"เราอยู่ในประเทศผู้ผลิตเนื้อวัวรายใหญ่ แต่กินได้แค่เนื้อไก่แค่นั้น"

Oriana and Samir with their daughter Chiara
คำบรรยายภาพ, โอเรียนาและซามีร์เปิดเผยว่า พวกเขาโหวตให้กับฮาเวียร์ มิเล ประธานาธิบดีคนใหม่ของอาร์เจนตินา
    • Author, เจมส์ เมเนนเดซ และ อัลบา มอร์เกด
    • Role, บีบีซีเวิลด์เซอร์วิส
    • Reporting from, รายงานจากกรุงบัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา

ครั้งหนึ่งอาร์เจนตินาเคยเป็นหนึ่งในประเทศร่ำรวยกว่าฝรั่งเศสและเยอรมนี จากความมั่งคั่งผ่านการส่งออกสินค้าอย่างเนื้อวัวไปยังอังกฤษ แต่นั่นก็เป็นเพียงภาพที่เกิดขึ้นเมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว

ด้วยวิกฤตเศรษฐกิจที่รุมเร้าที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ธนาคารโลกจัดอันดับความมั่งคั่งล่าสุดของอาร์เจนตินามาอยู่ราวลำดับที่ 70 ของโลก

ขณะเดียวกันกลับพบว่า มีชาวอาร์เจนตินาจำนวนเพิ่มมากขึ้นที่ไม่สามารถหาซื้อเนื้อวัวที่ถูกเลี้ยงในทุ่งหญ้าปัมปัสอันอุดมสมบูรณ์มารับประทานได้

เช่นเดียวกันกับ โอเรียนา และซามีร์ คู่รักวัย 20 ปีต้น ๆ ที่อาศัยในย่านทรุดโทรมในกรุงบัวโนสไอเรส เมืองหลวงของอาร์เจนตินา

“มันเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากเลย เมื่อคุณตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า ฉันจะทำอย่างไรถึงจะไม่ชักหน้าไม่ถึงหลัง ในเมื่อเราอยู่ในประเทศแห่งเนื้อวัว แต่เรารับประทานได้เพียงเนื้อไก่ เพียงเพราะมีราคาถูกกว่า” โอเรียนา กล่าว

ปีที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อในอาร์เจนตินาพุ่งขึ้นถึง 211% นับว่าสูงสุดในรอบสามทศวรรษ ขณะที่ในเดือน ธ.ค.เพียงเดือนเดียว ราคาสินค้าแพงขึ้นมากกว่า 25%

ครอบครัวของพวกเขาอาศัยอยู่ร่วมกันภายในแฟลตหรือห้องชุดเล็ก ๆ ร่วมกันน้องสาวชื่อ เคียรา และพ่อแม่ของซามีร์และน้องชายของเขา การจ่ายค่าเช่าในแต่ละเดือนเป็นเรื่องที่พวกเขากังวล ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร, ค่าเช่า, ค่าไฟฟ้า และค่าเดินทางที่แพงขึ้นตลอดเวลา

ซามีร์ ปัจจุบันทำงานอิสระด้วยการเป็นพนักงานรับจ้างขับรถขนส่งสินค้า แต่ด้วยวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นทำให้ความต้องการในการซื้อ และส่งสินค้าลดลงอย่างฮวบฮาบ รายได้ของเขาจึงไม่สามารถเติบโตตามราคาสินค้าที่แพงขึ้น

มิหนำซ้ำ เขายังรู้สึกกังวลต่อความไม่ปลอดภัยตามถนนที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากชาวเมืองดูสิ้นหวังกับชีวิตมากขึ้น "พวกเขาอาจจะฆ่าคุณได้เพียงเพราะอยากได้โทรศัพท์มือถือของคุณ" เขาเล่าให้ฟัง

ข้อมูลล่าสุดจากรัฐบาลอาร์เจนตินา พบว่า ประชากรอย่างน้อย 40% ของประเทศเป็นกลุ่มที่มีความเป็นอยู่อย่างยากจน แต่คนส่วนใหญ่สงสัยว่า สัดส่วนตัวเลขจริงของกลุ่มคนยากจนต้องสูงกว่านี้มาก

ทั้งโอเรียนาและซามีร์ต่างลงคะแนนเสียงสนับสนุนนายฮาเวียร์ มิเล ให้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของอาร์เจนตินาในการเลือกตั้งเมื่อปีที่ผ่านมา ด้วยรูปลักษณ์ด้วยทรงผมไม่เหมือนใครพร้อมกับแนวความคิดทางการเมืองแบบขวาจัดของเขา ทำให้เขาสามารถไล่กวดจนแซงคู่แข่งคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีได้คะแนนมากกว่า 55%

"เขาเข้าใจปัญหาของประชาชน ผมจึงคิดว่า จึงเป็นบุคคลที่ชาวอาร์เจนตินาต้องการ เพื่อมาจัดการกับปัญหาเงินเฟ้อ" ซามีร์ กล่าว

President Javier Milei

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีมิเลหวังว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของอาร์เจนตินา

ทว่า คนอื่น ๆ ก็ไม่มั่นใจว่าเป็นเช่นนั้น อย่าง โคลดิโอ ปาเอซ ซึ่งเคยเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากธุรกิจค้าปลีกอย่างร้านขนมหวานและร้านขายของชำ จำนวนทั้งหมด 12 สาขา แต่ตอนนี้เขาต้องปิดร้านเหลือเพียงแค่สองสาขาเท่านั้น เนื่องจากต้นทุนการดำเนินการและรายได้ที่ลดลงของกลุ่มลูกค้าอย่างฮวบฮาบ จึงส่งผลกระทบต่อรายได้ของธุรกิจของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่สำคัญ เขายังคาดการณ์ว่า สถานการณ์จะยังคงย่ำแย่ต่อไป และไม่เห็นแนวโน้มว่าจะกระเตื้องขึ้นมาเลย

"หากปัญหาเศรษฐกิจยังคงลากยาวต่อไปอีกสามเดือน ผมจะต้องเจอกับปัญหาจนไม่สามารถหารายได้พอกับรายจ่ายอย่างแน่นอน" เขาอธิบาย

นับวันจะมีชาวอาร์เจนตินาจำนวนมากขึ้นเรื่องที่ต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด ไม่ไกลจากร้านค้าแห่งหนึ่งของโคลาดิโอ มีรถตู้คันเล็กจอดอยู่ข้างถนนที่แปลงสภาพเป็นรถเปิดท้ายขายไข่ในราคาถูก ๆ โหลละ 1 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 35 บาท ซึ่งเป็นที่ดึงดูดให้คนมายืนต่อแถวเพื่อซื้อไข่ แต่เจ้าของรถตู้คนนั้นไม่ได้จอดอยู่นานนักเพราะกลัวว่า ตำรวจจะผ่านเข้ามาเห็น

ภาพบรรยากาศตามท้องถนนในกรุงบัวโนสไอเรสยังคงเต็มไปด้วยอาคารที่มีสถาปัตยกรรมอันสวยงามโอ่อ่าสะท้อนความรุ่งเรืองของประเทศจากศตวรรษที่ 19 เรียงกันเช่นเดิม แต่สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามา คือ ร้านอาหารข้างถนน, กลุ่มไรเดอร์ส่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน และรถแท็กซีเถื่อน

บทความวิเคราะห์โดยมหาวิทยาลัยแห่งชาติซัลตา ระบุว่า ตัวเลขการจ้างงานแฝงหรือจำนวนแรงงานอย่างไม่เป็นทางการมีจำนวนเกือบครึ่งของแรงงานทั้งหมดของประเทศ

จากข้อมูลดังกล่าวอนุมานได้ว่า ในอาร์เจนตินายังคงมีช่องโหว่ของการจัดเก็บรายได้จากภาษีจากกลุ่มแรงงานดังกล่าว นอกจากนี้แล้ว สถานการณ์ดูเหมือนจะย่ำแย่ลง เนื่องจากในรัฐบาลชุดก่อนได้ผ่านกฎหมายฉบับหนึ่งที่กำหนดให้ คนบางส่วนเท่านั้นที่ต้องจ่ายภาษี นั่นจึงเป็นข่าวร้ายสำหรับประเทศ ที่อาจจะประสบปัญหาถังแตก ขณะที่ต้องการสร้างรายได้เพิ่ม

ปัจจุบัน รัฐบาลอาร์เจนตินามีรายจ่ายประจำปีมากกว่ารายรับอยู่มาก และยังเป็นหนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ชนิดสูงลิ่ว ราว 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.55 ล้านล้านบาท ซึ่งทำให้อาร์เจนตินากลายเป็นลูกหนี้รายใหญ่ที่สุดเพียงรายเดียวของไอเอ็มเอฟ

Claudio Paez
คำบรรยายภาพ, โคลดิโอ ปาเอซ มองว่า เศรษฐกิจของประเทศจะย่ำแย่ลงไปอีก

ประธานาธิบดีมิเลบอกว่า เขามีคำตอบให้กับวิกฤตทางเศรษฐกิจ จากประสบการณ์การเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ทำให้เขาเป็นคนเชื่อมั่นต่อกลไกตลาดเสรีและการลดขนาดของรัฐบาล ในระหว่างการรณรงค์หาเสียง เขาพยายามเป็นที่สนใจด้วยการแกว่งเลื่อยบนอากาศ เพื่อส่งสัญญาณถึงคำมั่นของเขาว่าจะเน้นการตัดค่าใช้จ่ายของภาครัฐ หากได้เป็นผู้นำประเทศ

นอกจากนี้เขายังให้สัญญาว่าจะกำจัดธนาคารกลางและเงินสกุลท้องถิ่น หรือ "สกุลเงินเปโซ" ไปพร้อม ๆ กันแล้วหันมาใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐแทน อย่างไรก็ตาม แนวความคิดทั้งสองเรื่องตอนนี้ยังถูกเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากรัฐบาลยังขาดแคลนเงินสำรองสกุลดอลลาร์สหรัฐอยู่มาก

เมื่อยังดำเนินการดังกล่าวไม่ได้ แทนที่ประธานาธิบดีมิเลจะประกาศลดค่าเงินเปโซลงครึ่งหนึ่งเพื่อกระตุ้นขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เขากลับปรับลดจำนวนกระทรวงลงเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนเดิม โดยการนำเสนอร่างกฎหมายสารพัน (Omnibus bill) ก่อนสมัยเปิดประชุมสภาคองเกรส ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนของการจัดทำรายจ่ายสาธารณะ

"ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา พวกเรา (รัฐบาล) พากันพิมพ์เงินออกมาอย่างบ้าคลั่ง จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเราจึงเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อสูงเช่นนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเรามีประธานาธิบดีที่เข้าใจปัญหานี้" เซอร์จิโอ เบเรนส์ไตน์ นักวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์ กล่าว

"ทางแก้ไขเดียว คือ พยายามสร้างสมดุลในงบประมาณ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลได้สัญญาว่าจะทำให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ แต่ก็เป็นเรื่องที่ยากลำบาก" เขากล่าวเสริม

A man selling eggs from the boot of his car
คำบรรยายภาพ, เชื่อกันว่า แรงงานแฝงมีสัดส่วนราวครึ่งหนึ่งในตลาดแรงงานของอาร์เจนตินา

นั่นจึงกลายเป็นคำถามทางการเมืองสำหรับนายมิเลว่า เขาอาจจะได้รับมอบอำนาจจากประชาชนผู้โหวตให้กับมาบริหารประเทศ แต่หากพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ในสภาผู้แทนราษฎรพวกว่า เขาไม่ได้กุมเสียงส่วนใหญ่ในสภาคองเกรส จึงทำให้สิ่งที่เขาคาดคิดอาจจะไกลจากความเป็นจริง

ผลจากการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรเมื่อปี 2021 พรรคเสรีนิยมก้าวหน้า (Freedom Advances) เอาชนะด้วยจำนวนที่นั่งได้เพียง 15% ของที่นั่งทั้งหมดสภาฯ ขณะที่ฝ่ายค้านก็เข้มแข็งด้วยการสนับสนุนของกลุ่มสหภาพการค้า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเขายังเรียกร้องให้เกิดการผละงานเพื่อประท้วงทั่วประเทศ โดยมีผู้ร่วมเดินขบวนประท้วงตามท้องถนนส่งเสียงดังหลายหมื่นคน

นายฆวน ครูซ ดิแอซ จากบริษัทที่ปรึกษาจาก เซเฟดัส กรุ๊ป (Cefeidas Group) รู้สึกกังวลว่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงที่ถูกนำเสนอขึ้นมานี้ อาจจะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง

"ส่วนใหญ่ของคนที่โหวตให้กับนายฮาเวียร์ มิเล ต้องการความเปลี่ยนแปลง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า พวกเขาจะสนับสนุนแนวทางเสรีนิยมต่อเศรษฐกิจและการบริหารรัฐบาล" เขากล่าว

ในสัปดาห์หน้า สภาคองเกรสของอาร์เจนตินาจะลงมติว่าจะรับรองแผนที่ประธานาธิบดีคนใหม่เสนอมาหรือไม่ ซึ่งไม่มีความแน่นอนใด ๆ เลยว่าแผนดังกล่าวจะได้รับการรับรอง และไม่มีอะไรการันตีว่า มาตรการดังกล่าวจะสร้างความเปลี่ยนแปลงต่ออัตราเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่สำคัญต่อชาวอาร์เจนตินา

นายดิแอซเชื่อว่า ประธานาธิบดีมีระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนที่จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น และดูเหมือนว่า ช่วงเวลาแห่งการฮันนีมูนทางการเมืองของนายมิเลจะสั้นมากด้วย