โควิด-19 : สธ. ชี้โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.4 / BA.5 รุนแรงกว่าเดิม สัดส่วนติดเชื้อใน กทม. 70-80%

ที่มาของภาพ, Getty Images
สถานการณ์ของโรคโควิด-19 ในช่วงระยะหลังการระบาดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เปิดเผยฉากทัศน์ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นต้นไป และคาดว่าจะสูงสุดช่วงเดือน ก.ย. โดยล่าสุด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เปิดเผยว่าสายพันธุ์ที่มีการเฝ้าระวังขณะนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 ซึ่งน่าจะมีความรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์ย่อยโอมิครอนก่อนหน้านี้
นพ. ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงถึงการเฝ้าระวังสายพันธุ์ของโรคโควิด-19 ในไทยขณะนี้ว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการตรวจสายพันธุ์ 570 ราย โดยพบว่า ผู้ป่วยซึ่งมีการเก็บตัวอย่างนั้น ส่วนใหญ่พบว่าเป็นสายพันธุ์โอมิครอน สายพันธุ์ย่อย BA.2 จำนวน 283 ราย และ BA.4 และ BA.5 280 ราย ซึ่งสรุปได้ว่า ขณะนี้สายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 จะเริ่มแซง BA.1 และ BA.2
จากข้อมูลการเฝ้าระวังสายพันธุ์พบว่า สายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยพบในเขตกรุงเทพมหานครในสัดส่วนที่สูงกว่าในส่วนภูมิภาค
"เราเห็นชัดว่า สายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในบ้านเรา เพียงแต่ว่ามันชุกชุมในเขต กทม. ด้วยสัดส่วน 70-80% ขณะที่ภูมิภาคอยู่ที่ประมาณ 30-40%"
สำหรับความรุนแรงของโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย นพ.ศุภกิจกล่าวว่า จากการตรวจกลุ่มตัวอย่างในกรุงเทพมหานครพบว่า
- กลุ่มที่อาการไม่รุนแรงพบสายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 ราว 72% ซึ่งถือว่าสูงมากกว่า BA.2 ที่พบเพียง 28.05%
- กลุ่มของผู้ที่มีอาการรุนแรงจำนวน 13 ราย พบว่าเป็นสายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 เกือบ 77% ขณะที่ BA.2 พบเพียงราว 23%
ดังนั้น นพ.ศุภกิจระบุว่า จึงพอจะกล่าวได้ว่า สายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 น่าจะรุนแรงกว่า BA.2

ที่มาของภาพ, .
"จากข้อมูลใน กทม. และต่างจังหวัด สำหรับประเทศไทยในเบื้องต้น เป็นที่น่าสังเกตว่า BA.4 BA.5 น่าจะมีความรุนแรงกว่า BA.2" นพ.ศุภกิจ กล่าว
"กรณีความรุนแรงของ BA.4 และ BA.5 ข้อมูลผู้ป่วยรุนแรง ใน กทม. 13 ราย และต่างจังหวัดกว่า 40 กว่าราย เราพบ BA.4 และ BA.5 ในผู้ป่วยรุนแรงมากกว่าผู้ป่วยโควิดทั่ว ๆ ไป ซึ่งอาจจะบอกได้ว่ามันน่าจะมีความรุนแรงมากกว่า"
อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่า จำนวนตัวอย่างที่ส่งตรวจยังไม่มากพอ จึงต้องเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจเพิ่มเติมต่อไป เนื่องจากปัจจุบัน การตรวจจะใช้เอทีเคเป็นส่วนใหญ่ แต่การตรวจหาสายพันธุ์นั้นต้องใช้ตัวอย่างเชื้อที่ตรวจด้วยวิธี RT-PCR ซึ่งทางกรมฯ ยังต้องการตัวอย่างเชื้อของผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มที่มีอาการรุนแรงเพิ่มเติม
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุด้วยว่า สัดส่วนการพบสายพันธุ์นี้ สอดคล้องกับทิศทางของข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ที่ BA.5 เพิ่มขึ้น 52% ส่วน BA.4 เพิ่มขึ้น 12%

ที่มาของภาพ, Getty Images
แพร่เร็วแค่ไหน หลบภูมิได้หรือเปล่า และความรุนแรงเป็นอย่างไร นพ.ศุกกิจ อ้างอิงข้อมูลจากองค์การอนามัยที่ระบุว่า ความเร็วในการแพร่นั้นเร็วกว่า และมีผลต่อภูมิคุ้มกันที่สู้กับ BA.4 และ BA.5 เช่นเดียวกับข้อมูลจากสหราชอาณาจักรที่พบว่าการแพร่ของสายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 นั้นเร็วกว่าเดิม และเชื่อว่าหลบภูมิได้เช่นกัน
นอกจากนี้ ข้อมูลเอกสารวิจัยที่รอตีพิมพ์ของประเทศญี่ปุ่น ยังพบว่า BA.4 และ BA.5 ดื้อต่อภูมิคุ้มกัน นั่นหมายความว่า ผู้ที่เคยติดเชื้อสายพันธุ์ BA.1 และ BA.2 ก็สามารถติดเชื้อซ้ำได้ อีกทั้ง BA.4 และ BA.5 ยังมีประสิทธิภาพในการแพร่กระจายในเซลล์ปอดของมนุษย์มากกว่า BA.2
"ผลการทดลองในหนูทดลอง พบว่า BA.4 และ BA.5 ทำให้หนูทดลองป่วยหนักกว่า BA.2"
สบส. จ่อพิจารณาขยายให้ รพ. เอกชน เปิดฮอสปิเทล
นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า ตามที่ได้มีการอนุญาตให้เปิดสถานพยาบาลชั่วคราว ตามพ.ร.บ.สถานพยาบาลที่ออกประกาศไว้ ครอบคลุมระบบการรักษาที่บ้าน (HI) ระบบการรักษาในชุมชน (CI) ฮอสปิเทล และ Hotel Isolation แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป จึงมีแนวทางให้คนไข้ที่ไม่มีอาการ หรืออาการน้อยให้รักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ดังนั้น ตอนนี้จึงมีการพิจารณายกเลิกประกาศให้จัดตั้งสถานพยาบาลชั่วคราวเหล่านั้น ซึ่งการยกเลิกจะเป็นในส่วนของการเบิกจ่ายเงินของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานประกันสังคม
"อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรักษาหรือแยกกันตัวเองที่บ้าน หรือรักษาแบบผู้ป่วยนอกได้ ประกอบกับสถานพยาบาลเอกชนบางแห่งแจ้งว่าขณะนี้คนไข้มากขึ้น ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเตียงคนไข้ปกติในโรงพยาบาล ที่ผ่านมาจึงมีการหารือกันว่า จะอนุญาตให้มีการดำเนินการเรื่อง HI และฮอสปิเทลต่อหรือไม่ จนกว่าใบอนุญาตจะหมดลงใน 2 ช่วง คือ เดือน ก.ค.นี้ และอีกเดือนคือ ก.ย.นี้ ดังนั้น จึงจะมีการประชุมหารือเรื่องนี้ว่า จะขยายระยะเวลาต่อหรือไม่" นพ.ธเรศ กล่าว
จับตาโอมิครอน สายพันธุ์ย่อย BA.2.75
วันที่ 25 ก.ค. 2565 นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ จ.ตรัง ซึ่งมีการตรวจรหัสพันธุกรรมของสายพันธุ์ในภายหลังพบว่าเป็น โอมิครอน สายพันธุ์ย่อย BA.2.75 หลังจากเก็บตัวอย่างส่งตรวจเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ที่ผ่านมา และยืนยันสายพันธุ์ด้วยการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม ถือเป็นสายพันธุ์นี้รายแรกในไทย
นพ. ศุภกิจกล่าวว่า จากฐานข้อมูลขององค์การอนามัยโลกขณะนี้ พบว่า โอมิครอน สายพันธุ์ย่อย BA.2.75 มีการกลายพันธุ์เพิ่มขึ้น 9 ตำแหน่งจาก สายพันธุ์ย่อย BA.2 ในจำนวนนี้ 2 ตำแหน่ง อาจทำให้เกิดการหลบภูมิคุ้มกัน ทำให้ติดเชื้อง่ายขึ้น และการกลายพันธุ์บางจุดทำให้ไวรัสจับกับเซลล์ปอดและรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้นเพิ่มโอกาสในการแพร่กระจายเชื้อ นอกจากนี้ยังพบว่าภูมิคุ้มกันที่จะทำลายเชื้อใน BA.1 เมื่อไปเจอ BA.2.75 พบว่าภูมิคุ้มกันลดลง

สำหรับในประเทศไทย จากการตรวจพบในผู้ติดเชื้อเพศชาย ที่ จ.ตรัง ผู้ติดเชื้อทำประกันชีวิตไว้ จึงต้องตรวจ RT-PCR และตัวอย่างเชื้อถูกสุ่มตรวจสายพันธุ์ตามระบบเฝ้าระวังปกติ ผลการตรวจไม่พบตำแหน่งกลายพันธุ์ที่สอดคล้องกับสายพันธุ์ที่กำลังระบาดในไทย จึงส่งแล็บที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม พบเป็นโอมิครอน สายพันธุ์ย่อย BA.2.75 จึงส่งข้อมูลเพื่อเผยแพร่บนฐานข้อมูลสากล GSIAD เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา
จากข้อมูลของผู้ป่วย มีประวัติเดินทางกลับจากการเข้าร่วมประชุมที่มีชาวต่างชาติเข้าร่วมที่ จ.ภูเก็ต ก่อนมาเข้ารับการรักษาที่ รพ.ใน จ.ตรัง ผู้ป่วยรายนี้ นพ. ศุภกิจ กล่าวว่า ไม่มีอาการอะไรมาก ไม่มีปัญหาเรื่องที่จะทำให้เกิดความรุนแรง
"(สายพันธุ์นี้) คงมีมากกว่า 1 ราย แต่การตรวจเบื้องต้น เรายังไม่สามารถระบุตรง ๆ ว่าเป็น BA.2.75 แต่วันนี้ ถ้าใครตรวจแล้ว ไม่ตรงกับสายพันธุ์ย่อยเดิม จะถูกนำมาถอดรหัสพันธุกรรมอย่างรวดเร็ว" อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุ
นพ. ศุภกิจกล่าวด้วยว่า ไม่เกินสัปดาห์เศษ ๆ ห้องปฏิบัติการในต่างจังหวัดจะสามารถตรวจหาสายพันธุ์ BA.2.75 ได้โดยไม่ต้องรอการถอดรหัสพันธุกรรม
"เรายังไม่รู้ว่าความรุนแรง หรืออัตราการแพร่เชื้อของสายพันธุ์นี้จะเป็นอย่างไร แต่แน่นอนว่าต้องมีการติดตาม ถ้าเห็นความผิดปกติ เบื้องต้นก็จะส่งมาให้ทาง กทม. ถอดรหัสพันธุกรรม... และถ้ามันมาแล้วเริ่มเบียด BA.4 และ BA.5 แสดงว่ามันแพร่เร็วกว่า"










