ทำไมดินแดนยูเครนที่ถูกทำลายจากสงครามคือหัวข้อหลักของการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์และปูติน

Map of Ukraine overlaid with the national flag colours - blue on top and yellow on the bottom. Stylised black-and-white headshots of Donald Trump and Vladimir Putin, both in suits and looking serious, are on either side of the map.
คำบรรยายภาพ, โดนัลด์ ทรัมป์ และวลาดิเมียร์ ปูติน กำลังจะพบกันในอะแลสกาวันศุกร์นี้ (15 ส.ค.)
    • Author, พอล อดัมส์
    • Role, ผู้สื่อข่าวการทูตบีบีซี

มีการคาดการณ์อย่างแพร่หลายว่าการประชุมสุดยอดผู้นำระหว่างวลาดิเมียร์ ปูติน และโดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งผลให้แผนที่ของยูเครนถูกบังคับให้ต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงหรือไม่

รัสเซียพยายามอ้างสิทธิเหนือดินแดนของยูเครนมาตั้งแต่ปี 2014 ตอนที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เริ่มต้นดำเนินแผนการก้าวแรก

ตอนนั้น ภายในช่วงเวลาไม่กี่เดือน รัสเซียสามารถเข้าครอบครองและผนวกคาบสมุทรไครเมียไว้ได้โดยแทบไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อ

ทว่า หลังจากนั้นกลับมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่มีรัสเซียเป็นผู้หนุนหลัง ในพื้นที่ทางตะวันออกของเขตดอนบาส หากจะกล่าวให้เจาะจงลงไปอีกคือสองแคว้นหรือ "แคว้นปกครองตนเอง" ที่มีชื่อว่า โดเนตสก์และลูฮันสก์

สงครามค่อย ๆ ระอุขึ้นจากตรงนั้นเป็นเวลาแปดปี

Map of Ukraine before the war, showing Ukraine and Russia. Key areas highlighted are Crimea which was wholly annexed by Russia in 2014, Luhansk and Donetsk are labelled and a large patch on the east of the two regions is shaded purple and labelled as areas held by Russian-backed separatists. The capital Kyiv is also labelled and an inset showing Ukraine's location in Europe. ลูฮันสก์และโดเนตสก์ถูกระบุชื่อไว้ และมีพื้นที่ขนาดใหญ่ทางตะวันออกของทั้งสองภูมิภาคระบายสีม่วง พร้อมระบุว่าเป็นพื้นที่ที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนซึ่งรัสเซียให้การสนับสนุนครอบครองอยู่ เมืองหลวงเคียฟก็ถูกระบุชื่อไว้เช่นกัน และมีแผนที่ย่อยแสดงตำแหน่งของยูเครนในทวีปยุโรป
คำบรรยายภาพ, นี่คือแผนที่ที่แสดงให้เห็นประเทศยูเครนหลังปี 2014 แต่เป็นช่วงเวลาก่อนรัสเซียโจมตีอย่างเต็มรูปแบบในปี 2022 ในแผนที่ดังกล่าวจะเห็นว่ามีพื้นที่ที่ถูกไฮไลท์สำคัญสองแห่ง ได้แก่ 1. พื้นที่สีม่วงที่แสดงให้เห็นพื้นที่ระหว่างแคว้นโดเนตสก์และลูฮันสก์ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่มีรัสเซียหนุนหลัง 2. พื้นที่สีชมพูส้มที่แสดงให้เห็นแคว้นไครเมีย

ยูเครนสูญเสียทหารและพลเรือนราว 14,000 รายในช่วงเวลาดังกล่าว

ทว่าในเดือน ก.พ. 2022 ประธานาธิบดีปูตินเปิดฉากรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบ กองทัพรัสเซียเคลื่อนทัพอย่างรวดเร็วเข้าไปประชิดชายแดนกรุงเคียฟ และยึดครองพื้นที่ทางตอนใต้ของยูเครน ซึ่งรวมถึงพื้นที่ขนาดใหญ่ของแคว้นปกครองตนเองสองแห่งอย่าง ซาโปริซเซีย (Zaporizhzhia) และ เคอร์ซอน (Kherson)

Map showing Russian military control in Ukraine one month into the war. Solid red areas indicate full Russian control and stretch up to 100km from the Russian border in eastern Ukraine; red diagonal lines show limited control and almost reaches the capital of Kyiv – it shows the regions of Zaporizhzhia and Kherson in the south east. Source: ISW (March 2022)
คำบรรยายภาพ, ภาพแผนที่ยูเครนในปี 2022 หนึ่งเดือนหลังถูกรัสเซียรุกรานเต็มรูปแบบ แผนที่ฉบับนี้ยังแสดงให้เห็นพื้นที่ที่ถูกระบายด้วยสีชมพูซึ่งสื่อถึงพื้นที่ที่ทหารรัสเซียเข้าควบคุมได้สำเร็จ

สงครามครั้งนี้มีทั้งการรุกหน้าและถอยหลังกลับสลับกันมาโดยตลอด ปัจจุบันรัสเซียควบคุมดินแดนน้อยลงจากเดิมราว 27% ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2022 เหลือประมาณ 20% ในขณะนี้

ทางทิศตะวันออก กองกำลังรัสเซียกำลังรุกคืบไปข้างหน้า แต่เป็นไปอย่างเชื่องช้าและต้องแลกมาด้วยความสูญเสียอย่างมาก

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน กล่าวว่าจำเป็นต้องมีการหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขทันที ขณะที่พันธมิตรยุโรปก็ยืนยันให้หยุดการสู้รบเช่นกัน ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่า นั่นคือสิ่งที่เขาพยายามทำให้เกิดขึ้น

แต่ในช่วงก่อนการประชุมสุดยอดที่รัฐอะแลสกากับปูติน ทรัมป์กลับเริ่มพูดถึง "การแลกเปลี่ยนดินแดน" แทน ซึ่งได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งรัฐบาลยูเครนรวมทั้งยุโรป

ยังไม่ชัดเจนว่าดินแดนที่ทรัมป์ระบุนั้นหมายถึงบริเวณใด หรือการแลกเปลี่ยนดังกล่าวจะมีลักษณะอย่างไร เนื่องจากดินแดนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องนั้นตามกฎหมายเป็นของยูเครน

ณ เดือน ส.ค. 2025 ดินแดนของยูเครนมีลักษณะดังนี้

Map showing the front line in Ukraine as of 12 August 2025. Areas under Russian military control are shaded pink, limited control areas have red stripes, and claimed Russian control areas are shaded yellow – it shows Russia has lost control of almost all the areas outside of the four regions to the east of the country and Crimea. Key cities marked include Kyiv, Kharkiv, Zaporizhzhia, and Kherson. Source: ISW
คำบรรยายภาพ, แผนที่แสดงให้เห็นยูเครนและพื้นที่โดยรอบ ณ วันที่ 12 ส.ค. 2025 โดยสีชมพูคือพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพรัสเซีย

แน่นอนว่า รัสเซียต้องการที่จะขยายการควบคุมเข้าไปยังพื้นที่ทั้งหมดของแคว้นโดเนตสก์ และ ลูฮันสก์

รายงานบางฉบับชี้ว่า ประธานาธิบดีปูตินกำลังเรียกร้องให้ยูเครนส่งมอบพื้นที่ที่เหลืออยู่ทั้งหมดของแคว้นปกครองตนเองทั้งสองแห่งนี้

ทว่านั่นจะหมายความว่า รัฐบาลยูเครนกำลังจะยอมแพ้บนดินแดนที่ทหารยูเครนนับหมื่น ๆ นาย สูญเสียชีวิตเพื่อปกป้องเอาไว้ เมืองอย่าง ครามาทอร์สก์ (Kramatorsk) และ สลอวียานสก์ (Slovyansk) รวมถึงแนวป้องกันที่มีการเสริมความมั่นคง เพื่อคุ้มครองดินแดนยูเครนทางตอนเหนือและตะวันตก

Map highlighting the Donbas area in yellow. The Donetsk towns of Slovyansk and Kramatorsk are labelled inside the area on the Ukrainian side of the front line, which is marked in red. Source: ISW, dated 12 August 2025.
คำบรรยายภาพ, แผนที่ไฮไลท์พื้นที่ดอนบาสเป็นสีเหลือง โดยมีเมืองสโลวียานสก์และครามาทอร์สก์ในแคว้นโดเนตสก์ถูกระบุชื่อไว้ภายในพื้นที่ฝั่งยูเครนของเส้นแนวรบ ซึ่งถูกทำเครื่องหมายเป็นเส้นสีแดง

สำหรับยูเครน ข้อตกลงเช่นนี้คงเป็น "ยาขม" ที่ต้องฝืนกลืน ส่วนรัสเซียซึ่งสูญเสียย่อยยับยิ่งกว่าจะมองว่า นี่เป็นชัยชนะ

ประธานาธิบดีเซเลนสกี กล่าวเมื่อวันอังคารว่า ยูเครน "ไม่สามารถ" ทิ้งภูมิภาคดอนบาสได้ เพราะรัสเซียจะใช้พื้นที่นี้เป็นฐานโจมตีส่วนอื่นของประเทศ

ในช่วงไม่กี่วันมานี้ กองกำลังรัสเซียดูเหมือนกำลังเร่งโจมตีและมีความคืบหน้าใกล้เมืองโดโบรปิลยา แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่า นี่เป็นการเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์สำคัญหรือแค่พยายามแสดงให้ทรัมป์เห็นว่ารัสเซียถือไพ่เหนือกว่า

แล้วซาโปริชเชียกับเคอร์ซอนซึ่งถูกยึดเมื่อปี 2022 จะเป็นอย่างไร

มีรายงานว่ารัสเซียเสนอจะหยุดการรุกรานและตรึงแนวรบเอาไว้

Map highlighting Zaporizhzhia and Kherson areas in yellow. The front line between Ukrainian and Russian forces is marked in red. Key locations labelled include Kyiv, Mariupol, Crimea, the Black Sea, and the Sea of Azov. Source: ISW, dated 12 August 2025.

แต่ว่ารัสเซียจะยอมคืนพื้นที่ที่ยึดมาจริงหรือ

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวอย่างกว้าง ๆ ถึง "ที่ดินติดทะเล" ซึ่งน่าจะหมายถึงพื้นที่ชายฝั่งบางส่วนตามทะเลอาซอฟหรือทะเลดำ

แต่พื้นที่เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของ "สะพานบก"(land bridge) ที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ เชื่อมรัสเซียเข้ากับไครเมียซึ่งถูกยึดครองอยู่ จึงยากที่จะเห็นปูตินยอมสละมัน เช่นเดียวกันกับดอแนตสก์และลูฮันสก์ ปูตินถือว่าพื้นที่เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย และได้ผนวกเข้าอย่างผิดกฎหมายเมื่อสามปีก่อน ผ่านการทำประชามติสี่ครั้งที่ถูกมองกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นการหลอกลวง

สำหรับยูเครนและยุโรป ข้อตกลงแลกเปลี่ยนดินแดนในช่วงต้นของการเจรจานี้เป็นสิ่งที่ "เป็นไปไม่ได้"

การพูดคุยเรื่องพรมแดนในอนาคตอาจเกิดขึ้นได้ในที่สุด แต่ก็ต้องหลังจากสงครามยุติลงและมีการรับประกันความมั่นคงของยูเครนแล้วเท่านั้น