ฟุตบอลโลก : กกท. ยื่นข้อเสนอไอพีทีวีจ่าย 22 ล้าน แลกยิงสด 4 แมตช์สุดท้าย

ที่มาของภาพ, Getty Images
ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศแล้ว และเหลือนัดสำคัญอีก 3 แมตช์ แต่ปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกของประเทศไทย ยังไม่สิ้นสุด ล่าสุด มีการเผยแพร่เอกสารว่าทางการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เรียกเก็บเงินสนับสนุนการถ่ายทอดสดทางช่องทางไอพีทีวี (IPTV) จำนวน 22 ล้านบาท สำหรับการแข่งขัน 4 คู่สุดท้ายในรอบรองฯ และรอบชิงชนะเลิศ
ปัญหาจอดำส่วนใหญ่พบกับผู้ชมที่ใช้กล่องรับสัญญาณในระบบ IPTV และระบบ OTT เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตโดยเจ้าของสิทธิในลิขสิทธิ์ หรือ กลุ่มทรู ก่อนที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเรียกคืนเงินสนับสนุน 600 ล้านบาทคืนจาก กกท.
ล่าสุด เมื่อ 13 ธ.ค. ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่า กกท. เปิดเผยว่า ผู้ใช้กล่องไอพีทีวี หรือระบบโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก สามารถรับชมการถ่ายทอสดการแข่งขันฟุตบอลโลก อีก 4 นัดที่เหลือได้ โดยได้มีการหารือกับกลุ่มทรู เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางกลุ่มทรูไม่ขัดข้อง
ในวันเดียวกัน เว็บไซต์มติชนออนไลน์ ได้เผยแพร่เอกสารการขอรับเงินสนับสนุนการถ่ายทอดสดต่อช่อง IPTV จาก กกท. มีรายละเอียดแจ้งถึง บริษัท ซุปเปอร์ บรอดแบนด์ เน็ทเวอร์ค จำกัด (SBN) ผู้ให้บริการเอไอเอส เพลย์บ็อกซ์ โดยรอบรองชนะเลิศ 2 แมตช์ ราคา 4 ล้านบาทต่อแมตช์ รองรองชนะเลิศชิงที่สาม 1 แมตช์ ราคา 6 ล้านบาท และรอบชิงชนะเลิศราคา 8 ล้านบาท
บริษัท ซุปเปอร์ บรอดแบนด์ เน็ทเวอร์ค ระบุเมื่อ 13 ธ.ค. ด้วยว่า ยังไม่ได้รับแจ้งการยกเลิกคำสั่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ ที่สั่งห้ามมิให้บริษัทถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลโลก บริษัทจึงยังไม่สามารถถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลโลกได้ในขณะนี้
นี่เป็นประเด็นล่าสุดของการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกในไทย ขณะที่กรณีที่มติ กสทช. ในการเรียกคืนเงินสนับสนุนนั้น ยังไม่มีข้อยุติ
การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย จากกาตาร์ เริ่มต้นมาแล้วตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. โดยนัดชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในวันที่ 18 ธ.ค.
เงื่อนไขของสำนักงาน กสทช. ที่ให้เงินสนับสนุน 600 ล้านบาท ระบุว่า ต้องเป็นไปตามกฎ Must Have และ Must Carry ที่ต้องสามารถรับชมได้ในทุกช่องทาง แต่การแข่งขันตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. ผู้ชมจากกล่องรับสัญญาณ PTV และระบบ OTT ไม่สามารถรับชมได้
เมื่อ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ ออกคำสั่งห้ามไม่ให้ บริษัท ซุปเปอร์ บรอดแบนด์ เน็ทเวอร์ค จำกัด ผู้ให้บริการเอไอเอส เพลย์บ็อกซ์ ถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลโลกผ่านโครงข่าย IPTV เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์
กรรมการ กสทช. ชี้ กกท. เจตนา ละเมิดเอ็มโอยูถ่ายสดฟุตบอลโลก
ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อ 12 ธ.ค. ระบุว่า ในการขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุน กทปส. 600 ล้านบาท กกท. มีหน้าที่ต้องบริหารจัดการให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ทุกประเภทของ กสทช. ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกได้ และ กกท.ก็รับทราบก่อนการลงนามเอ็มโอยู ว่ามีเงื่อนไขสำคัญเกี่ยวกับกฎ must have / must carry ดังนั้น การทำสัญญาหรือข้อตกลงที่ตามมา จะหักล้างความชอบธรรมของเอ็มโอยูไม่ได้
"การไปทำข้อตกลงหรือสัญญาใด ๆ ตามมาที่ขัดแย้งกับ MOU ที่ได้ทำมาก่อนหน้า แม้จะอ้างข้อจำกัดใด ๆ หรือความเห็นใด ๆ ที่ไม่ได้ปรากฎเป็นลายลักษณ์อักษร ย่อมไม่มีประเด็นให้หักล้างความไม่ชอบธรรมทางกฎหมายได้"
ศ.ดร.พิรงรอง ระบุว่า ในความเห็นส่วนตัว มองว่า ความเสียหายจากการไม่ปฏิบัติตามเอ็มโอยูได้เกิดขึ้นแล้ว การยกประโยชน์ให้กับฝ่ายที่ละเมิดเอ็มโอยูกับ กสทช. ไม่สามารถลบล้างเจตนาที่จะละเมิดเอ็มโอยูกับ กสทช. ได้
"การจะยกประโยชน์ให้ฝ่ายที่ละเมิด MOU กับ กสทช. ด้วยการไปยกเลิก MOU อีกอันที่ให้ exclusive right (สิทธิพิเศษ) กับผู้ประกอบการรายใหญ่ในการถ่ายทอดบอลโลกผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ และยังไม่รวมสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่เป็นผลพวงตามมา ย่อมไม่เป็นการเยียวยาความเสียหายใด ๆ และไม่สามารถลบล้างเจตนาที่จะละเมิด MOU กับ กสทช.ซึ่งสำเร็จเสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่วันที่ไปลงนามใน MOU กับผู้ประกอบการรายใหญ่..."

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
จาก “คนไทยต้องได้ดูฟุตบอลโลก” ของประวิตร ถึงปัญหาจอดำ
2 พ.ย. - พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำให้คนไทยได้ดูฟุตบอลโลก อยู่ระหว่างเจรจา ใช้งบประมาณจาก กสทช.
9 พ.ย. - กสทช. โดยกรรมการเสียงข้างมาก อนุมัติเงินกองทุน กทปส. 600 ล้านบาท ให้ กกท. ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย ให้คนไทยได้ดู ผ่านฟรีทีวีทุกแพลตฟอร์ม
17 พ.ย. - กกท. บรรลุข้อตกลงซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 กับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) จำนวน 64 แมตช์ เรียบร้อยแล้วในมูลค่าประมาณ 1,400 ล้านบาท
21 พ.ย. - สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ยื่นหนังสือต่อ กสทช. เพื่อให้ตรวจสอบและวินิจฉัยการจัดสรรการถ่ายทอดสด หลังจากกลุ่มทรู จ่าย 300 ล้าน ได้สิทธิ์ยิงสด 32 แมตช์ จาก 64 แมตช์ และสิทธิ์เลือกแมตช์ก่อนทีวีดิจิทัลอีก 13 ช่อง
21 พ.ย. - ทรูแจ้งลูกค้ากล่องไอพีทีวี มือถือ โอทีทีอื่น ดูสดฟุตบอลโลกไม่ได้ โดยระบุว่า เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่ กกท. ได้ตกลงมอบสิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ ให้แก่กลุ่มทรู ซึ่งรวมถึงการให้สิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
26 พ.ย. - ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ ออกคำสั่งห้ามไม่ให้ บริษัท ซุปเปอร์ บรอดแบนด์ เน็ทเวอร์ค จำกัด ผู้ให้บริการเอไอเอส เพลย์บ็อกซ์ ถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลโลกผ่านโครงข่าย IPTV เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์
8 ธ.ค. - กสทช. มีมติเอกฉันท์ ทวงเงิน 600 ล้านบาท คืนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หลังพิจารณาแล้วว่า ผิดเงื่อนไขถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 โดยปล่อยให้กล่องไอพีทีวีจอดำ
13 ธ.ค. - ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่า กกท. เปิดเผยว่า ผู้ใช้กล่องไอพีทีวี หรือระบบโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก สามารถรับชมการถ่ายทอสดการแข่งขันฟุตบอลโลก อีก 4 นัดที่เหลือได้ โดยได้มีการหารือกับกลุ่มทรู เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางกลุ่มทรูไม่ขัดข้อง











