อิสราเอลยอมรับ โจมตีค่ายผู้อพยพจาบาเลียในฉนวนกาซา คาดมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 50 ราย

ภาพความเสียหาย

ที่มาของภาพ, Reuters

ในค่ำคืนที่ผ่านมา ท้องฟ้าเหนือเขตฉนวนกาซาปกคลุมไปด้วยแสงสีส้มจากการโจมตีทางอากาศของกองทัพอิสราเอล ที่ระดมยิงโจมตีเข้าไปในฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง โดยจุดที่ได้รับความเสียหายหนักสุด คือ ค่ายผู้อพยพจาบาเลีย (Jabalia) ทางตอนเหนือของกาซา

ในเวลาต่อมา โฆษกกองทัพป้องกันอิสราเอล หรือ ไอดีเอฟ ออกมายืนยันว่า ได้เป็นผู้ปฏิบัติการโจมตีดังกล่าว โดยอ้างว่า สามารถกำจัดผู้บัญชาการอาวุโสคนสำคัญของฮามาสรายหนึ่งได้ รวมทั้งได้ทำลายโครงข่ายของอุโมงค์ใต้ดินของกลุ่มฮามาสด้วย

กองทัพอิสราเอลระบุอีกว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดินสามารถจัดการกับเป้าหมายทั้งหมด 300 แห่งในฉนวนกาซา โดยอ้างและย้ำว่า ปฏิบัติการทางทหารใช้ความพยายามในทุกด้านเพื่อหลีกเลี่ยงการสังหารพลเรือน

ภาพการโจมตีทางอากาศ

ที่มาของภาพ, Getty Images

ภาพการโจมตีทางอากาศ

ที่มาของภาพ, Getty Images

ภาพถ่ายที่บันทึกได้จากพื้นที่ แสดงถึงความเสียหายจากการโจมตีเมื่อคืนที่ผ่านมา (31 ต.ค.) เป็นหลุมกว้างขนาดใหญ่ และหลายภาพเผยให้เห็นผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ในจำนวนนั้นมีเด็กรวมอยู่ด้วย

ส่วนยอดผู้เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศครั้งนี้ยังไม่ชัดเจน แต่เบื้องต้นกระทรวงสาธารณสุขของกลุ่มฮามาสในกาซาระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 50 ราย จากการโจมตีค่ายผู้อพยพแห่งนี้

ขณะที่สภาเสี้ยววงเดือนแดงของปาเลสไตน์ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 25 ราย แต่มีแพทย์รายหนึ่งบอกกับบีบีซีว่า โรงพยาบาลของเขาได้รับร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 120 ราย ขณะที่ชาวกาซาต่างช่วยกันค้นหาผู้ที่รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพังอย่างยากลำบาก

ภาพความเสียหาย

ที่มาของภาพ, Getty Images

ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่อื่น ๆ รถถังและยานหุ้มเกาะกำลังเคลื่อนพลเขาสู่กาซาซิตี อย่างช้า ๆ ไปยังจุดที่กองทัพอิสราเอลระบุว่า กลุ่มฮามาสมีโครงข่ายอุโมงค์ใต้ดินซึ่งถูกใช้เป็นศูนย์ควบคุมและบัญชาการปฏิบัติการทางทหาร

ขณะที่กลุ่มกบฎฮูตีในเยเมน ซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายร้อยไมล์ในทางตะวันออกเฉียงใต้ของอิสราเอล ออกมาบอกว่าพวกเขาได้ยิงขีปนาวุธร้ายแรงรวมส่งโดรนจำนวนมากมุ่งหน้ามายังอิสราเอล

องค์การอนามัยโลก ระบุว่า สถานการณ์ในกาซาเข้าใกล้ "หายนะด้านสาธารณสุข" เข้าทุกที ส่วนองค์การยูนิเซฟออกมาเตือนว่า ตอนนี้กำลังผลิตน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคมีอยู่เพียง 5% จากกำลังการผลิตในช่วงปกติ ซึ่งจะกลายเป็นความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของเด็กทารกจากภาวะขาดน้ำได้

ทั้งนี้ นับตั้งแต่การเปิดฉากโจมตีอิสราเอลของกลุ่มฮามาสในวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขของกลุ่มฮามาสในกาซา ระบุว่า ยอดรวมผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 8,500 ราย ขณะที่การโจมตีจากกลุ่มฮามาสทำให้ฝ่ายอิสราเอลสูญเสียเช่นกัน โดยมียอดผู้เสียชีวิตแล้ว 1,400 ราย และถูกลักพาตัวมาเป็นตัวประกันอีกอย่างน้อย 239 ราย

พื้นที่ปลอดภัย-ค่ายผู้อพยพถูกโจมตี

บีบีซีตรวจพบการโจมตีใส่ "พื้นที่ปลอดภัย" และค่ายผู้อพยพ ที่อิสราเอลบอกให้คนกาซาไปลี้ภัย

อิสราเอลเคยเตือนให้พลเรือนอพยพออกจากพื้นที่ทางตอนเหนือ แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะมีทางเลือกในการอพยพลงใต้ สหประชาชาติยังระบุว่า พลเรือนหลายคนเดินทางกลับขึ้นเหนือ เพราะพื้นที่ทางตอนใต้ ก็เลวร้ายไม่แพ้กัน

บีบีซีตรวจพบว่า แม้แต่พื้นที่ปลอดภัย ตามที่อิสราเอลกำหนดไว้ ก็เผชิญการโจมตีเช่นกัน ขณะที่คำเตือนของอิสราเอล บางครั้งก็ขัดแย้งกับการโจมตีที่เกิดขึ้นจริง

ยกตัวอย่าง เมื่อวันที่ 8 ต.ค. กองทัพอิสราเอลเตือนให้พลเรือน อพยพไปเมืองข่าน ยูนิส และเมืองราฟาห์ ทางตอนใต้ แต่วันที่ 10 ต.ค. กลับเกิดการทิ้งระเบิด ใส่พื้นที่ใจกลางเมืองข่าน ยูนิส และวันที่ 11 ต.ค. เกิดการโจมตีทางอากาศใส่ใจกลางเมืองราฟาห์

.
.

บีบีซียังพบว่า จาบาเลียไม่ใช่ค่ายผู้อพยพแห่งแรกที่เผชิญการโจมตีทางอากาศ ย้อนไปเมื่อวั้นที่ 17 ต.ค. เกิดการทิ้งระเบิดใส่ค่ายอัล-บูเรจ ทางตอนกลางของกาซา และ 18 ต.ค. ที่ค่ายใกล้เคียง

คือ ค่าย อัล-นูเซรัต ทั้งที่เมื่อวันที่ 8 ต.ค. กองทัพอิสราเอล เตือนให้พลเรือน อพยพไปหลบภัยตามค่ายเหล่านี้

.

“นี่เป็นเวลาของสงคราม”

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนธันยาฮู ของอิสราเอล ปฏิเสธคำเรียงร้องจากนานาประเทศให้ “หยุดยิง” ในฉนวนกาซา ชี้ว่า การหยุดยิงจะเท่ากับ “ยอมแพ้ให้ฮามาส” พร้อมประกาศว่า “นี่คือเวลาของสงคราม”

“เหมือนที่สหรัฐฯ ไม่ตกลงหยุดยิง หลังการทิ้งระเบิดเพิร์ลฮาร์เบอร์ หรือหลังเหตุวินาศกรรม 9/11 อิสราเอลจะไม่ลดการโจมตีกลุ่มฮามาส หลังการโจมตีที่โหดร้ายเมื่อวันที่ 7 ต.ค.” เนธันยาฮู ประกาศในกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอล

“เหมือนที่คัมภีร์ไบเบิลกล่าวไว้ ‘มีห้วงเวลาของสันติภาพ และเวลาของสงคราม’... นี่คือเวลาของสงคราม”

เวลานี้ กองทัพอิสราเอลเคลื่อนพลภาคพื้นดินเข้าไปในพื้นที่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซามากขึ้น โดยผู้เห็นเหตุการณ์ชาวปาเลสไตน์ ระบุว่า รถถังอิสราเอลเข้าตัดเส้นทางอพยพลงใต้ของประชาชนเป็นระยะเวลาหนึ่ง ไม่เพียงเท่านั้น ปรากฏวิดีโอรถยนต์คันหนึ่งพลิกคว่ำ หลังเข้าใกล้รถถังที่ดูเหมือนเปิดฉากยิงใส่รถคันนี้

วันที่ 30 ต.ค. กองทัพอิสราเอลระบุว่า ทหารอิสราเอลที่ถูกกลุ่มฮามาสจับกุมตัวไป ได้รับการช่วยเหลือแล้วในปฏิบัติการภาคพื้นดินข้ามคืน

.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, รถถังอิสราเอลกระหน่ำโจมตี

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุว่า การช่วยเหลือจ่าสิบเอก โอรี เมกิดิช อย่างปลอดภัย ถือเป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่ พร้อมประกาศความมุ่งมั่นจะช่วยปล่อยตัวประกันอีกกว่า 230 คน ไม่เพียงเท่านั้น เนธันยาฮู ประณามการเผยแพร่วิดีโอตัวประกันหญิงอิสราเอล 3 คนที่ถูกฮามาสควบคุมตัว ที่วิพากษ์วิจารณ์ความพยายามช่วยเหลือตัวประกันของอิสราเอล ว่า เป็น “โฆษณาชวนเชื่อทางจิตวิทยาที่โหดร้าย”

ปฏิบัติการภาคพื้นดินของอิสราเอลในฉนวนกาซา เป็นสิ่งที่นายกฯ อิสราเอลเรียกว่า ปฏิบัติการ “ขั้นที่ 2” ของสงครามเพื่อขจัดกลุ่มฮามาส โดยเป็นการโจมตีทางอากาศต่อเนื่อง พร้อมขยายพื้นที่ปฏิบัติการภาคพื้นดิน

.

รถถังอิสราเอลโจมตีประชาชน ?

ภาพวิดีโอที่กำลังเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ เกิดขึ้นบนถนนซาเลาะห์ อัล-ดิน โดยผู้โพสต์คือช่างภาพข่าว ยุสเซฟ บาซาม ที่กำลังขับขึ้นไปทางเหนือของฉนวนกาซา เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (30 ต.ค.)

เมื่อรถยนต์ของบาซาม เลื่อนไปจอดที่สี่แยก ซึ่งห่างจากรั้วของอิสราเอล 2.8 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองกาซาซิตีทางใต้ ราว 3 กิโลเมตร เขาได้ซูมกล้องเข้าไปที่รถยนต์อีกคันที่ชะลออยู่ใกล้รถถังอิสราเอล จากนั้น รถถังได้เคลื่อนไหว และมีแสงวาบมาจากทิศของรถถัง ก่อนที่รถยนต์คันนั้นจะถูกยิงด้วยระเบิด

“เขาตายแล้ว ตายยกครัวเลย” หนึ่งในชายที่อยู่ในรถของบาซาม ตะโกน ก่อนที่จะรีบขับรถออกจากพื้นที่

คำบรรยายวิดีโอ, เผยภาพรถถังของอิสราเอลยิงใส่รถยนต์ในฉนวนกาซา
.

ที่มาของภาพ, Reuters

สื่อมวลชนได้สอบถามโฆษกกองทัพอิสราเอลถึงเหตุการณ์ดังกล่าว แต่เขาไม่ยอมตอบคำถาม โดยระบุเพียงว่า “เราได้ขยายปฏิบัติการของเรา รวมถึงรถหุ้มเกราะ รถถัง และการโจมตีภายในฉนวนกาซา ด้วยจุดประสงค์ตอบโต้กลุ่มฮามาส และช่วยเหลือตัวประกัน” แดเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพ ระบุ

ก่อนหน้านี้ กองทัพอิสราเอลระบุว่า รถถังและกำลังพลได้ขยายพื้นที่ปฏิบัติการภาคพื้นดินในฉนวนกาซาช่วงข้ามคืน พร้อมสังหารนักรบฮามาสได้หลายสิบคนที่ซ่อนตัวอยู่ตามอาคารและอุโมงค์ใต้ดิน

ไม่เพียงเท่านั้น การโจมตีทางอากาศได้ทำลายเป้าหมายกลุ่มฮามาส กว่า 600 จุด ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา รวมถึงคลังเก็บอาวุธ และฐานยิงขีปนาวุธต่อต้านรถถัง

รุชดิ อาบู อะลูฟ ผู้สื่อข่าวบีบีซีในเมืองข่านยูนิส ทางตอนใต้ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดบนถนนซาเลาะห์ อัล-ดิน มีความสำคัญมาก เพราะทำให้ฉนวนกาซาถูกแบ่งเป็น 2 ฟาก เนื่องจากพื้นที่ทางตอนใต้ ถูกโจมตีลดน้อยลงในช่วงวันที่ผ่านมา และดูเหมือนกองทัพอิสราเอลจะมุ่งปฏิบัติการในพื้นที่ทางตอนเหนือ

สมรภูมิใต้พิภพ

ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แดเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอล เปิดเผยข้อมูลข่าวกรอง ที่อ้างว่า กลุ่มติดอาวุธอามาสใช้โรงพยาบาล เพื่อซ่อนเครือข่ายก่อการร้าย รวมทั้งใช้เป็นศูนย์บัญชาการ และแหล่งกบดานของผู้บัญชาการฮามาส รวมถึงโรงพยาบาลชีฟา โรงพยาบาลใหญ่สุดในกาซาซิตี

“ฮามาสใช้งานโรงพยาบาลอัลชีฟา และโรงพยาบาลอื่น ๆ ในกาซาด้วย ฮามาสสร้างทางเข้าอุโมงค์จากในโรงพยาบาล หมายความว่า คุณสามารถลงไปอุโมงค์ใต้ดินจากโรงพยาบาล เพื่อซ่อนตัวจากการโจมตีได้” ฮาการี กล่าว

ส่วนใต้ดินของโรงพยาบาลก็มีเครือข่ายอุโมงค์เชื่อมกับอุโมงค์ในโรงพยาบาลอื่น ๆ กองทัพอิสราเอลจึงอ้างว่า

ฮามาสกำลังทำสงครามจากโรงพยาบาล โดยใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ แต่ข้างใต้โรงพยาบาลเหล่านี้ จะมีอุโมงค์ของฮามาสอยู่จริงตามที่ทางการอิสราเอลกล่าวอ้างหรือไม่นั้น บีบีซียังไม่สามารถตรวจสอบยืนยันได้แน่ชัด

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงอิสราเอลประเมินว่า อุโมงค์ใต้ดินของฮามาส อยู่ลึกลงไปใต้ดินราว 80 เมตร

และยาวรวมหลายร้อยกิโลเมต รกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์สร้างอุโมงค์เหล่านี้ เพื่อใช้โจมตี ลักลอบขนคน ขนอาวุธ สั่งสมอาวุธ และใช้เป็นฐานบัญชาการ รวมถึงยืนยันแล้วว่า ใช้ควบคุมตัวประกันด้วย

อีกสาเหตุที่ฮามาสต้องสร้างอุโมงค์เหล่านี้ เพราะอิสราเอลและอียิปต์ ปิดล้อมช่องทางเข้าออกกาซาแบบรอบด้านในช่วงก่อนเกิดสงครามรอบล่าสุด อุโมงค์เหล่านี้จึงเป็นเพียงไม่กี่ช่องทางให้ฮามาส ขนอาวุธ ยุทโธปกรณ์ และคนเข้าออกจากฉนวนกาซาได้

อิสราเอลประกาศจะขจัดกลุ่มฮามาสให้หายไปจากโลกนี้ การบุกโจมตีเครือข่ายอุโมงค์ของฮามาส จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ อาร์มี อาวิวี ประธานสภากลาโหมและความมั่นคงของกองทัพอิสราเอล ชี้ว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอล นับแต่วันที่ 7 ต.ค. ที่สงครามเริ่มขึ้น ทำความเสียหายกับอุโมงค์ของฮามาสน้อยมาก

อิสราเอลยอมรับว่า ฮามาสสร้างอุโมงค์อยู่ใต้โรงพยาบาล โรงพยาบาลในฉนวนกาซาหลายแห่ง จึงกลายเป็นเป้าหมายทางการทหารไปด้วย และนั่นอาจหมายความว่า การโจมตีของอิสราเอลอาจทำให้พลเรือนอีกเป็นจำนวนมากต้องล้มตาย

กองทัพอิสราเอลชี้ว่า เมื่อสถานที่ทางการแพทย์ถูกใช้เพื่อการก่อการร้าย หมายความว่า สถานที่นั้นถือว่า ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศ

แต่สหประชาชาติชี้ว่า พลเรือนจำนวนมากในกาซากำลังล้มตายจากการโจมตีของอิสราเอล และอิสราเอลกำลังละเมิดกฎหมายสากลว่าด้วยมนุษยธรรม

ข้อมูลจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ หรือไอซีอาร์ซี ระบุว่า กฎหมายสากลว่าด้วยมนุษยธรรมภายในอนุสัญญาเจนีวา กำหนดว่า กฎหมายจะคุ้มครองผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ อาทิ พลเรือน และบุคลากรทางการแพทย์ อีกทั้งกำหนดว่า โรงพยาบาล เสบียงทางการแพทย์ และรถพยาบาล ต้องได้รับการคุ้มครอง

เด็กตายทุก 10 นาที

องค์กร Save the Children ประจำปาเลสไตน์ ระบุว่า มีเด็กเสียชีวิต 1 คนทุก ๆ 10 นาทีในฉนวนกาซาเวลานี้ ขณะที่ ทางยูนิเซฟ ระบุว่า มีเด็กเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ 420 คนในแต่ละวันในฉนวนกาซา

ตอนนี้ มีประชาชนกว่า 600,000 คนที่เชื่อว่ายังอาศัยอยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา แม้กองทัพอิสราเอลจะเตือนให้พวกเขาอพยพลงใต้ เพื่อความปลอดภัยของตนเอง

สถานการณ์ผู้ไร้บ้านก็หนักขึ้นเรื่อย ๆ องค์การสหประชาชาติระบุว่า มีโรงพยาบาล 10 แห่งในพื้นที่ทางเหนือของกาซา ที่ได้รับคำสั่งให้อพยพ ทั้งที่มีคนไข้หลายพันคน และคนไร้บ้านอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงถึง 117,000 คน ยูเอ็นยังเตือนว่า การอพยพโรงพยาบาลเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะไม่ทำให้ชีวิตของผู้ป่วยสุ่มเสี่ยง

ยกตัวอย่างโรงพยาบาลอัล-คูดส์ ในกาซาซิตี ซึ่งมีคนไข้ 400 คน และมีผู้คนที่ไร้บ้านมาอาศัยอีกกว่า 14,000 คน