รู้จักสถาปนิกผู้อุทิศชีวิตเพื่ออิสลาม ปฏิเสธค่าจ้างในงานขยายสุเหร่าศักดิ์สิทธิ์สองแห่งในซาอุดีอาระเบีย

ที่มาของภาพ, Getty Images
โมฮาเหม็ด คามาล อิสมาอิล คือบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการปรับปรุงและขยายสุเหร่าศักดิ์สิทธิ์สองแห่งในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งถือเป็นการขยายครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง
สถาปนิกชาวอียิปต์ผู้นี้เกิดในปี 1908 และได้รับเลือกโดยอดีตกษัตริย์ฟาฮัดแห่งซาอุดีอาระเบียเพื่อให้ควบคุมดูแลการขยายมัสยิดอัลฮะรอม (มัสยิดใหญ่ประจำนครเมกกะ) และมัสยิดอัลนะบะวีย์” (มัสยิดนบี) ในเมืองมาดีนะห์
การขยายมัสยิดอัลฮะรอมในครั้งดังกล่าวถือเป็นการขยายมัสยิดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 1,400 ปี
แม้ว่าในขณะนั้น กษัตริย์ฟาฮัดและบริษัท บิน ลาเดน จะใช้ความพยายามอยู่หลายครั้งเพื่อให้อิสมาอิลยอมรับค่าจ้าง แต่เขาก็ปฏิเสธ
เขาบอกว่า "เหตุใดผมถึงควรจะรับเงินจากผลงานที่ผมทำในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งในโลกด้วยเล่า ผมจะมีหน้าไปพบกับองค์อัลเลาะห์ในวันพิพากษาได้อย่างไร"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ประวัติการศึกษาและชีวิตคู่
อิสมาอิล จบการศึกษาระดับมัธยมในอียิปต์และเข้าเรียนในราชวิทยาลัยด้านวิศวกรรม (Royal School of Engineering) ของอียิปต์ ด้วยอายุที่น้อยที่สุดของรุ่น (ปัจจุบัน ราชวิทยาลัยด้านวิศวกรรม ได้รับการผนวกเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์ในมหาวิทยาลัยแห่งกรุงไคโร)
ต่อมาเขาถูกส่งไปเรียนต่อที่ยุโรปเพื่อศึกษาเพิ่มเติมด้านสถาปัตยกรรมอิสลาม
เขาได้เข้าพิธีนิกะห์ คือพิธีแต่งงานตามหลักศาสนาอิสลามในวัย 44 ปี โดยภรรยาของเขาได้ให้กำเนิดบุตรชายหนึ่งคนก่อนที่เธอจะเสียชีวิต
หลังจากนั้น เขาจึงได้อุทิศตัวเองเพื่อพระผู้เป็นเจ้าจนกระทั่งเสียชีวิตในวัย 100 ปี เขาชอบที่จะไม่กลายเป็นข่าวหรือได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน
หินอ่อนสีขาว
นายอิสมาอิลคือบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการวางแผนอย่างชาญฉลาดในการนำหินอ่อนมาใช้ปูพื้นในมัสยิดอัลฮะรอมเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดในซาอุดีอาระเบีย
หินอ่อนสีขาวที่หากยากดังกล่าวนำเข้ามาจากประเทศกรีซ มันมีคุณสมบัติโดดเด่นอย่างความมันวาวที่ไม่ธรรมดา สีขาวสว่าง และยังช่วยลดความร้อนในบ้านได้ด้วย
ต่อมากษัตริย์ฟาฮัดทรงขอให้เขาใช้หินอ่อนสีขาวชนิดเดียวกันนี้ที่มัสยิดอัลนะบะวีย์ด้วย
สำหรับมัสยิดอัลฮะรอม หรือ มัสยิดใหญ่ประจำนครเมกกะ ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาอิสลาม ที่ผ่านมาได้รับการบูรณะและขยายมาแล้วหลายครั้งเพื่อรองรับจำนวนผู้แสวงบุญในพิธีฮัจญ์และพิธีอุมเราะห์ที่เพิ่มขึ้น
หลังจากการบูรณะและการขยายในรัชสมัยของกษัตริย์ฟาฮัด สุเหร่าแห่งนี้ก็ได้ขยายพื้นที่มาเป็นกว่า 356,800 ตารางเมตร และสามารถรองรับผู้แสวงบุญได้ถึง 820,000 คนในช่วงวันธรรมดา และรองรับผู้คนได้มากกว่าล้านคนในช่วงที่มีพิธีฮัจญ์และในช่วงเดือนรอมฎอน











