ทำไมดินแดนยูเครนที่ถูกทำลายจากสงครามคือหัวข้อหลักของการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์และปูติน

- Author, พอล อดัมส์
- Role, ผู้สื่อข่าวการทูตบีบีซี
มีการคาดการณ์อย่างแพร่หลายว่าการประชุมสุดยอดผู้นำระหว่างวลาดิเมียร์ ปูติน และโดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งผลให้แผนที่ของยูเครนถูกบังคับให้ต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงหรือไม่
รัสเซียพยายามอ้างสิทธิเหนือดินแดนของยูเครนมาตั้งแต่ปี 2014 ตอนที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เริ่มต้นดำเนินแผนการก้าวแรก
ตอนนั้น ภายในช่วงเวลาไม่กี่เดือน รัสเซียสามารถเข้าครอบครองและผนวกคาบสมุทรไครเมียไว้ได้โดยแทบไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อ
ทว่า หลังจากนั้นกลับมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่มีรัสเซียเป็นผู้หนุนหลัง ในพื้นที่ทางตะวันออกของเขตดอนบาส หากจะกล่าวให้เจาะจงลงไปอีกคือสองแคว้นหรือ "แคว้นปกครองตนเอง" ที่มีชื่อว่า โดเนตสก์และลูฮันสก์
สงครามค่อย ๆ ระอุขึ้นจากตรงนั้นเป็นเวลาแปดปี

ยูเครนสูญเสียทหารและพลเรือนราว 14,000 รายในช่วงเวลาดังกล่าว
ทว่าในเดือน ก.พ. 2022 ประธานาธิบดีปูตินเปิดฉากรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบ กองทัพรัสเซียเคลื่อนทัพอย่างรวดเร็วเข้าไปประชิดชายแดนกรุงเคียฟ และยึดครองพื้นที่ทางตอนใต้ของยูเครน ซึ่งรวมถึงพื้นที่ขนาดใหญ่ของแคว้นปกครองตนเองสองแห่งอย่าง ซาโปริซเซีย (Zaporizhzhia) และ เคอร์ซอน (Kherson)

สงครามครั้งนี้มีทั้งการรุกหน้าและถอยหลังกลับสลับกันมาโดยตลอด ปัจจุบันรัสเซียควบคุมดินแดนน้อยลงจากเดิมราว 27% ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2022 เหลือประมาณ 20% ในขณะนี้
ทางทิศตะวันออก กองกำลังรัสเซียกำลังรุกคืบไปข้างหน้า แต่เป็นไปอย่างเชื่องช้าและต้องแลกมาด้วยความสูญเสียอย่างมาก
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน กล่าวว่าจำเป็นต้องมีการหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขทันที ขณะที่พันธมิตรยุโรปก็ยืนยันให้หยุดการสู้รบเช่นกัน ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่า นั่นคือสิ่งที่เขาพยายามทำให้เกิดขึ้น
แต่ในช่วงก่อนการประชุมสุดยอดที่รัฐอะแลสกากับปูติน ทรัมป์กลับเริ่มพูดถึง "การแลกเปลี่ยนดินแดน" แทน ซึ่งได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งรัฐบาลยูเครนรวมทั้งยุโรป
ยังไม่ชัดเจนว่าดินแดนที่ทรัมป์ระบุนั้นหมายถึงบริเวณใด หรือการแลกเปลี่ยนดังกล่าวจะมีลักษณะอย่างไร เนื่องจากดินแดนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องนั้นตามกฎหมายเป็นของยูเครน
ณ เดือน ส.ค. 2025 ดินแดนของยูเครนมีลักษณะดังนี้

แน่นอนว่า รัสเซียต้องการที่จะขยายการควบคุมเข้าไปยังพื้นที่ทั้งหมดของแคว้นโดเนตสก์ และ ลูฮันสก์
รายงานบางฉบับชี้ว่า ประธานาธิบดีปูตินกำลังเรียกร้องให้ยูเครนส่งมอบพื้นที่ที่เหลืออยู่ทั้งหมดของแคว้นปกครองตนเองทั้งสองแห่งนี้
ทว่านั่นจะหมายความว่า รัฐบาลยูเครนกำลังจะยอมแพ้บนดินแดนที่ทหารยูเครนนับหมื่น ๆ นาย สูญเสียชีวิตเพื่อปกป้องเอาไว้ เมืองอย่าง ครามาทอร์สก์ (Kramatorsk) และ สลอวียานสก์ (Slovyansk) รวมถึงแนวป้องกันที่มีการเสริมความมั่นคง เพื่อคุ้มครองดินแดนยูเครนทางตอนเหนือและตะวันตก

สำหรับยูเครน ข้อตกลงเช่นนี้คงเป็น "ยาขม" ที่ต้องฝืนกลืน ส่วนรัสเซียซึ่งสูญเสียย่อยยับยิ่งกว่าจะมองว่า นี่เป็นชัยชนะ
ประธานาธิบดีเซเลนสกี กล่าวเมื่อวันอังคารว่า ยูเครน "ไม่สามารถ" ทิ้งภูมิภาคดอนบาสได้ เพราะรัสเซียจะใช้พื้นที่นี้เป็นฐานโจมตีส่วนอื่นของประเทศ
ในช่วงไม่กี่วันมานี้ กองกำลังรัสเซียดูเหมือนกำลังเร่งโจมตีและมีความคืบหน้าใกล้เมืองโดโบรปิลยา แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่า นี่เป็นการเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์สำคัญหรือแค่พยายามแสดงให้ทรัมป์เห็นว่ารัสเซียถือไพ่เหนือกว่า
แล้วซาโปริชเชียกับเคอร์ซอนซึ่งถูกยึดเมื่อปี 2022 จะเป็นอย่างไร
มีรายงานว่ารัสเซียเสนอจะหยุดการรุกรานและตรึงแนวรบเอาไว้

แต่ว่ารัสเซียจะยอมคืนพื้นที่ที่ยึดมาจริงหรือ
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวอย่างกว้าง ๆ ถึง "ที่ดินติดทะเล" ซึ่งน่าจะหมายถึงพื้นที่ชายฝั่งบางส่วนตามทะเลอาซอฟหรือทะเลดำ
แต่พื้นที่เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของ "สะพานบก"(land bridge) ที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ เชื่อมรัสเซียเข้ากับไครเมียซึ่งถูกยึดครองอยู่ จึงยากที่จะเห็นปูตินยอมสละมัน เช่นเดียวกันกับดอแนตสก์และลูฮันสก์ ปูตินถือว่าพื้นที่เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย และได้ผนวกเข้าอย่างผิดกฎหมายเมื่อสามปีก่อน ผ่านการทำประชามติสี่ครั้งที่ถูกมองกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นการหลอกลวง
สำหรับยูเครนและยุโรป ข้อตกลงแลกเปลี่ยนดินแดนในช่วงต้นของการเจรจานี้เป็นสิ่งที่ "เป็นไปไม่ได้"
การพูดคุยเรื่องพรมแดนในอนาคตอาจเกิดขึ้นได้ในที่สุด แต่ก็ต้องหลังจากสงครามยุติลงและมีการรับประกันความมั่นคงของยูเครนแล้วเท่านั้น











