จับตาทิศทางคณะทำงานยกเครื่องชุดลูกเสือ-เนตรนารี แม้ ศธ.ไม่บังคับให้ใส่แล้ว

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ
ประเด็น "ชุดเครื่องแบบลูกเสือ-เนตรนารี" มักถูกสังคมหยิบยกมาถกเถียงวิจารณ์ว่า มีความเหมาะสมเข้ากับยุคสมัยหรือไม่ โดยเฉพาะในยุคที่ค่าครองชีพสูง
อย่างในช่วงเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา เคยมีประเด็นร้อนเกี่ยวกับเรื่องนี้เกิดขึ้น หลังจาก น.ส.รักชนก ศรีนอก ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นว่าที่สมาชิกผู้แทนราษฎร จากพรรคก้าวไกล ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงผู้อำนวยการโรงเรียนในเขต 28 กทม. ให้พิจารณายกเว้นการแต่งชุดลูกเสือ เนตรนารี และยุวกาชาด เนื่องจากไม่อยากให้เป็นภาระของพ่อแม่ผู้ปกครอง
ต่อมา น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น ออกมาเปิดเผยว่า กระทรวงมีนโยบายยกเลิกการบังคับนักเรียนสวมใสชุดเต็มยศ เพื่อลดภาระผู้ปกครองมาแล้วตั้งแต่ปี 2565
แต่สิ่งที่กระทรวงต้องการคือ ขอให้มีสัญลักษณ์เฉพาะที่สามารถบ่งบอกให้รู้ว่าเด็กได้เรียนวิชาดังกล่าว เช่น มีผ้าผูกคอผืนเดียวได้ เพราะเป้าหมายสำคัญของการเรียนวิชานี้อยู่ "ที่กิจกรรมจิตอาสา การบำเพ็ญประโยชน์ให้กับสังคม การเสียสละ มากกว่าการให้ความสำคัญกับชุดยูนิฟอร์ม"
อย่างไรก็ตาม เริ่มมีความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงชุดลูกเสือและเนตรนารีใหม่ และประเด็นดังกล่าวได้กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง โดยล่าสุดวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานลูกเสือแห่งชาติมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานรวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ การปรับปรุงพัฒนาเครื่องแบบและเครื่องหมายประกอบเครื่องแบบของลูกเสือให้ทันสมัย เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่ยังคงอุดมการณ์และหลักการทางการลูกเสือไว้
คณะทำงานชุดนี้มีใครบ้าง
คณะทำงานชุดนี้ มีนายสมมาต สังขพันธ์ ผู้ตรวจการลูกเสือประจำสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ เป็นประธานคณะทำงาน และผู้อำนวยการส่วนอำนวยการ เป็นเลขานุการ
สำหรับองค์ประกอบคณะทำงาน มีทั้งหมด 44 คน มาจากสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ศึกษาธิการภาค สำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน หน่วยงานด้านกิจการนักเรียน ด้านประชาสัมพันธ์ ผู้แทนสโมสร/สมาคมลูกเสือ ผู้ทรงคุณวุฒิสภาลูกเสือไทย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการลูกเสือ ลูกเสือ เนตรนารี เป็นต้น

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/ศธ.360
หน้าที่หลัก ๆ ของคณะทำงานชุดดังกล่าว คือ รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำข้อสรุปของความคิดเห็นเกี่ยวกับเครื่องแบบ เครื่องหมายประกอบของเครื่องแบบลูกเสือ ข้อมูลเกี่ยวกับราคา ค่าใช้จ่าย และงบประมาณที่เกี่ยวข้อง แล้วจัดทำรายงานข้อเสนอแนะเพื่อการแก้ไข ปรับปรุง กฎหมาย ข้อบังคับและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เสนอเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติต่อไป
นอกจากนี้ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ยังเตรียมปรับปรุงหลักสูตร-โปรแกรมฝึกอบรมลูกเสือ ให้น่าสนใจ ทันสมัย สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม "ที่ยังคงอุดมการณ์และหลักการทางการลูกเสือไว้"
ท่าที อนุทิน ต่อ กิจการลูกเสือเป็นอย่างไร
ในฐานะสภานายกสภาลูกเสือไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในพิธีพระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดีประจำปี 2562 เกี่ยวกับกิจการลูกเสือเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่า เป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนาเยาวชน ให้รู้จักรักษาระเบียบวินัย สร้างการรู้รักสามัคคีในหมู่คณะ มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ปลูกจิตสำนึกการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเกื้อกูลและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ
อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ผู้เคยให้ความเห็นเสนอให้มีการสอนวิชาประวัติศาสตร์ในโรงเรียนมากขึ้น ยอมรับว่า กิจการลูกเสือควรมีการปรับปรุงตามยุคสมัย
ชาวออนไลน์ส่วนใหญ่อยากให้เปลี่ยนชุดลูกเสือ-เนตรนารี
ความเคลื่อนไหวของเฟซบุ๊ก "เพจ ศธ.360 องศา" ที่ดำเนินการโดยกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้เผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ต่อการปรับเปลี่ยนชุดลูกเสือเนตรนารี พบว่า คนส่วนใหญ่หรือราว 85.22% ของผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นและร่วมกิจกรรม ต้องการให้เปลี่ยนชุดลูกเสือเนตรนารีเป็นชุดลำลอง เพื่อให้สะดวกต่อการเรียนกิจกรรมลูกเสือ ประหยัดเพราะใช้เสื้อผ้าที่มีอยู่แล้ว เหมาะสมกับสภาพอากาศของไทย และเหมาะสมกับสภาพสังคมของนักเรียนไทย
ขณะที่ผู้ร่วมกิจกรรม 10.06% บอกว่า ต้องการให้ใส่ชุดเครื่องแบบลูกเสือเดิม เพราะเครื่องแบบสวยงาม เหมาะสม สร้างเอกลักษณ์ ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความภาคภูมิใจในกิจกรรมลูกเสือ
ส่วนที่เหลืออีก 4.72% ต้องการให้ใส่ชุดเครื่องแบบลูกเสือเดิมในงานพิธีการ และใส่ชุดลำลองในการเรียนลูกเสือ เพื่อคงความเป็นระเบียบของลูกเสือ และปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม

ที่มาของภาพ, Getty Images
แม้การสำรวจความคิดเห็นในครั้งนี้จะไม่ระบุถึงวิธีการทำการสำรวจ แต่ผลที่ออกมาสามารถสะท้อนความเห็นของคนในสังคมได้บางส่วน โดยเฉพาะในหัวข้อสิ่งที่อยากให้คงไว้ ซึ่งผู้ทำการสำรวจรวบรวมมาดังนี้
- ชุดลูกเสือเป็นชุดพระราชทานให้คงไว้ และวิชาลูกเสือ เนตรนารี สอนให้เด็กนักเรียนเป็นผู้มีระเบียบวินัย
- ลูกเสือ เนตรนารี เป็นเครื่องมือที่ยังเหลืออยู่ ในการสอนให้เด็กรักชาติศาสน์กษัตริย์ และความมีระเบียบวินัย ต้องรักษาไว้ให้อยู่ต่อไป และควรส่งเสริมสนับสนุนทุกวิถีทาง เพื่อให้คงอยู่ต่อไป
- ไม่ต้องปรับชุด ควรปรับเป็นวิชาชุมนุมเลือกได้ตามความถนัด ใครอยากเรียนก็ใส่เครื่องแบบให้ครบ
- หากอยากให้คงเครื่องแบบไว้ ควรได้รับการจัดสรรจากรัฐบาล เพิ่มเงินอุดหนุนมาในค่าเครื่องแบบ ระบุว่าเป็นค่าเครื่องแบบลูกเสือ
นอกจากนี้ยังมีความเห็นที่ระบุว่า อยากให้ยกเลิกวิชาลูกเสือและเครื่องแบบทั้งหมด
ทิศทางการปรับเปลี่ยนชุดลูกเสือเนตรนารี หรือแม้แต่ยุวกาชาด ในอนาคตจะเป็นอย่างไร เมื่อความเห็นในสังคมยังมีความหลากหลาย ขณะเดียวกันปัจจัยทางเศรษฐกิจก็อาจจะมีส่วนกดดันผู้ปกครองที่อาจจะเห็นว่า การเรียนวิชาดังกล่าวมีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด
บทสรุปของคณะทำงานยกเครื่องชุดเครื่องแบบลูกเสือ-เนตรนารี ให้ทันสมัย รวมทั้งข้อบังคับและระเบียบที่เกี่ยวข้องจะเป็นคำตอบหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป








