆ อารมณ์ขันที่ดีน่าจะอยู่ในลำดับต้น ๆ
เราชอบหัวเราะ มากเสียจนความรับรู้เรื่องตลกขบขันมันฝังลึกเข้าไปในเผ่าพันธุ์มนุษย์ แค่เด็กทารกวัย 3 เดือนก็หัวเราะคิกคักได้แล้ว เวลาที่พ่อแม่ทำหน้าตลก ๆ ใส่
พอทารกอายุได้ 8 เดือน ก็เริ่มรู้จักการใช้ใบหน้า ร่างกาย และเสียงของตนเองเพื่อทำให้ผู้ใหญ่หัวเราะ ผ่านไปไม่นานหลังจากนั้น พ่อแม่อาจสังเกตเห็นว่าลูกของตนกลายเป็น “ดาวตลก” เต็มเวลาไปแล้ว เพราะจงใจเล่นกับสิ่งที่พวกเขารู้ว่าไม่ควรทำ พร้อมกับยิ้มหน้าตาย
อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาใหม่แสดงให้เห็นว่า มนุษย์ไม่ได้เป็นสายพันธุ์เดียวที่รักการยิงมุกตลก เพราะสัตว์ต่าง ๆ ก็สามารถหยอกล้อได้เช่นกัน
อิซาเบล ลอเมอร์ ร่วมกับเพื่อนนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) ไล่ดูวิดีโอมากถึง 75 ชั่วโมง มันเป็นวิดีโอของวงศ์ลิงไม่มีหาง หรือเอพ (ape) กำลังมีปฏิสัมพันธ์
เอพ หรืออีกชื่อคือวงศ์ลิงใหญ่ เป็นญาติใกล้ชิดที่สุดของมนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ นั่นรวมถึงอุรังอุตัง ชิมแปนซี โบโนโบ และกอริลล่า โดยลิงในการศึกษานี้ล้วนอาศัยอยู่ในสวนสัตว์ และมีการบันทึกภาพตามกิจวัตรประจำวันของพวกมัน
นักวิจัยสังเกตเห็นเจ้าลิงทั้ง 4 สายพันธุ์ล้อเล่นกัน พร้อมจำแนกพฤติกรรมการหยอกล้อที่แตกต่างกันได้ 18 พฤติกรรม
5 อันดับแรกที่พบบ่อย ได้แก่ การจิ้ม การตี การขัดขวางการเคลื่อนไหวของเพื่อนลิง การกระแทกร่างกาย และการดึงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
ลิงบางตัวยังโบกมือหรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกายต่อหน้าเพื่อนลิงซ้ำไปมา หรือในกรณีของอุรังอุตังมีการดึงผมของกันและกันด้วย
“สิ่งที่เราเห็นบ่อย ๆ ก็คือลิงเด็กและลิงตัวน้อยจะแอบย่องเข้าไปข้างหลังลิงตัวโตที่กำลังยุ่งอยู่กับการดูแลลิงตัวอื่น และแหย่พวกมันหรือแอบตีพวกมันจากด้านหลัง ซึ่งบางครั้งก็ทำให้พวกมันประหลาดใจด้วยซ้ำ” ลอเมอร์ ผู้ประพันธุ์ลำดับแรกในงานวิจัยชิ้นนี้ กล่าว
“จากนั้นพวกมันจะรอและเฝ้าดูการตอบสนองของลิงผู้ใหญ่ ซึ่งโดยปกติลิงเป้าหมายมักเพิกเฉย ดังนั้นเจ้าลิงตัวน้อยจึงยังคงหยอกและแหย่เล่นต่อไป ทำให้พฤติกรรมซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ จนยากที่ลิงโตจะนิ่งเฉยได้อีกต่อไป บางครั้งก็จบลงด้วยการที่ลิงโตกระแทกร่างใส่เจ้าลิงจอมแหย่”
นักวิจัยระบุว่า พฤติกรรมการหยอกล้อเช่นนี้ คล้ายคลึงกับพฤติกรรมที่เด็ก ๆ ใช้ เพราะเป็นพฤติกรรมที่แฝงด้วยความตั้งใจ การยั่วยุ ขัดขืน รวมถึงองค์ประกอบของความประหลาดใจ การเล่น และเฝ้ารอการตอบสนองของฝ่ายผู้ถูกกระทำ
หากให้เปรียบกับมนุษย์ ก็คงเป็นการแลบลิ้นใส่ใครบางคนแล้ววิ่งหนีไป เพื่อเช็กปฏิกิริยาของพวกเขานั่นเอง
อารมณ์ขันแพร่ไปไกลในอาณาจักรสัตว์
การล้อเลียนแบบนี้อาจเป็นพื้นฐาน ที่ต่อยอดไปสู่อารมณ์ขันที่ซับซ้อนขึ้นก็เป็นได้
“การเล่นตลกในมนุษย์ต้องใช้ความสามารถทางปัญญาที่ค่อนข้างซับซ้อน” ลอเมอร์ กล่าว
“คุณต้องมีทฤษฎีทางจิต (ความสามารถในการจินตนาการโลกจากมุมมองของคนอื่น) ความรู้เกี่ยวกับบรรทัดฐานทางสังคม ความสามารถในการคาดการณ์การตอบสนองของผู้อื่น และชื่นชอบการละเมิดความคาดหวังของผู้อื่น”
วงศ์ลิงใหญ่ทั้ง 4 สายพันธุ์สามารถล้อเล่นกันได้อย่างสนุกสนาน นั่นแสดงให้เห็นว่า บรรพบุรุษร่วมกันสุดท้ายของมนุษยชาติที่มีชีวิตมาตั้งแต่ 13 ล้านปีก่อน อาจมีอารมณ์ขันมาตั้งแต่อดีตกาลแล้วก็เป็นได้

ที่มาของภาพ, Getty Images
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่าอารมณ์ขันแพร่หลายไปในอาณาจักรสัตว์มากกว่าแค่ในวงศ์ลิงใหญ่ ตัวอย่างเช่น ในหนังสือ The Descent of Man ของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน นักชีววิทยา เขาระบุว่า สุนัขเองก็อาจมีอารมณ์ขัน
ดาร์วิน เขียนไว้ว่า “ถ้าเอาท่อนไม้หรือสิ่งอื่นไปโยนใส่ใกล้ ๆ สุนัข มันจะคาบออกไปสักระยะหนึ่ง แล้วกลับมานั่งหมอบลงพร้อมวัตถุนั้นข้างหน้าคน รอจนกว่าเจ้านายเข้ามาใกล้พอที่จะหยิบวัตถุนั้นออกไป จากนั้น สุนัขจะรีบคาบวัตถุหนีไปอย่างลิงโลด ทำแบบเดิมซ้ำ ๆ และเห็นได้ชัดว่า มันกำลังสนุกกับการเล่นตลก”
ใครก็ตามที่เลี้ยงน้องหมาอาจสังเกตเห็นด้วยว่า ในระหว่างเล่น พวกมันจะส่งเสียงสูดลมหายใจจนแทบจะฟังดูเหมือนเสียงแค่นหัวเราะ
ในการศึกษาปี 2005 แพตทริเซีย ไซโมเนต นักพฤติกรรมสัตว์ เปิดเสียงให้สุนัขในสถานสงเคราะห์สัตว์ เธอพบว่าการฟังสุนัข "หยอกล้อ" ทำให้สุนัขในสถานสงเคราะห์มีความเครียดลดลง
มาร์ค เบคอฟฟ์ ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านนิเวศวิทยาและชีววิทยาวิวัฒนาการ มหาวิทยาลัยโคโลราโด โบลเดอร์ กล่าวว่า เขาได้รวบรวมข้อมูลย้อนหลังไปหลายทศวรรษที่แสดงให้เห็นว่าสุนัขมีพฤติกรรมล้อเล่นคล้ายกับพฤติกรรมที่ ลอเมอร์ และเพื่อนร่วมงานของเธอได้เห็นในลิง
ตัวอย่างเช่น เมื่อพยายามหาสุนัขที่ไม่เต็มใจมาเล่น สุนัขตัวหนึ่งอาจเข้าใกล้อีกตัวหนึ่งด้วยการเยื้อย่างมาอย่างช้า ๆ ก่อนจะวิ่งหนีไป
“ผมเคยเห็นสิ่งนี้ในสุนัข สุนัขจิ้งจอก โคโยตีป่า และหมาป่า” เบคอฟฟ์ กล่าว
เบคอฟฟ์ กล่าวว่าตลอดอาชีพของเขา เขาเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์หลายชนิดที่ทำตัวเหมือนนักแสดงตลกและโจ๊กเกอร์ ซึ่งรวมถึงม้า หมีดำเอเชีย และนกมาคอว์สีแดงด้วย

ที่มาของภาพ, Getty Images
"หนู" ก็บ้าจี้ได้
ในขณะเดียวกัน นักวิจัยคนอื่น ๆ ตั้งข้อสังเกตว่า โลมาดูเหมือนจะส่งเสียงแห่งความยินดีในขณะที่พวกมันเล่นสู้กัน ช้างเองก็ส่งเสียงแปร้นด้วยความลิงโลดเวลาเล่น ขณะที่เป็นที่รู้กันว่านกแก้วบางตัวหยอกล้อกับสัตว์อื่น ๆ เพื่อความบันเทิง เช่น การผิวปากใส่ และทำให้หมาบ้านเกิดความสับสน
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีหลักฐานว่า หนู เพลิดเพลินกับการได้หัวเราะอย่างสนุกสนานด้วย
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เจฟรีย์ เบิร์กดอร์ฟ รองศาสตราจารย์ด้านการวิจัยที่มหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น ประเทศสหรัฐฯ มีงานหลักคือการจั๊กจี้หนู เมื่อหนูบ้าจี้ พวกมันจะร้องเสียงแหลมอย่างสนุกสนานคล้ายเสียงหัวเราะคิกคัก และเจ้าหนูเองก็ดูเสพติดการถูกจั๊กจี้ด้วย เพราะมันกลับมาหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อมารอรับการจั๊กจี้
ผลการศึกษาของนักวิจัยอีกกลุ่มหนึ่งที่มหาวิทยาลัยฮัมโบลดต์แห่งเบอร์ลิน ประเทศเยอรมณี ยังพบว่า พวกเขาสามารถสอนหนูให้เล่นซ่อนหาเพื่อรับรางวัล "จั๊กจี้" ได้อีกด้วย ตอนนี้ เบิร์กดอร์ฟ และทีมงานของเขากำลังใช้ข้อค้นพบนี้ เพื่อเป็นวิธีการรักษาโรคซึมเศร้า
“สิ่งที่เราได้เรียนรู้คือสัตว์ต่าง ๆ จะให้ความสนใจกับบางสิ่งบางอย่างมากที่สุด เวลาที่พวกมันส่งเสียงร้องเหล่านี้” เบิร์กดอร์ฟกล่าว
“หัวหน้าของผม (ชาร์ก แพนก์เซปป์ นักประสาทวิทยา) พูดเสมอว่า การเล่นเป็นปุ๋ยสำหรับสมอง และมันเป็นเรื่องจริง สมองของพวกเขากำลังเชื่อมต่อกัน พวกเขากำลังสร้างไซแนปส์ใหม่และการเชื่อมต่อของระบบประสาทใหม่ ดังนั้น ผมคิดว่านั่นบอกกับเราว่า ท่ามกลางอารมณ์ขำขันที่ขี้เล่น เรากำลังเป็นตัวของตัวเองให้ดีที่สุด” เบิร์กดอร์ฟ กล่าว
แม้ว่าหนูจะชอบถูกจั๊กจี้ แต่เสียงหัวเราะแหลมสูงของพวกมันพิสูจน์ได้จริงหรือว่าพวกมันมีอารมณ์ขันจริง ๆ เพราะหลักฐานส่วนใหญ่ที่แสดงว่าสัตว์มีอารมณ์ขันนั้น เป็นหลักฐานประปรายเท่านั้น และมีการดำเนินการศึกษาครั้งใหญ่ไม่มาก
นอกจากนี้ ยังเป็นการยากที่จะทราบว่าเหตุใดสัตว์ถึงมีพฤติกรรมบางอย่าง เช่น ลิงในการศึกษาของ ลอเมอร์ ทำเช่นนั้นเพียงเพื่อเล่นตลก หรือพยายามผ่อนคลายความตึงเครียด อยากเล่นด้วย หรือแม้แต่เรียกร้องความสนใจหรือไม่?

ที่มาของภาพ, Getty Images
ขำขันสร้างมิตร
“หากถามว่าสัตว์มีอารมณ์ขันไหม ใช่ ผมคิดว่ามี แต่มันยากที่จะพิสูจน์” ศาสตราจารย์เบคอฟฟ์ ยอมรับ
“ยกตัวอย่าง ผมเจอบ้านที่มีสุนัข 2 ตัว โดยในเวลาให้อาหาร สุนัขตัวหนึ่งวิ่งไปที่ประตูหน้าและเห่า ส่วนสุนัขอีกตัวก็วิ่งตามไปดูว่ามีใครอยู่ตรงนั้น แล้วสุนัขตัวแรกวิ่งย้อนกลับมากินอาหาร ดังนั้น คุณอาจพูดได้ว่านั่นเป็นการแสดงอารมณ์ขัน สุนัขตัวแรกอาจรู้ว่าพวกมันจะได้กินอาหารมากขึ้นอย่างไร” เบคอฟฟ์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีคำถามว่า การมีอารมณ์ขันเป็นวิวัฒนาการของสัตว์ที่มีประโยชน์เพื่ออะไร เพราะถ้าเป็นในมนุษย์ เราเชื่อกันว่าเสียงหัวเราะพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้แต่ละคนมีความผูกพันกัน ไม่มีวิธีสร้างเพื่อนใหม่ที่ง่ายไปกว่าการแบ่งปันเรื่องตลกขบขัน จริงไหม ?
แล้วในสัตว์ล่ะ วัตถุประสงค์คล้ายกับมนุษย์ไหม?
“ในมนุษย์ อารมณ์ขันทำหน้าที่เหมือนผู้ทลายกำแพง ขจัดอุปสรรคทางสังคม และกระชับความสัมพันธ์” ลอเมอร์ กล่าว “เราไม่รู้ว่ามันจะเหมือนกันไหมในลิงหรือสัตว์อื่น ๆ แต่ก็เป็นไปได้ เพื่อให้แน่ใจเราจะต้องทดสอบและสังเกตกลุ่มไพรเมตและสายพันธุ์อื่น ๆ ให้มากขึ้น” เธอกล่าว











