"ไม่ต้องกลัวแล้วนะ ถึงบ้านแล้ว" 5 แรงงานไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกันในกาซา พบครอบครัวครั้งแรกในรอบ 15 เดือน

ตัวประกัน 5 คน กลับถึงไทย

ที่มาของภาพ, Reuters

    • Author, ปวีณา นิลบุตร
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

แรงงานไทย 5 คน ซึ่งถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกันเป็นเวลา 15 เดือน และได้รับการปล่อยตัวเมื่อ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา ในช่วงการหยุดยิงในฉนวนกาซา เดินทางกลับสู่ประเทศไทยแล้วที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (9 ก.พ.) ท่ามกลางการรอต้อนรับของสมาชิกครอบครัวที่รอคอยวันนี้มานานกว่า 500 วัน

แรงงานชาวไทยทั้ง 5 คน ถูกจับตัวไปหลังจากการโจมตีของกลุ่มฮามาสต่ออิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566

ด้านกระทรวงต่างประเทศ แถลงร่วมแสดงความยินดีและขอบคุณหน่วยงานและประเทศที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันเร่งตามหาให้ความช่วยเหลืออีกหนึ่งแรงงานไทยที่ไม่ทราบชะตากรรมให้กลับสู่ประเทศไทยโดยเร็ว

แรงงานชาวไทย 5 คน ที่ได้รับการปล่อยตัวโดยกลุ่มฮามาสและเดินทางถึงประเทศไทยในวันนี้ ได้แก่

  • นายวัชระ ศรีอ้วน อายุ 32 ปี ชาว จ.อุดรธานี
  • นายพงษ์ศักดิ์ แทนนา อายุ 35 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์
  • นายเสถียร สุวรรณคำ อายุ 34 ปี ชาว จ.หนองบัวลำภู
  • นายสุระศักดิ์ ลำเนา อายุ 30 ปี ชาว จ.อุดรธานี
  • นายบรรณวัชร แซ่ท้าว ชาว จ. น่าน

"ไม่ต้องกลัวแล้วนะ ถึงบ้านแล้ว" - ครอบครัวตัวประกันไทยรอคอยด้วยความตื่นเต้น

"แค่ได้ยินเสียงตอนวีดีโอคอลก็ดีใจร้องไห้ ลูกชายก็ร้องไห้ บอกว่าจะได้มาเจอแม่แล้วนะ" อนงค์ แซ่ท้าว แม่ของนายบรรณวัชร แซ่ท้าว หนึ่งในตัวประกันซึ่งมีภูมิลำเนาเป็นชาว จ.น่าน กล่าวกับบีบีซีไทย

เธอเดินทางมาพร้อมสามีและลูกสะใภ้ตั้งแต่เวลาค่ำของคืนวานนี้ (8 ก.พ.) จาก จ.น่าน เพื่อมารอต้อนรับการกลับมาของลูกชาย หลังจากได้รับการแจ้งจากสำนักงานแรงงานจังหวัดน่าน ว่าลูกชายของเธอจะเดินทางมาถึงประเทศไทยในวันนี้

อนงค์ รอคอยเวลานี้มานานกว่า 1 ปีเศษ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเธอกังวลเพราะไม่ทราบว่าลูกชายของเธอนั้นโดนจับตัวไปและจะถูกกระทำอย่างไร แต่ตอนนี้ที่ได้กลับมาพบกันและเห็นลูกชายที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงก็ทำให้เธอดีใจจนพูดไม่ออก

"ไม่รู้เขา (ฮามาส) จะเอาตัว (ลูกชาย) ไปทำดีทำชั่วอย่างไร กลัวลูกจะไม่ได้กลับมาเจอพ่อแม่ แต่สุดท้ายได้กลับมาก็ดีใจ" อนงค์ บอกกับบีบีซีไทย

นางวิชญาดา แซ่ย่าง ภรรยาของ นายบรรณวัชร แซ่ท้าว บอกกับบีบีซีไทยว่า เธอต้องทนทุกข์ทรมานมาเป็นระยะเวลานาน เพราะต้องดูแลลูกอีก 3 คน โดยเธอคอยให้กำลังใจตัวเองว่าสามีจะได้กลับมา "เราเป็นทั้งพ่อเป็นทั้งแม่ให้ลูก ๆ ก็ให้กำลังใจตัวเอง" เธอกล่าว โดยสิ่งแรกที่เธอจะบอกกับสามีตอนพบหน้ากันคือ "ไม่ต้องกลัวแล้วนะ ถึงบ้านแล้ว ถึงประเทศไทยแล้ว กลับบ้านเรา"

อนงค์ แซ่ท้าว แม่ของหนึ่งในตัวประกันและ วิชญาดา แซ่ย่าง ภรรยาของแรงงานไทย เฝ้าดูการกลับมาของ นายบรรณวัชร แซ่ท้าว ผู้เป็นลูกและสามี

ที่มาของภาพ, Paweena Ninbut/ BBC Thai

คำบรรยายภาพ, อนงค์ แซ่ท้าว แม่ของหนึ่งในตัวประกันและ วิชญาดา แซ่ย่าง ภรรยาของแรงงานไทย เฝ้าดูการกลับมาของ นายบรรณวัชร แซ่ท้าว ผู้เป็นลูกและสามี

ทันทีที่เห็นหน้าลูกชาย วิลาศ แทนนา และลูกชายอีกคนที่เดินทางมาจาก จ.บุรีรัมย์ เข้าสวมกอด พงษ์ศักดิ์ แทนนา พ่อลูกสามคนต่างหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจ

ภูวนาท แทนนา น้องชายของพงษ์ศักดิ์ เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า เขาไม่ได้เจอพี่ชายมานานกว่า 1 ปีกับอีก 3 เดือนเศษ ก่อนหน้านี้ตอนที่เขารู้ว่าพี่ชายคือหนึ่งในตัวประกัน ภูวนาทมีความกังวลอยู่ตลอดเวลาและต้องคอยให้กำลังใจพ่อว่าพี่ชายจะได้กลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย แต่ช่วงเวลา 15 เดือนที่ผ่านมา ไม่มีใครรู้เลยว่าความเป็นอยู่ของพงษ์ศักดิ์ ตอนที่ถูกจับเป็นตัวประกันนั้นเป็นอย่างไร

"เราก็ไม่รู้ว่าตอนที่โดนจับไป ชะตากรรมเป็นยังไง เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเหมือนกัน"

แม้ 15 เดือน จะเป็นระยะเวลาที่นาน แต่ครอบครัวแทนนาก็ไม่เคยสูญเสียความหวังว่าจะได้พบกับ พงษ์ศักดิ์อีกครั้ง พวกเขาหวังว่าตราบใดที่ยังไม่มีชื่อของพงษ์ศักดิ์ในรายชื่อผู้เสียชีวิต ความหวังว่าจะได้พบกันอีกครั้งก็ไม่หมดไป

"ตอนนั้นเรายังมีความหวังอยู่ ตราบใดที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ศพและดีเอ็นเอได้" ภูวนาทกล่าว

และในวันนี้ที่เขาได้พบกับพี่ชายตัวเอง เขารู้สึก "เหมือนมันปลดล็อกบางอย่าง" และอธิบายว่า มันหมายถึงความกังวลและความรู้สึกกลัวที่อยู่ในใจของเขาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ถูกขจัดออกไปแล้ว เขาบอกกับบีบีซีไทย

ด้านพงษ์ศักดิ์ ได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานต่าง ๆ และเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนช่วยเหลือเขาและชาวไทยด้วยกันออกมา

"พวกเราทุกคนก็รู้สึกซาบซึ้งแล้วก็ดีใจเป็นอย่างมากครับที่ได้กลับมาแผ่นดินเกิดอีกครั้งหนึ่ง"

ครอบครัวของ พงษ์ศักดิ์ แทนนา หนึ่งในแรงงานไทยที่ถูกจับในอิสราเอล พบเจอกับ คุณพ่อวิลาศแทนนา และภูวนาท แทนนา น้องชาย

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ครอบครัวของ พงษ์ศักดิ์ แทนนา หนึ่งในแรงงานไทยที่ถูกจับในอิสราเอล พบเจอกับ คุณพ่อวิลาศแทนนา และภูวนาท แทนนา น้องชาย
ครอบครัวของ พงษ์ศักดิ์ แทนนา หนึ่งในแรงงานไทยที่ถูกจับในอิสราเอล พบเจอกับ คุณพ่อวิลาศ แทนนา และภูวนาท แทนนา น้องชาย

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, พงษ์ศักดิ์ และบิดา

ตัวประกันไทยสุขภาพกายแข็งแรง เร่งฟื้นฟูสุขภาพจิต - ติดตามอีก 1 ตัวประกันไทย และเร่งนำร่างชาวไทยที่เสียชีวิตกลับประเทศ

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่าความสำเร็จในการนำแรงงานไทยกลับมาถือเป็นผลลัพธ์ของความพยายามอย่างต่อเนื่องของหลายหน่วยงาน เพื่อนำแรงงานกลับสู่อ้อมกอดของครอบครัว

"เราไม่เคยยอมแพ้ เราไม่เคยคิดว่าจะหมดหวัง ก็ปรากฏซึ่งผลในวันนี้ น้ำตาของความปลื้มปิติของครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับกำลังใจของข้าราชการอย่างผม" เขากล่าว

รมว.ต่างประเทศ ยังกล่าวขอบคุณหน่วยงานจากทุกประเทศที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเจรจาปล่อยตัวแรงงานไทย และนำคนไทยกลับมาถึงประเทศต้นทางอย่างปลอดภัย และกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้สุขภาพร่างกายของตัวประกันไทยทั้ง 5 คน จะดูแข็งแรงสมบูรณ์ แต่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งช่วยในการพัฒนาทางด้านจิตใจ เนื่องจากถูกจับตัวไปเป็นระยะเวลานาน

"น้อง ๆ บอกนอนไม่ค่อยหลับเพราะรู้สึกเงียบเกินไป ผมถึงคิดว่าในเรื่องร่างกายน่าจะไม่มีปัญหา แต่อยากเห็นเขามีพัฒนาการในเรื่องของสุขภาพจิตตามไปด้วย" เขากล่าว

ตัวประกันชาวไทยเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2568 พร้อมกับนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ที่มาของภาพ, Paweena Ninbut/ BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ตัวประกันชาวไทยเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2568 พร้อมกับนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ด้านนายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวยืนยันว่าจะคอยติดตามถึงสิทธิประโยชน์ที่แรงงานไทยกลุ่มนี้ต้องได้รับ จากทั้งฝั่งไทยและประเทศอิสราเอล

"กระทรวงแรงงานจะดูแลอย่างเต็มที่ สิทธิประโยชน์ใด ๆ ที่พี่น้องแรงงานจะได้รับทั้ง 5 คน เราจะดูแลและคอยติดตาม" เขาให้คำมั่น

เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้วีดีโอคอลคุยกับแรงงานไทยทั้ง 5 คนในอิสราเอลและได้มอบหมายให้ทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ติดตามสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของแรงงานไทย

สำหรับสิทธิประโยชน์ของแรงงานชาวไทย ประกอบด้วยเงินช่วยเหลือจำนวน 1,000 เชคเกล หรือประมาณ 10,000 บาท ต่อเดือนจนกว่าอายุ 67 ปี นอกจากนี้ยังมีความช่วยเหลือจำนวน 15,000 เชคเกลต่อปี หรือประมาณ 150,000 บาท โดยจะจ่ายหนึ่งครั้งต่อปีตั้งแต่อายุ 67-80 ปี และเงินสงเคราะห์กรณีเดินทางกลับประเทศจากภัยสงครามจำนวน 15,000 บาท รวมถึงเงินบำเหน็จบำนาญชราภาพจากสิทธิประโยชน์ประกันสังคม

แรงงานไทย

ที่มาของภาพ, Reuters

ระหว่างการแถลงข่าวการกลับมาของแรงงานไทยในอิสราเอลทั้ง 5 คน นายมาริษ ยังได้ให้คำมั่นว่าการดำเนินการช่วยเหลือ "บุคคลที่ 6" คือแรงงานไทยอีกคน ยังคงดำเนินต่อไปด้วยความหวังและทางกระทรวงการต่างประเทศรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ

"เรายังคงมีความหวังและก็จะทำต่อไปจนประสบความสำเร็จ" เขากล่าว พร้อมบอกว่า รัฐบาลยืนยันว่าจะนำร่างของแรงงานชาวไทย 2 คนที่เสียชีวิตกลับไทยมาอย่างเร็วที่สุดเพื่อมอบให้กลับครอบครัวเพื่อที่ "อย่างน้อยที่สุดให้ทุกคนได้กลับคืนสู่มาตุภูมิของเรา" เขากล่าวเสริม

จากเหตุโจมตีอิสราเอลโดยกลุ่มฮามาส เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 ข้อมูลจากทางการอิสราเอลระบุว่า กลุ่มฮามาสได้ลักพาตัวคนไปอย่างน้อย 240 คน ทั้งชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติ

ระหว่างการโจมตี กลุ่มฮามาสได้สังหารคนไทย 41 คน และลักพาตัวแรงงานไทยอีกกว่า 30 คน ซึ่งในปีเดียวกันนั้นเอง แรงงานไทยกลุ่มแรกที่ถูกจับเป็นตัวประกันได้รับการปล่อยตัวและเดินทางกลับมาประเทศไทยแล้ว

ก่อนหน้านี้มีตัวประกันไทยได้รับการปล่อยตัวแล้ว 23 คน เสียชีวิต 2 คน และเหลืออีก 1 คน คือ นายณัฐพงษ์ ปินตา ที่ยังไม่รู้ชะตากรรม