คณะกรรมการสอบสวนของยูเอ็นระบุ อิสราเอลกระทำการ "ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" ในกาซา

File photo showing the mother of Palestinian teenager Khaled al-Shinbari holds his shoes during his funeral at al-Shifa hospital, in Gaza City, northern Gaza (28 August 2025)

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, คณะกรรมการสอบสวนขององค์การสหประชาชาติระบุว่า อิสราเอลได้ก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาในระหว่างสงคราม
    • Author, เดวิด กริตเทน
  • เวลาอ่าน: 2 นาที

คณะกรรมการสอบสวนขององค์การสหประชาชาติระบุว่า อิสราเอลได้ก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา

รายงานฉบับใหม่ระบุว่า มีเหตุผลอันสมควรที่จะสรุปได้ว่าการกระทำอันเป็นการเข้าข่ายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ 4 ใน 5 ประการตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายระหว่างประเทศได้เกิดขึ้นนับตั้งแต่เกิดสงครามกับกลุ่มฮามาสในปี 2023 อันได้แก่ การสังหารสมาชิกของชุมชนชาวปาเลสไตน์, การทำให้พวกเขาได้รับอันตรายทางร่างกายและจิตใจอย่างร้ายแรง, การจงใจสร้างเงื่อนไขอันไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อทำลายชาวปาเลสไตน์ และการขัดขวางการถือกำเนิดของมนุษย์

รายงานของคณะกรรมการสอบสวนของยูเอ็นยังอ้างถึงถ้อยแถลงของบรรดาผู้นำอิสราเอล รวมทั้งรูปแบบการกระทำของกองกำลังอิสราเอล ในฐานะหลักฐานของเจตนาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ด้านกระทรวงต่างประเทศของอิสราเอลออกมาปฏิเสธรายงานดังกล่าวอย่างเด็ดขาด โดยประณามว่าเป็น "ข้อมูลบิดเบือนและเป็นเท็จ"

โฆษกของรัฐบาลอิสราเอลกล่าวหาผู้เชี่ยวชาญ 3 คนในคณะกรรมการสอบสวนของยูเอ็นว่าเป็น "ตัวแทนของฮามาส" และรายงานดังกล่าว "ตั้งอยู่บนความเท็จของฮามาสทั้งสิ้น ซึ่งถูกฟอกขาวและเผยแพร่ซ้ำโดยผู้อื่น" แต่เป็นข้อกล่าวหา "ที่ถูกหักล้างแล้วทั้งหมด"

"ตรงกันข้ามกับคำโกหกในรายงาน ฮามาสต่างหากที่เป็นกลุ่มที่พยายามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในอิสราเอล จากการสังหารผู้คนจำนวน 1,200 คน ข่มขืนผู้หญิง เผาครอบครัวต่าง ๆ ทั้งเป็น และประกาศอย่างโจ่งแจ้งถึงเป้าหมายที่จะเข่นฆ่าชาวยิวให้ได้ทุกคน" โฆษกรัฐบาลอิสราเอลระบุ

กองกำลังอิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาเพื่อตอบโต้การโจมตีของกลุ่มฮามาสทางตอนใต้ของอิสราเอลซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023 ในเหตุการณ์ครั้งนั้นมีคนถูกสังหารไปราว 1,200 คน และถูกจับไปเป็นตัวประกันอีก 251 คน

ขณะที่การโจมตีของอิสราเอลหลังจากนั้นเป็นต้นมา เป็นเหตุให้มีคนในฉนวนกาซาเสียชีวิตอย่างน้อย 64,905 คน ตามการรายงานของกระทรวงสาธารณสุขที่ควบคุมโดยฮามาส

ทั้งนี้ ประชากรส่วนใหญ่ในฉนวนกาซาต้องพลัดถิ่นฐานซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมีการประเมินว่าบ้านเรือนประชาชนกว่า 90% ถูกทำลายเสียหาย นอกจากนี้ ระบบสาธารณสุข น้ำ ระบบสุขาภิบาล และสุขอนามัยต่างก็ล่มสลาย อีกทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางอาหารที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติก็ประกาศว่าได้เกิดภาวะอดอยากขึ้นในเมืองกาซา ซิตี แล้ว

คณะกรรมการสอบสวนอิสระของยูเอ็นว่าด้วยดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง (the Independent International Commission of Inquiry on the Occupied Palestinian Territory) ถูกจัดตั้งขึ้นโดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในปี 2021 เพื่อสอบสวนข้อกล่าวหาทั้งหมดเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

คณะผู้เชี่ยวชาญ 3 คนของคณะกรรมการอิสระชุดนี้ มีเนวี พิลเลย์ อดีตข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติจากแอฟริกาใต้ เป็นประธาน ซึ่งเธอเคยดำรงตำแหน่งประธานศาลระหว่างประเทศที่พิจารณาคดีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา

รายงานฉบับล่าสุดของคณะกรรมการชุดนี้กล่าวหาว่าทางการอิสราเอลและกองกำลังป้องกันอิสราเอลได้กระทำการ 4 จาก 5 ประการ ที่ถือว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตามนิยามซึ่งกำหนดไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปี 1948 ต่อกลุ่มชาติพันธุ์ เชื้อชาติ ศาสนา หรือกลุ่มชนชาติ โดยในกรณีนี้คือ ชาวปาเลสไตน์ในกาซา ประกอบด้วย

  • การสังหารสมาชิกในกลุ่มผ่านการโจมตีเป้าหมายที่ได้รับการคุ้มครอง การโจมตีเป้าหมายพลเรือน และบุคคลอื่น ๆ ที่ได้รับการปกป้องคุ้มครอง และการจงใจสร้างเงื่อนไขที่นำไปสู่การสูญเสียชีวิต
  • การทำให้เกิดอันตรายทางร่างกายและจิตใจอย่างร้ายแรงต่อสมาชิกของกลุ่ม การโจมตีโดยตรงต่อพลเรือนและเป้าหมายที่ได้รับการคุ้มครอง การปฏิบัติโดยมิชอบอย่างร้ายแรงต่อผู้ถูกคุมขัง การบังคับให้เกิดการพลัดถิ่น และการทำลายล้างสิ่งแวดล้อม
  • การจงใจสร้างเงื่อนไขต่อชีวิตอันไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อทำลายกลุ่มทั้งกลุ่มหรือบางส่วน การทำลายโครงสร้างพื้นฐานและที่ดินที่จำเป็นสำหรับชาวปาเลสไตน์ การทำลายและการทำให้ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ การบังคับให้พลัดถิ่น การปิดกั้นความช่วยเหลือ น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ไฟฟ้า และเชื้อเพลิง ไม่ให้ไปถึงชาวปาเลสไตน์ รวมไปถึงความรุนแรงต่อภาวะอนามัยเจริญพันธุ์ และการสร้างเงื่อนไขที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก
  • การกำหนดมาตรการอันมีเจตนาขัดขวางการมีบุตร ด้วยการโจมตีในเดือน ธ.ค. 2023 ต่อคลินิกเจริญพันธุ์ฝากไข่ที่ใหญ่ที่สุดในฉนวนกาซา ซึ่งมีรายงานว่าการโจมตีได้ทำลายตัวอ่อนประมาณ 4,000 ตัว และตัวอย่างอสุจิกับไข่ที่ยังไม่ได้รับการปฏิสนธิอีก 1,000 ตัวอย่าง
Smoke rises from an Israeli strike as displaced Palestinians flee northern Gaza, in the central Gaza Strip (14 September 2025)

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, กองทัพอิสราเอลออกคำสั่งให้ชาวปาเลสไตน์หลายแสนคนอพยพออกจากกาซา ซิตี ล่วงหน้าก่อนการโจมตีภาคพื้นดินเพื่อยึดครองเมืองดังกล่าว

ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามนิยามทางกฎหมายของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ จำเป็นต้องมีการพิสูจน์ด้วยว่าผู้กระทำความผิดได้กระทำการใด ๆ โดยมีเจตนาเฉพาะเจาะจงที่จะทำลายล้างกลุ่มทั้งหมดหรือบางส่วน

คณะกรรมการสอบสวนอิสระของยูเอ็นระบุว่า พวกเขาได้วิเคราะห์ถ้อยแถลงของผู้นำอิสราเอล และกล่าวหาว่า ประธานาธิบดีไอแซก เฮอร์ซอก ของอิสราเอล, นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู และนายโยอาฟ กัลแลนต์ อดีตรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ได้ "ยุยงให้กระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์"

นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังระบุด้วยว่า "เจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เป็นข้อสรุปที่สมเหตุสมผลเพียงอย่างเดียว" ที่สามารถสรุปได้จากรูปแบบพฤติกรรมของทางการอิสราเอลและกองกำลังด้านความมั่นคงในฉนวนกาซา

คณะกรรมการสอบสวนของสหประชาชาติระบุว่า แบบแผนที่เกิดขึ้นประกอบไปด้วยการจงใจสังหารและทำร้ายชาวปาเลสไตน์จำนวนมากอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนด้วยอาวุธหนัก การโจมตีสถานที่ทางศาสนา วัฒนธรรม และการศึกษา อย่างเป็นระบบและแพร่หลาย รวมไปถึงการปิดล้อมฉนวนกาซาและทำให้ประชาชนเกิดความอดอยาก

ด้านรัฐบาลอิสราเอลยืนยันว่า ความพยายามของพวกเขามุ่งเป้าไปที่การรื้อถอนขีดความสามารถของฮามาสเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่ชาวกาซา และระบุว่ากองกำลังของอิสราเอลปฏิบัติการตามกฎหมายระหว่างประเทศและใช้มาตรการที่เป็นไปได้ทั้งหมดเพื่อบรรเทาความเสียหายต่อพลเรือน

"เมื่อ 7 ต.ค. 2023 นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูให้คำมั่นว่าจะ... 'แก้แค้นอย่างสาสม' ต่อ 'ทุกสถานที่ที่ฮามาสส่งกำลังไปประจำการ หลบซ่อน และปฏิบัติการในเมืองอันชั่วร้ายแห่งนั้น เราจะทำลายมันให้กลายเป็นซากปรักหักพัง'" พิลเลย์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับบีบีซี

"การใช้คำว่า 'เมืองอันชั่วร้าย' ในถ้อยแถลงนั้นแสดงให้เห็นว่า เขามองว่าเมืองกาซา (กาซา ซิตี) ทั้งเมืองต้องรับผิดชอบและเป็นเป้าหมายของการแก้แค้น และเขาบอกชาวปาเลสไตน์ให้ 'ออกไปเดี๋ยวนี้ เพราะเราจะปฏิบัติการอย่างแข็งกร้าวทุกหนทุกแห่ง'"

เธอเสริมว่า "เราใช้เวลาสองปีในการรวบรวมทุกการกระทำและค้นหาข้อเท็จจริง ตรวจสอบว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่... มีเพียงข้อเท็จจริงเท่านั้นที่จะชี้นำคุณได้ และคุณจะนำเรื่องนี้ไปดำเนินการในอนุสัญญาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้ก็ต่อเมื่อการกระทำเหล่านั้นกระทำไปด้วยเจตนาเช่นนี้"

คณะกรรมการสอบสวนของยูเอ็นระบุว่า การกระทำของผู้นำทางการเมืองและผู้นำทางทหารของอิสราเอล "เป็นความผิดของรัฐอิสราเอล" และดังนั้นอิสราเอลจึง "ต้องรับผิดชอบต่อความล้มเหลวในการป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และความล้มเหลวในการลงโทษการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์"

คณะกรรมการยังเตือนว่าประเทศอื่น ๆ ต่างก็มีพันธกรณีทันทีภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในการ "ป้องกันและลงโทษอาชญากรรมการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" โดยใช้มาตรการทั้งหมดที่มีอยู่ หากไม่ทำเช่นนั้น พวกเขาอาจเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด

"เรายังไม่ได้ไปไกลถึงขั้นกล่าวหาว่า ใครบ้างที่เป็นผู้สมรู้ร่วมคิด หรือเป็นผู้มีส่วนรู้เห็นในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่นั่นคือภารกิจที่คณะกรรมการชุดนี้กำลังดำเนินการอยู่ และพวกเขาจะไปถึงข้อสรุปนั้น" พิลเลย์ ประธานคณะกรรมการสอบสวนยูเอ็นชุดนี้ กล่าว

องค์กรสิทธิมนุษยชนในอิสราเอลและระหว่างประเทศหลายแห่ง ผู้เชี่ยวชาญอิสระของสหประชาชาติ และนักวิชาการ ต่างกล่าวหาอิสราเอลว่าก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาเช่นกัน

ด้านศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) กำลังพิจารณาคดีที่แอฟริกาใต้ยื่นฟ้อง ซึ่งกล่าวหาว่ากองกำลังอิสราเอลก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ขณะที่อิสราเอลระบุว่าคดีนี้ "ไม่มีมูลความจริง" และตั้งอยู่บน "ข้อกล่าวอ้างที่ลำเอียงและเป็นเท็จ"