ใครคือผู้ต้องสงสัย 3 คนที่ทางการฮ่องกงจับกุม ที่เชื่อมโยงกับเหตุเพลิงไหม้อาคารสูง รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 60 ปี
- Author, ทิฟฟานี เวิร์ธไฮเมอร์
เพลิงไหม้รุนแรงที่เผาผลาญอาคารสูงหลายหลังในฮ่องกง คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 44 คน ทำให้นับเป็นเพลิงไหม้ครั้งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 60 ปี โดยมีการรายงานจำนวนผู้สูญหายกว่า 270 คน และผู้พักอาศัยอีกหลายพันคนต้องย้ายไปอยู่ที่ศูนย์อพยพ
จากภาพถ่ายต่าง ๆ จะเห็นได้ว่ามีอาคารหลายหลังที่ถูกเพลิงลุกไหม้ ส่งกลุ่มควันหนาทึบขึ้นสู่อากาศ ปกคลุมท้องฟ้าฮ่องกง
แม้กระทั่งหลังตะวันตกดิน เปลวไฟยังลุกไหม้ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมงนับตั้งแต่ครั้งแรกที่มีการรายงานเหตุไฟไหม้ดังกล่าว โดยมีนักดับเพลิงกว่า 760 คนถูกระดมไปยังที่เกิดเหตุเพื่อควบคุมสถานการณ์
สื่อท้องถิ่น รายงานว่า มีการจับกุมชายสามคนในฐานะผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่าคนโดยไม่เจตนา ที่เชื่อมโยงกับเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว และมีเริ่มมีการสอบสวนถึงสาเหตุของโศกนาฏกรรมดังกล่าวขึ้นแล้ว
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนได้แสดงความเสียใจกับเหยื่อ รวมถึง "นักดับเพลิงที่เสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่" ตามการรายงานจากสื่อของรัฐ
ล่าสุดทางการฮ่องกงเปิดเผยในช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า สามารถควบคุมเหตุเพลิงไหม้อาคารที่พักสี่แห่งในย่านไท่โปได้แล้วในตอนนี้ แต่ยังคงพบเห็นควันพวยพุ่งออกมาจากอาคารอย่างต่อเนื่อง สามารถรับรู้กลิ่นไหม้ได้ทั่วบริเวณใกล้เคียง
จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้อย่างชัดเจน แต่นี่คือสิ่งที่เรารู้ในตอนนี้
ไฟไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นที่ไหนและเพลิงเริ่มลุกไหม้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ?
เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นที่หวังฟกคอร์ต (Wang Fuk Court) ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารที่พักอาศัยขนาดใหญ่ในเขตไท่โปของฮ่องกง เมื่อเวลา 14.51 น. ของวันพุธตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเร็วกว่าเวลาในไทยหนึ่งชั่วโมง
หวังฟกคอร์ตประกอบไปด้วยอาคารสูง 8 หลัง แต่ละหลังมีความสูง 31 ชั้น โดยอาคาร 7 จาก 8 หลังได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ มุย ซิว-ฟุง สภาชิกสภาเขตไทโป บอกกับบีบีซี แผนกภาษาจีน
และจากข้อมูลการสำรวจสำมะโนประชากรของรัฐบาลในปี 2021 พบว่ากลุ่มอาคารแห่งนี้จำนวน 1,984 ห้อง ถูกใช้เป็นที่พักอาศัยของประชาชนราว 4,600 คน
กลุ่มอาคารดังกล่าวถูกก่อสร้างขึ้นมาในปี 1983 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงอาคาร ด้านนอกของอาคารจึงถูกล้อมไว้ด้วยนั่งร้านไม้ไผ่และตาข่ายที่ใช้สำหรับการก่อสร้าง ซึ่งภาพวิดีโอแสดงให้เห็นว่าเปลวไฟ้ได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วผ่านไม้ไผ่เหล่านั้น
ผู้พักอาศัยในอาคารบางคนบอกกับสื่อท้องถิ่นว่า ไม่มีเสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงของฮ่องกงเปิดเผยเมื่อช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีว่า การสอบสวนเบื้องต้นพบว่า การลุกลามอย่างรวดเร็วของเปลวไฟเป็นเรื่องที่ผิดปกติ โดยหนึ่งในปัจจัยที่ถูกพูดถึงคือการใช้โพลีสไตรีน ซึ่งเป็นวัสดุที่ติดไฟได้ง่าย รอบ ๆ หน้าต่าง
ไท่โปเป็นย่านที่อยู่อาศัยทางตอนเหนือของฮ่องกง ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองเซินเจิ้นของจีนแผ่นดินใหญ่

ระดับความรุนแรงของเพลิงไหม้เป็นอย่างไร ?
แผนกดับเพลิงของฮ่องกงได้จัดประเภทของเพลิงไหม้ครั้งนี้อยู่ในระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับที่มีความรุนแรงสูงสุด
ภายใน 40 นาทีแรกนับจากที่เริ่มมีการรายงานเหตุ ความรุนแรงครั้งนั้นถูกประกาศอยู่ในระดับ 4 แต่ต่อมาเมื่อเวลา 18.22 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) หลังจากเพลิงลุกไหม้ไปแล้วราวสามชั่วโมงครึ่ง ก็มีการยกระดับการแจ้งเตือนเป็นระดับที่มีความรุนแรงสูงสุด
ทั้งนี้ เหตุร้ายครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปีที่มีเหตุเพลิงไหม้ระดับ 5 ในฮ่องกง
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีได้ยินเสียงระเบิดเกิดขึ้นหลายครั้งภายในอาคารดังกล่าว ขณะที่ท่อดับเพลิงก็ไม่สามารถเข้าถึงชั้นสูง ๆ ได้โดยง่าย
เดเรก อาร์มสตรอง ชาน รอง ผอ.แผนกดับเพลิงของฮ่องกง เปิดเผยกับสื่อว่า ระดับความร้อนที่รุนแรงทำให้นักดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปภายในอาคารเพื่อช่วยเหลือผู้ติดค้างได้
"เศษซากและนั่งร้านของอาคารกำลังพังถล่มลงมา ทำให้ยิ่งอันตรายต่อบุคลากรในแนวหน้าของเรา" เขาระบุ
เขากล่าวเสริมว่า ยังเป็นการยากที่จะประเมินว่า เปลวไฟจะสามารถดับสนิทได้เมื่อไหร่
ในการควบคุมสถานการณ์ในครั้งนี้ต้องใช้นักดับเพลิง 767 คน, รถดับเพลิง 128 คัน, รถพยาบาล 57 คัน และตำรวจประมาณ 400 นาย
เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับเหยื่อ ?
ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเช้ามืดของวันพฤหัสบดี จาก 13 คน เป็น 36 คน
ช่วงหลังเที่ยงคืนที่ผ่านมา จอห์น ลี นายกองค์การบริหารเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ยืนยันว่ามีจำนวนผู้สูญหาย 279 คน
และในช่วงก่อนเวลา 6.00 น. ของวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น เจ้าหน้าทางการรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 44 คน และยังมี 45 คนที่อยู่ในอาการวิกฤตที่โรงพยาบาล
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยผู้พักอาศัยตามหาครอบครัวของพวกเขาผ่านการใช้เครื่องขยายเสียง
ในบรรดาผู้เสียชีวิตยังมี โฮ ว่าย-โฮ นักดับเพลิงวัย 37 ปี ซึ่งทำงานให้กับสถานีดับเพลิงซาถิ่นมา 9 ปีแล้ว
แผนกดับเพลิงเปิดเผยว่าพวกเขาไม่สามารถติดต่อว่าย-โฮ ได้ตั้งแต่เวลา 15.30 น. และหลังจากนั้นราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งจึงมีคนพบเขาในสภาพหมดสติ เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่จากนั้นไม่นานก็เสียชีวิต
"ผมเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียนักดับเพลิงที่ทุ่มเทและกล้าหาญคนนี้" แอนดี้ หยาง ผอ.หน่วยดับเพลิง ระบุ
แผนกดับเพลิงของฮ่องกงยังเปิดเผยด้วยว่า มีนักดับเพลิงอีกอย่างน้อย 1 คนที่ยังอยู่ในโรงพยาบาล
ตั้งสายด่วนฉุกเฉินและศูนย์พักพิงชั่วคราว
ทางการฮ่องกงระบุว่า ได้ตั้งศูนย์พักพิงฉุกเฉินหลายแห่งขึ้นมาเพื่อให้ที่พักอาศัยแก่ผู้ประสบภัยที่ต้องอพยพ โดยสำนักข่าวเซาธ์ ไชนา มอร์นิง โพสต์ รายงานว่าศูนย์พักพิงที่ศูนย์กีฬา ถนนตงเชิง (Tung Cheong Street Sports Centre) เต็มแล้ว และผู้อพยพถูกพาไปยังศูนย์พักพิงแห่งอื่น ๆ
ขณะที่ศูนย์พักพิงอีกแห่งที่ศาลาประชาคมควองฟก (Kwong Fuk Community Hall) ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนจากกลุ่มอาคารที่ถูกเพลิงไหม้ ก็ไม่ปลอดภัย ทำให้ผู้อพยพต้องย้ายไปอยู่ศูนย์พักพิงแห่งอื่นที่อยู่ไกลออกไป
เจมิไน เฉิง ผู้สื่อข่าวบีบีซี แผนกภาษาจีน รายงานว่า พบเห็นผู้สูงอายุ ซึ่งบางคนต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดินหรือรถเข็นวีลแชร์ เข้ามายังศูนย์พักพิงบางแห่ง จากนั้นจะมีรถพาพวกเขาไปยังศาลาประชาคมหลายหลังที่จะยังคงเปิดข้ามคืนเพื่อรองรับผู้อพยพจากเหตุเพลิงไหม้
มีประชาชนกว่า 900 คน ต้องถูกอพยพไปยังสถานที่พักพิงชั่วคราว จากการรายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี โดยอ้างอิงคำพูดของนายลี
โรงเรียน 6 แห่งในย่านไท่โปยังคงปิดการเรียนการสอนในวันพฤหัสบดี ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ของสำนักการศึกษาฮ่องกง
นายเติ้ง ปิง-เฉียง รมว.ความมั่นคง กล่าวในแถลงการณ์ว่า ศูนย์ติดตามและสนับสนุนสถานการณ์ฉุกเฉินกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการจัดการผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุเพลิงไหม้
ขณะที่ตำรวจฮ่องกงตั้งสายด่วนสำหรับให้ประชาชนสามารถสอบถามเกี่ยวกับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตได้ที่เบอร์โทรศัพท์ +852 1878 999
เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับการจับกุม ?
ตำรวจจับกุมชายสามคนที่มีอายุระหว่าง 52 และ 68 ปี ในฐานะผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่าคนโดยไม่เจตนา ซึ่งเชื่อมโยงกับการเกิดเหตุไฟไหม้ดังกล่าว
สองในสามคนนี้มีตำแหน่งระดับผู้อำนวยการของบริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่ง ขณะที่ชายอีกคนเป็นที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม
เจ้าหน้าที่พบตาข่ายและวัสดุป้องกันด้านนอกของอาคารที่ดูเหมือนจะไม่ทนไฟ นอกจากนี้ยังพบ "สไตโรโฟม" (Styrofoam) ปิดทับหน้าต่างของอาคาร
โฆษกตำรวจของฮ่องกงระบุว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนกำลังตรวจสอบการกระทำที่ถูกกล่าวหา หรือความล้มเหลวในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของบริษัทนี้
"เรามีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าผู้รับผิดชอบในบริษัทดังกล่าวได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ทำให้เกิดเหตุครั้งนี้ขึ้นและทำให้เพลิงไฟลุกลามอย่างควบคุมไม่ได้ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก"
อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการรายงานต้นเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้
ประเด็นเกี่ยวกับนั่งร้านไม้ไผ่

ที่มาของภาพ, Reuters
กลุ่มอาคารหวังฟกคอร์ต ถูกล้อมรอบด้วยนั่งร้านไม้ไผ่และตาข่ายสีเขียวที่ใช้สำหรับการก่อสร้างตลอดแนวขึ้นไปจนถึงดาดฟ้า เนื่องจากกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงอาคาร
นั่งร้านลักษณะนี้ถูกใช้ในฮ่องกงมานานหลายศตวรรษแล้ว เนื่องจากต้นไผ่เติบโตได้รวดเร็ว มีน้ำหนักเบา และแข็งแรงมาก หลายคนมองว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์ของเมือง แต่ฮ่องกงเป็นหนึ่งในเมืองที่หลงเหลืออยู่ในโลกที่ยังใช้มันในการก่อสร้างสมัยใหม่
ในปี 1962 เหตุเพลิงไหม้หลายอาคารในย่านซัมซุยโป (Sham Shui Po) คร่าชีวิตคนไปทั้งสิ้น 44 คน และทำให้ผู้คนอีกหลายร้อยคนหลายเป็นคนไร้บ้าน พลุน้ำหนักรวมราว ๆ 50 ปอนด์ (22.7 กก.) ซึ่งถูกเก็บไว้ในบริเวณนั้นทำให้เปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็วไปยังชั้นบน ๆ จากการรายงานของสำนักข่าวเซาธ์ ไชนา มอร์นิง โพสต์
ส่วนเหตุเพลิงไหม้ที่ร้ายแรงที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในฮ่องกง คือช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองในปี 1948 จากการระเบิดที่โกดัง 5 ชั้นซึ่งบรรจุ "สินค้าอันตราย" ตามการรายงานของเดอะโพสต์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 176 คน
สื่อท้องถิ่นรายงานเมื่อเดือน มี.ค. ว่าสำนักการพัฒนาของรัฐบาลฮ่องกงได้พยายามที่จะยกเลิกการใช้ไม้ไผ่ด้วยเหตุด้านความปลอดภัย โดยการผลักดันให้มีการใช้โลหะแทนไม้ไผ่เกิดขึ้นหลังจากมีการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับนั่งร้านลักษณะนี้จำนวนมากในฮ่องกง
นั่งร้านไม้ไผ่มี "จุดอ่อนในตัวมัน เช่น ความแปรปรวนของคุณสมบัติเชิงกล การเสื่อมสภาพเมื่อเวลาผ่านไป และคุณสมบัติติดไฟได้ง่าย และจุดอ่อนอื่น ๆ ก่อให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัย" จากการรายการคำพูดของเทอเรนซ์ แลม โฆษกของสำนักการพัฒนาของรัฐบาลฮ่องกง
สาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ยังไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทางการระบุว่า มันดูเหมือนจะลุกลามได้อย่างรวดเร็วและลามไปยังอาคารข้างเคียง ผ่านนั่งร้านไม้ไผ่
รายงานเพิ่มเติมโดย แจ็ค เหลา แผนกบีบีซี โกลบอล ไชน่า ยูนิต และเจมิไน เฉิง บีบีซีแผนกภาษาจีน ประจำฮ่องกง













