ฮามาสพร้อมปล่อยตัวประกัน แต่เรียกร้องแก้เงื่อนไขตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซาของสหรัฐฯ

Palestinians inspect the damage at the site of an Israeli strike on a house in Jabalia, northern Gaza. Photo: 30 May 2025

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ชาวปาเลสไตน์กำลังตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ถูกอิสราเอลโจมตีในเมืองจาบาเลีย ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา เมื่อวันที่ 30 พ.ค.
    • Author, บาร์บาร่า เพลตต์ อัชเชอร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซี
    • Reporting from, รายงานจากกรุงเยรูซาเลม
    • Author, รุชดี อาบูอาลูฟ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำฉนวนกาซา
    • Reporting from, รายงานจากกรุงไคโร

ฮามาสตอบกลับข้อเสนอหยุดยิงตามที่สหรัฐฯ เสนอ โดยระบุว่าพร้อมจะปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลที่ยังมีชีวิตอยู่ 10 คน และคืนร่างตัวประกันที่เสียชีวิตอีก 18 ราย เพื่อแลกกับนักโทษชาวปาเลสไตน์จำนวนหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันได้เรียกร้องให้มีการแก้ไขข้อตกลงบางส่วน

นอกจากนี้ ฮามาสยังย้ำถึงข้อเรียกร้องการสงบศึกอย่างถาวร การถอนกองกำลังทั้งหมดของอิสราเอลออกจากฉนวนกาซา และการรับประกันความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจะหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันข้อเรียกร้องดังกล่าวยังไม่อยู่ในข้อตกลงเจรจาหยุดยิง

ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่าฮามาสไม่ได้ทั้งปฏิเสธและยอมรับอย่างสิ้นเชิงต่อข้อเสนอ ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าทางการอิสราเอลให้การยอมรับแล้ว

อย่างไรก็ตาม ฮามาสระบุว่าได้ตอบกลับข้อตกลงของสหรัฐฯ ที่เสนอโดย สตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษประจำตะวันออกกลางของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว

วิทคอฟฟ์ ระบุในแถลงการณ์ว่า "ผมได้รับคำตอบจากฮามาสต่อข้อเสนอของสหรัฐฯ แล้ว และคำตอบกลับนั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิงและยังทำให้เราเดินถอยหลังด้วย กลุ่มฮามาสควรยอมรับข้อเสนอตามกรอบที่เราหยิบยื่นให้ เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการเจรจาอย่างใกล้ชิดที่จะสามารถเริ่มได้ทันทีในสัปดาห์หน้า

"นั่นเป็นหนทางเดียวที่เราจะสามารถปิดดีลข้อตกลงหยุดยิง 60 วันได้เร็วที่สุดได้"

ขณะที่แถลงการณ์จากสำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่า "แม้อิสราเอลจะตอบตกลงกับข้อเสนอฉบับใหม่ของวิทคอฟ เกี่ยวกับการปล่อยตัวตัวประกันของเรา แต่กลุ่มฮามาสยังคงยืนกรานปฏิเสธ"

ฮามาส ซึ่งถูกประณามว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป กล่าวว่า พวกเขายืนกรานให้มีการ "หยุดยิงถาวร" และ "ถอนกองกำลังทั้งหมด" ของอิสราเอลออกจากฉนวนกาซา

นอกจากนี้ กลุ่มฮามาสยังเรียกร้องความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องแก่ชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่ในดินแดนดังกล่าว และบอกด้วยว่า ฮามาสจะปล่อยตัวประกันที่ยังมีชีวิตอยู่ 10 คน และคืนร่างของตัวประกันอีก 18 ราย เพื่อแลกกับการปล่อยตัวของนักโทษชาวปาเลสไตน์ในอิสราเอล "ตามจำนวนที่ตกลงกัน"

แต่ฮามาสก็ต้องพบว่า ตนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ซับซ้อนและยากลำบากที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักจากผู้คนจำนวน 2.2 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในสภาพที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ และจากผู้ไกล่เกลี่ยจำนวนหนึ่ง ฮามาสไม่สามารถยอมรับข้อเสนอของสหรัฐฯ ได้ โดยหลายคนมองว่าข้อเสนอล่าสุดนั้นไม่ใจกว้างหากเทียบกับข้อเสนออื่นก่อนหน้านี้ที่กลุ่มฮามาสปฏิเสธมาหลายครั้ง ซึ่งครั้งล่าสุดคือเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา

ในเวลานั้น คาลิล อัล-ไฮยา เจ้าหน้าที่อาวุโสและหัวหน้าผู้เจรจาของฮามาส ระบุชัดเจนว่า กลุ่มฮามาสจะไม่ยอมรับข้อตกลงบางส่วนที่จะไม่สามารถทำให้สงครามยุติลงได้อย่างสมบูรณ์และถาวร

อย่างไรก็ตาม ฮามาสพบว่าตนไม่สามารถปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดของสหรัฐฯ ได้โดยสิ้นเชิง เพราะตระหนักดีว่าอิสราเอลกำลังเตรียมยกระดับการรุกรานภาคพื้นดินในฉนวนกาซา

นอกจากนี้ ฮามาสยังขาดศักยภาพทางการทหาเพื่อป้องกันหรือแม้แต่ต่อต้านการโจมตีอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อติดอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญความจริง 2 ประการนี้ ฮามาสจึงตอบกลับข้อเสนอของสหรัฐฯ แต่ไม่ใช่ด้วยคำตอบรับ แต่เป็นการยื่นข้อเสนอใหม่

รายละเอียดทั้งหมดของแผนที่นำเสนอโดยสหรัฐฯ ยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะและยังไม่ได้รับการยืนยันใด ๆ ทว่ามีรายงานข่าวว่ามีประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้:

  • หยุดการสู้รบเป็นเวลา 60 วัน
  • ปล่อยตัวตัวประกันชาวอิสราเอล 28 คนทั้งที่ยังมีชีวิตและเสียชีวิตในสัปดาห์แรก และปล่อยตัวอีก 30 คนเมื่อเกิดการหยุดยิงถาวร
  • ปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ 1,236 คน และคืนร่างชาวปาเลสไตน์ 180 ร่าง
  • ส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปยังฉนวนกาซาผ่านองค์กรสหประชาชาติและหน่วยงานอื่น ๆ

เงื่อนไขดังกล่าวเป็นสิ่งที่อิสราเอลสามารถยอมรับได้ และเป็นเช่นนั้นเพราะทำเนียบขาวได้ขอความเห็นชอบจากอิสราเอลก่อนที่จะส่งข้อเสนอให้กลุ่มฮามาส

มีความเป็นไปได้น้อยที่นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู จะเต็มใจเจรจาเปลี่ยนแปลงเนื้อหาตามที่ฮามาสเรียกร้อง

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลตกอยู่ภายใต้แรงกดดันที่จะต้องนำตัวประกันกลับบ้าน และเขากล่าวว่า ยินดีจะยอมรับการหยุดยิงชั่วคราวเพื่อแลกกับการได้ตัวประกันคืน

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิสราเอลเน้นย้ำเสมอมาถึงสิทธิในการกลับไปสู่การสู้รบ ถึงแม้ข้อเรียกร้องหลักของกลุ่มฮามาสคือการรับประกันว่าการหยุดยิงชั่วคราวจะปูท่งไปสู่การยุติสงครามก็ตาม

เนทันยาฮู กล่าวด้วยว่า สงครามจะยุติลงเมื่อกลุ่มฮามาส "วางอาวุธ ไม่ได้อยู่ในรัฐบาล และผู้นำของกลุ่มถูกเนรเทศออกจากฉนวนกาซา"

รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล แคทซ์ กล่าวอย่างแข็งกร้าวเมื่อในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า "ตอนนี้ฆาตกรชาวฮามาสจะต้องถูกบังคับให้เลือกว่า จะยอมรับเงื่อนไขของ 'ข้อตกลงวิทคอฟฟ์' เพื่อปล่อยตัวประกัน หรือถูกสังหาร"

บาเซม นาอิม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฮามาส สวนกลับความเห็นล่าสุดของวิทคอฟฟ์ โดยบอกกับบีบีซีว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วกลุ่มฮามาสบรรลุข้อตกลงกับวิทคอฟฟ์ในข้อเสนอ "ซึ่งเขาเห็นว่าสามารถเจรจาได้" แต่การตอบกลับของอิสราเอล "ไม่เห็นด้วยกับข้อกำหนดทั้งหมดที่เราตกลงกันไว้"

"เหตุใดในทุก ๆ การตอบกลับ คำตอบของอิสราเอลจึงถือเป็นคำตอบที่สามารถนำมาเจรจาได้ ?" นาอิม ตั้งคำถาม

"การกระทำดังกล่าวละเมิดหลักความซื่อสัตย์สุจริตและความยุติธรรมของการไกล่เกลี่ย และถือเป็นการลำเอียงไปทางอีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง"

เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิต 60 ราย และบาดเจ็บอีก 284 ราย จากการโจมตีของอิสราเอลในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ข้อมูลดังกล่าวยังไม่รวมจำนวนผู้ป่วยจากโรงพยาบาลในเขตผู้ว่าการฉนวนกาซาตอนเหนือ เนื่องจากความยากลำบากในการเข้าถึงพื้นที่

อิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาเพื่อตอบโต้การโจมตีข้ามพรมแดนของกลุ่มฮามาสเมื่อ 7 ต.ค. 2023 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 ราย และอีก 251 รายถูกจับเป็นตัวประกัน

ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขของกลุ่มฮามาสระบุว่า มีผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาอย่างน้อย 54,381 รายนับตั้งแต่เปิดฉากสงคราม รวมถึง 4,117 รายนับจากอิสราเอลกลับมาเปิดฉากโจมตีอีกครั้งเมื่อ 18 มี.ค.