สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 ประกาศสละราชสมบัติให้ “คนรุ่นต่อไป”

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ควีนเดนมาร์กทรงประกาศสละราชสมบัติถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์

สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก ตรัสผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ระหว่างมีพระราชดำรัสพระราชทานพรแก่พสกนิกรว่า จะทรงสละราชสมบัติในวันที่ 14 ม.ค. นี้ ซึ่งจะเป็นวันครบ 52 ปี การขึ้นครองราชย์ของพระองค์

“เราจะส่งมอบราชบัลลังก์ต่อให้มกุฎราชกุมาร เจ้าชายเฟรเดอริค” ควีนเดนมาร์ก ตรัสในการประกาศสละราชสมบัติโดยไม่มีใครคาดหมาย

สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 ทรงเป็นสมเด็จพระราชินีพระองค์เดียวในโลกที่ยังครองราชย์อยู่ และถือว่าขึ้นครองราชย์ยาวนานที่สุดในยุโรป พระองค์เสด็จพระราชสมภพเมื่อ 16 เม.ย. 1940 และเสด็จขึ้นครองราชย์หลังการสวรรคตของพระราชบิดา เมื่อ 14 ม.ค. 1972 ขณะมีพระชนมายุ 31 พรรษาเท่านั้น

พระองค์ตรัสถึงการตัดสินพระทัยสละราชสมบัติว่า เป็นผลจากการไตร่ตรองมาอย่างดี หลังทรงเข้ารับการผ่าตัดพระขนอง (หลัง) เมื่อต้นปี 2023

“การผ่าตัดครั้งนั้น ทำให้เราได้คิดถึงอนาคตว่า ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่จะมอบความรับผิดชอบนี้ต่อให้รุ่นต่อไป”

“เราได้ตัดสินใจแล้วว่า นี่เป็นเวลาที่เหมาะสม” พระองค์ ตรัสต่อ พร้อมขอบพระทัยและขอบใจพสกนิกรชาวเดนมาร์ก ที่สนับสนุนพระองค์ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

ด้านนายกรัฐมนตรี เมตเต เฟรเดอริคเซน ของเดนมาร์ก ได้ขอบคุณสมเด็จพระราชินีนาถที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจตลอดมา

“ในฐานะพสกนิกรทั้งหมด ผมขอแสดงความขอบคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่สมเด็จพระราชินีนาถ ทรงอุทิศพระวรกายในการประกอบพระราชกรณียกิจอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เพื่อราชอาณาจักรของเรา”

“แม้พระราชภารกิจและพระราชฐานะของสถาบันพระมหากษัตริย์สืบทอดมานานกว่า 1,000 ปี แต่ก็เป็นสิ่งที่ยังยากที่จะทำใจว่า ถึงกาลเวลาแล้วสำหรับการผลัดเปลี่ยนราชบัลลังก์” แถลงการณ์เสริม

“พสกนิกรจำนวนมากไม่เคยรู้จักกษัตริย์พระองค์อื่นเลย สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 ทรงดำรงอยู่ในจุดสูงสุดของเดนมาร์ก และพระราชกรณียกิจของพระองค์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้ส่งอิทธิพลต่อตัวตนของพวกเราและในฐานะประเทศชาติ”

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ควีนเดนมาร์กและควีนอังกฤษ เมื่อปี 2000

ประเพณีการสืบราชบัลลังก์ของเดนมาร์กจะแตกต่างจากสหราชอาณาจักร เพราะจะไม่มีการจัดพระราชพิธีราชาภิเษกมกุฎราชกุมารเฟรเดอริก ซึ่งทรงมีพระชนมายุ 55 พรรษา แต่จะเป็นการประกาศการเสด็จขึ้นครองราชย์จากพระราชวังอมาเลียนบอร์ก ณ กรุงโคเปนเฮเกน ในวันเดียวกับที่ควีนเดนมาร์กสละราชสมบัติ

มกุฎราชกุมารเฟรเดอริก จะทรงเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งเดนมาร์ก และประมุขของประเทศ ซึ่งยึดถือระบอบการปกครองแบบราชาธิไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ เฉกเช่นเดียวกับไทย โดยไทยจะเรียกว่า ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 ทรงเป็นที่รักและเคารพของพสกนิกร ชาวเดนมาร์กจำนวนมากคาดหวังให้พระองค์ครองราชย์ต่อไปจนกว่าจะเสด็จสวรรคต

“พระองค์ทรงมีความสำคัญกับเราเหมือนควีนเอลิซาเบธ ที่ทรงต่อพวกคุณในฐานะชาวอังกฤษ” ทินี กอทซ์เช ผู้สื่อข่าวชาวเดนมาร์กบอกกับบีบีซี

มกุฎราชกุมารเฟรเดอริก และเจ้าหญิงแมรีแห่งเดนมาร์ก

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, มกุฎราชกุมารเฟรเดอริก และเจ้าหญิงแมรีแห่งเดนมาร์ก

ย้อนไปเมื่อปี 2022 สมเด็จพระราชินีนาถแห่งเดนมาร์กเสด็จร่วมพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ขณะที่ทั้งสองพระองค์ทรงเฉลิมฉลองครบ 50 ปีการขึ้นครองราชย์ หรือกาญจนาภิเษกในปีเดียวกันด้วย

แต่เดิมสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 ไม่ได้คาดหวังว่าจะขึ้นครองราชย์ แต่เมื่อพระองค์มีพระชนมายุได้ 13 พรรษา กฎหมายเดนมาร์กได้มีการเปลี่ยนโดยอนุญาตให้สตรีเพศขึ้นสู่ราชบัลลังก์ได้

ย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อน ควีนมาร์เกรเธอที่ 2 ตรัสยอมรับว่า ได้รับแรงบันดาลใจจากควีนอังกฤษว่า “เราต้องเข้าใจว่า เราต้องอุทิศทั้งชีวิตให้ประเทศชาติเหมือนที่พระองค์ทรงทำ ในมุมนั้น ควีนเอลิซาเบธทรงมีบทบาทสำคัญต่อเรามาก”

ควีนแห่งเดนมาร์กและควีนแห่งอังกฤษ ถือเป็นกษัตริย์ที่เป็นสตรีเพียง 2 พระองค์ในโลก จวบจนกระทั่งสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จสวรรคต

ราชินีผู้สูบบุหรี่ และไม่ใช้โทรศัพท์

หลายคนมองว่า สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 เป็นกษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุด แต่หากมองทางพฤตินัย สุลต่านแห่งบรูไนครองราชย์ยาวนานกว่าพระองค์ แต่ในกรณีประเทศบรูไนเพิ่งได้รับเอกราชเมื่อปี 1984 จึงสามารถตีความได้ทั้งสองมุม

ควีนเดนมาร์กยังถือเป็นกษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ หลังเมื่อไม่นานมานี้ พระองค์ได้ครองราชย์ยาวนานกว่าสมเด็จพระราชาธิบดีคริสเตียนที่ 4 แห่งเดนมาร์กและนอร์เวย์

พสกนิกรเรียกขานพระองค์ว่า “เดซี” ควีนมาร์เกรยังทรงสูบบุหรี่ และทรงปฏิเสธการใช้โทรศัพท์มือถือและเล่นอินเทอร์เน็ต โดยพระองค์ตรัสว่า “เรามีความสุขดี” แม้ไม่มีสิ่งเหล่านี้

ตลอดการครองราชย์ สมเด็จพระราชินีมาร์เกรเธอทรงงานศิลปะที่พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยมาอยู่ตลอด พระองค์ยังทรงสนพระราชหฤทัยและหลงใหลในงานโบราณคดี รวมถึงทรงเข้าร่วมการสำรวจด้วยพระองค์เองหลายครั้ง

ควีนเดนมาร์ก และพระราชสวามี เจ้าชายเฮนริก เมื่อปี 2007

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ควีนเดนมาร์ก และพระราชสวามี เจ้าชายเฮนริก เมื่อปี 2007

ควีนแห่งเดนมาร์ก ทรงศึกษาในสหราชอาณาจักร ในวิทยาลัยเกอร์ตัน มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน หรือแอลเอสอี

เมื่อปี 1967 พระองค์ทรงเสกสมรสกับนักการทูตชาวฝรั่งเศส อ็องเดร เดอ ลาบอร์ด เดอ มงเปอซา ซึ่งต่อมาได้รับการสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศเป็นเจ้าชายเฮนริก และทรงเป็นพระราชสวามีของควีนเดนมาร์ก จวบจนสิ้นพระชนม์เมื่อปี 2018

ผู้สื่อข่าวเดนมาร์ก กอทซ์เช ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านราชบัลลังก์ของเดนมาร์ก เป็นทั้งวาระแห่งการเฉลิมฉลองและความเศร้าโศก

“พระองค์ทรงอยู่ตรงนั้นมาตลอด มีอายุมากขึ้นไปพร้อม ๆ กับเรา” เธอกล่าว แต่ก็เสริมว่า “มกุฎราชกุมารทรงอยู่ในจุดที่เหมาะสมจะขึ้นครองราชย์แทน การสืบราชสันตติวงศ์ถูกจดวางไว้เป็นอย่างดี ตามความเหมาะสม และทุกอย่างมันก็เป็นเหตุเป็นผลไปหมด”

เฉกเช่นสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลที่ 3 มกุฎราชกุมารเฟรเดอริกทรงเป็นที่รู้จักในความสนพระราชหฤทัยด้านสิ่งแวดล้อม พระองค์เคยทรงปฏิญาณว่าจะ “นำทางเรือลำนี้” หรือเดนมาร์ก ไปสู่อนาคต

สำหรับพระมเหสีของพระองค์ คือ เจ้าหญิงแมรี ทรงเติบโตบนเกาะแทสมาเนียของออสเตรเลีย และทรงเคยทำงานเป็นทนายความ จนกระทั่งทั้งสองพบรักกันในปี 2000

มกุฎราชกุมารเฟรเดอริกและเจ้าหญิงแมรี ทรงเป็นสัญลักษณ์แห่งสถาบันกษัตริย์ยุคสมัยใหม่ที่พยายามเลี้ยงดูบุตรทั้งสี่เหมือนประชาชนทั่วไปตามปกติ และให้เข้าเรียนในโรงเรียนรัฐ

รอยร้าวในราชวงศ์

ย้อนไปเมื่อ 4 ต.ค. 2022 สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก ตรัสขออภัยต่อการที่พระองค์ทรงถอดพระยศพระราชนัดดา 4 พระองค์ แต่ไม่ทรงยกเลิกการตัดสินพระทัยดังกล่าว

สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 ตรัสว่า พระองค์มีพระประสงค์ให้ราชวงศ์เดนมาร์ก “ทันกับยุคสมัย” การตัดสินพระทัยของพระองค์ผ่านการไตร่ตรองมายาวนาน และทรงเชื่อว่าจะเป็น “การพิทักษ์” สถาบันกษัตริย์ในระยะยาว

แต่พระองค์ทรงยอมรับว่า คาดการณ์เสียงตอบรับจากพระบรมวงศานุวงศ์ผิดไป “ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าต้องขอโทษด้วย”

แถลงการณ์จากสำนักพระราชวังเดนมาร์กระบุว่า “พระยศเจ้าชายและเจ้าหญิงที่พระราชนัดดา 4 พระองค์ถือครองมายาวนาน จะถูกยกเลิก”

“พระโอรสและพระธิดาของเจ้าชายโจอาคิมแห่งเดนมาร์กจะได้รับการเรียกขานว่า excellency แทน” แต่ปรากฏว่า เจ้าชายโจอาคิม ซึ่งเป็นพระราชโอรสคนที่ 2 ของควีนมาร์เกรเธอที่ 2 ตรัสว่า พระองค์ทรงไม่พอพระทัยต่อการถอดพระยศนี้

“มันไม่สนุกเลยที่ต้องเห็นลูก ๆ ของคุณถูกปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมเช่นนี้” พระองค์ให้สัมภาษณ์กับ เอกสตรา บลาเดต (Ekstra Bladet)