สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ : มติรัฐสภา 392:160 คว่ำสูตรหาร 100 หนุนสูตรหาร 500 ตามจุดยืน พล.อ. ประยุทธ์

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
ที่ประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ในวาระ 2-3 ภายหลังคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายลูกทั้งสองฉบับ พิจารณาเสร็จแล้ว เป็นวันที่ 2 ก่อนมีมติพลิกโหวตสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ หลังนายกรัฐมนตรีส่งสัญญาณสนับสนุนสูตรหารด้วย 500
ที่ประชุมรัฐสภาเมื่อ 6 ก.ค. มีมติไม่เห็นด้วยกับมาตรา 23 ที่ปรากฏตามร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ฉบับ กมธ.เสียงข้างมาก โดยให้ใช้สูตรหารด้วย 100 ด้วยคะแนนเสียง 392 ต่อ 160 งดออกเสียง 23 ไม่ลงคะแนน 2 และมีมติเห็นชอบกับสูตรหารด้วย 500 ตามข้อเสนอของ นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ และ กมธ.เสียงข้างน้อย ด้วยคะแนนเสียง 354 ต่อ 162 งดออกเสียง 37 ไม่ลงคะแนน 4
ในการลงมติผ่านวาระ 2 ซึ่งเป็นการพิจารณารายมาตรา ต้องอาศัยเสียงข้างมากของรัฐสภาที่มีสมาชิกทั้งหมด 726 เสียง (ส.ส. 477 เสียง และ ส.ว. 249 เสียง) และวาระ 3 ซึ่งเป็นการลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายทั้งฉบับ ต้องใช้เสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือ 363 เสียงขึ้นไป
ประเด็นสำคัญในร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ที่ก่อให้เกิดข้อถกเถียงในหมู่นักเลือกตั้งอาชีพ สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) แบบหารด้วย 100 ตามมติ กมธ.เสียงข้างมาก หรือพลิกกลับไปใช้สูตรหารด้วย 500 ตามที่พรรคการเมืองขนาดเล็กต้องการ และยังได้รับแรงสนับสนุนจาก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ด้วย โดยมีรายงานว่าเขาส่งสัญญาณต่อหน้าแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 5 ก.ค. ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่รัฐสภากำลังพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยเลือกตั้ง ส.ส. เป็นวันแรก
สำหรับตัวเลข 100 ที่ถูกนำมาเป็นตัวหารก็คือ จำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด ขณะที่ตัวเลข 500 คือจำนวน ส.ส. ทั้งหมดของไทย ทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ
ภายหลังเสร็จสิ้นการลงมติในวาระ 3 รัฐสภาจะส่งร่างกฎหมายลูกให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาเนื้อหาว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือมีปัญหาต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. หรือไม่ หากไม่มีประเด็นต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ก็จะนำร่างส่งให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป
เปิดวิธีคิดยอด ส.ส.บัญชีรายชื่อตามสูตรหาร 100
ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีเนื้อหารวม 32 มาตรา ทว่าจุดที่เป็นข้อถกเถียงคือ มาตรา 23 ซึ่งออกมาเพื่อแก้ไขเนื้อหาของมาตรา 128 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2561 เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมปี 2564
การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเกิดขึ้นภายใต้กติกาใหม่ ที่ปรับสัดส่วน ส.ส. ทั้ง 2 ระบบใหม่ โดยมี ส.ส.แบบแบ่งเขต 400 คน และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน พร้อมกำหนดให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ให้ประชาชนแยกการตัดสินใจลงคะแนนเลือก ส.ส. แต่ละระบบ จากเดิมในการเลือกตั้งปี 2562 ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เลือกทั้ง ส.ส.เขต 350 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน แล้วนำคะแนนมหาชน (ป็อบปูลาร์โหวต) ที่แต่ละพรรคได้รับ ไปคำนวณหาจำนวน ส.ส.พึงมี และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่แต่ละพรรคพึงได้

ที่มาของภาพ, Getty Images
ภายใต้ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ผ่านความเห็นชอบของ กมธ. มีสูตรคำนวณหายอด ส.ส.บัญชีรายชื่อ สรุปได้ ดังนี้
- ให้รวมผลคะแนนทั้งหมดที่ทุกพรรคได้รับจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ แล้วนำไปหารด้วย 100
- ผลลัพธ์ที่ได้คือ คะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน
- นำคะแนนรวม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่แต่ละพรรคได้รับ หารด้วยคะแนนเฉลี่ยข้างบน
- ผลลัพธ์ที่ได้คือ จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่พรรคพึงได้รับเบื้องต้น
- ในกรณีที่ คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อครบทุกพรรคแล้ว ยังมีจำนวนไม่ครบ 100 คน ให้พรรคที่มีผลลัพธ์เป็นเศษโดยไม่มีจำนวนเต็ม และพรรคที่มีเศษหลังจากการคำนวณจำนวนมากที่สุด ได้รับจํานวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพิ่มขึ้นอีก 1 คน แล้วเรียงตามลําดับ จนกว่าจะมีจํานวน ส.ส.บัญชีรายชื่อครบร้อย
- ในการคำนวณนี้ ถ้ามีเศษเท่ากันและทำให้จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อเกิน 100 คน ให้ตัวแทนพรรคที่มีเศษเท่ากันจับสลาก เพื่อให้ได้ ส.ส. ครบจำนวน
สูตรใหม่ ใครได้-ใครเสีย
ย้อนกลับไปในการเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค. 2562 มีพรรคการเมือง 81 พรรคลงสู่สนามเลือกตั้ง แต่มีอยู่ 74 พรรคที่ส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ
บีบีซีไทยนำฐานคะแนนของทุกพรรคที่ได้จากการเลือกตั้งหนนั้น มาทดลองคำนวณหายอด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ที่แต่ละพรรคจะได้รับภายใต้สูตรหาร 100 พบข้อมูล ดังนี้
- ผลรวมคะแนนเลือกตั้งของ 74 พรรคที่ส่งผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อยู่ที่ 35,561,556 คะแนน
- หากนำไปหารด้วย 100 ได้ผลลัพธ์ 355,615 เป็นคะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน (หากใช้สูตรหารด้วย 500 คะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คนจะเหลือเพียง 71,123 คะแนน ซึ่งเป็นฐานคะแนนเฉลี่ย ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน ที่ใช้ในการเลือกตั้งปี 2562)
- เมื่อนำคะแนนรวม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่แต่ละพรรคได้รับ ไปหารด้วยคะแนนเฉลี่ย ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ภายใต้สูตรหารด้วย 100 จะพบว่า มีเพียง 11 พรรค ที่มีโอกาสได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเบื้องต้นรวม 90 คน ส่วนอีก 10 คน ต้องนำเศษมาคำนวณหายอด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มเติมต่อไป
ผลจากการใช้สูตรหารด้วย 100 ทำให้พรรคเพื่อไทยมีโอกาสได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อถึง 22 คน จากปัจจุบันไม่มี ส.ส. ประเภทนี้แม้แต่รายเดียว เนื่องจากชนะการเลือกตั้งในระบบเขตเกินกว่าจำนวน ส.ส.พึงมีได้ ที่คำนวณออกมาภายใต้สูตรเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม
ขณะที่ 16 พรรคที่เคยมี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ มีฐานคะแนนไม่ถึงเกณฑ์มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน ในจำนวนนี้มี 5 พรรคที่เคยผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ เมื่อนำคะแนนป็อบปูลาร์โหวตมาหารด้วย 500 ประกอบด้วย พรรคชาติพัฒนา, พรรคพลังท้องถิ่นไทย, พรรครักษ์ผืนป่าแห่งประเทศไทย, พรรคพลังปวงชนไทย, พรรคพลังชาติไทย
ส่วนที่เหลืออีก 11 พรรค เป็นพรรคที่ทำคะแนนเสียงเลือกตั้งได้ตั้งแต่ 69,431-33,787 คะแนน แต่เข้าสภาได้ด้วยการปัดเศษทศนิยม ประกอบด้วย พรรคประชาภิวัฒน์, พรรคไทยศรีวิไลย์, พรรคเพื่อชาติไทย (ชื่อเดิมคือ พรรคพลังไทยรักไทย), พรรคครูไทยเพื่อประชาชน, พรรคประชานิยม (ยุบพรรคแล้ว), พรรคประชาธรรมไทย, พรรคประชาชนปฏิรูป (ยุบพรรคแล้ว), พรรคพลเมืองไทย, พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคพลังธรรมใหม่ และพรรคไทรักธรรม
จึงไม่แปลกหากบรรดาหัวหน้าพรรคเล็ก-พรรคจิ๋วจะต้องการล้มสูตรหาร 100 ที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำให้พวกเขาต้อง "สูญพันธุ์ทางการเมือง"

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กมธ. จากสัดส่วนพรรคเสรีรวมไทย และอดีตกรรมการการเลือกตั้ง ก็ทดลองคำนวณยอด ส.ส. ทั้งสูตรหารด้วย 100 และ 500 โดยใช้ฐานคะแนนเลือกตั้งปี 2554 มาคำนวณ เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งที่ใช้บัตร 2 ใบเหมือนกัน ขณะที่การเลือกตั้งปี 2562 เป็นบัตรใบเดียว และพรรคเพื่อไทยก็ส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเพียง 238 เขต จากทั้งหมด 350 เขต
เขาแจกแจงเอาไว้ว่า ในการเลือกตั้งปี 2554 พรรคเพื่อไทยได้คะแนน 15.7 ล้านเสียง คิดเป็น 48.41% มีตัวเลข ส.ส. ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อรวม 265 คน จาก 500 คน คิดเป็น 53% ของจำนวน ส.ส. ทั้งสภา หากคิดในระบบหาร 500 และจัดสรรปันส่วนผสม จากคะแนนที่ได้รับในบัตรใบที่สอง (บัตรเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ) คือ 48.41% จำนวน ส.ส.พึงมีของพรรคเพื่อไทยจะเป็น 240 คน จาก 500 คน หรือหายไป 25 เสียง
"สูตรหาร 500 ได้ 240 เสียง สูตรหาร 100 ได้ 265 เสียง เกินครึ่งสภาแล้วไม่ให้ลุงปอดได้อย่างไร" นายสมชัยโพสต์เฟซบุ๊ก
เจ้าของสูตร 500 บอก เท่าเทียม-เป็นธรรมกับพรรคเล็ก
นักการเมืองที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการชงสูตรหารด้วย 500 อย่าง นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย ที่ขอสงวนความเห็นเอาไว้ อภิปรายกลางรัฐสภาว่า เป้าหมายของสูตรหาร 500 ไม่ใช่เพื่อสกัดแลนด์สไลด์ แต่ต้องการขับเคลื่อนประเทศตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ให้มี ส.ส.พึงมี เป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง และคะแนนเสียงไม่ตกน้ำ แต่ถึงกระนั้น เขายอมรับว่า "ผลพลอยได้จากสูตรหาร 500 คือพรรคเล็กไม่สูญพันธุ์ และสกัดแลนด์สไลด์พรรคใหญ่"

ที่มาของภาพ, ทีวีรัฐสภา
นพ. ระวียังทดลองแสดงสูตรคำนวณหายอด ส.ส.พึงมี และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยใช้ 500 หาร โดยใช้ฐานคะแนนเสียงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 37 ล้านคนเป็นฐานหลัก (ในการเลือกตั้งปี 2562 มีคะแนนมหาชนราว 35 ล้านเสียง โดยแต่ละปีจะมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งหน้าใหม่เพิ่มขึ้น 5 แสนคน หากเลือกตั้งปี 2566 ก็เท่ากับมีนิวโหวตเตอร์ 2 ล้านคน) สรุปขั้นตอนได้ ดังนี้
- คำนวณหาคะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส.พึงมี 1 คน โดยนำผลรวมคะแนนของทุกพรรคทั่วประเทศ หาร 500 >> ตัวอย่าง 37,000,000 หารด้วย 500 ได้ 74,000 คะแนน
- คำนวณหาจำนวน ส.ส.พึงมี ของพรรค ก. โดยนำผลคะแนนพรรคของพรรค ก. จากทุกเขต หารคะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส.พึงมี 1 คน >> ตัวอย่าง 1,000,000 หารด้วย 74,000 ได้ 13.5 ส.ส.
- คำนวณหาจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ก. โดยนำจำนวน ส.ส.พึงมีของพรรค ก. ลบด้วย จำนวน ส.ส.เขต >> ตัวอย่าง 13.5 ลบด้วย 7 ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 6.5 คน
หัวหน้าพรรคจิ๋วยังตั้งคำถามด้วยว่า ที่ผ่านมา ส.ส.เขต ชนะเลือกตั้งด้วยคะแนน 20,000+ ก็ได้เป็น ส.ส.แล้ว ถ้าใช้สูตรหารด้วย 100 คะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องใช้ถึง 370,000 คะแนน จะถือว่าเป็นธรรมหรือไม่ แต่ถ้าใช้สูตรหารด้วย 500 ได้คะแนน 75,000 คะแนน ก็เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พอจะ "เท่าเทียมและเป็นธรรม" กับพรรคขนาดเล็ก
ปัญหาเทคนิคทางกฎหมายที่รออยู่
ในขณะที่แกนนำพรรคเพื่อไทยให้เหตุผลว่า สูตรหารด้วย 100 ตรงตามเจตนารมณ์ของมาตรา 91 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2564 ที่กำหนดให้การคำนวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งตามบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคที่จะได้รับ เป็น "สัดส่วนที่สัมพันธ์กันโดยตรง" กับจำนวนคะแนนรวม บรรดา กมธ. จากพรรคอื่น ๆ ทั้งนายสมชัย ศรีสุทธิยากร จากพรรคเสรีรวมไทย (สร.) และนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี และ กมธ. จากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ต่างแสดงความกังวลตรงกันเกี่ยวกับ "เทคนิคทางกฎหมาย" เนื่องจากมาตรา 93 และมาตรา 94 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งระบุถึง "ส.ส.พึงมี" ยังคงอยู่ ไม่ถูกแก้ไขแต่อย่างใด
จากเดิมที่ ปชป. เคยร่วมชงสูตรหารด้วย 100 นายอัครเดชจึงโน้มน้าวให้เพื่อนร่วมพรรคพลิกไปสนับสนุนวิธีหารด้วย 500 โดยอ้างว่าเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 2560
"การแก้ไขกฎหมาย แล้วจะมาล้มล้างเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง รวมทั้งการใช้วิธีหารด้วย 500 ถือว่าสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนที่จะได้กำหนดให้แต่ละพรรคมี ส.ส. เท่าไหร่ในสภา จะสะท้อนความเป็นประชาธิปไตยมากกว่าระบบคู่ขนานที่นำมาคำนวณแยกกัน" ส.ส.ปชป. ระบุ
อย่างไรก็ตามนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะรองประธาน กมธ.จากโควต้า ปชป. เช่นกัน ยืนกรานหลักหารด้วย 100 ซึ่งปรากฏในร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่รัฐสภาเห็นชอบในหลักการ และ กมธ. ไม่ได้แก้ไข หากเสนอผิดไปจากหลักการเดิมจะนำไปสู่การร้องศาลรัฐธรรมนูญ และอาจถูกกล่าวหามีผลประโยชน์ขัดกันหรือไม่

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
สำหรับ ปชป. เป็นพรรคอันดับ 3 ของรัฐบาล โดยเป็นทั้งเจ้าของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ …) พุทธศักราช … (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) เสนอโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ซึ่งเป็น 1 จาก 13 ร่างที่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ก่อนประกาศใช้เป็นกฎหมายเมื่อปี 2564 และยังเป็นหัวหอกของร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ…. รัฐสภา เนื่องจากนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข สังกัด ปชป. นั่งเป็นประธาน กมธ.
ย้อนอดีตและแนวปฏิบัติ
- ที่ประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อ 24 ก.พ. มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. จำนวน 4 ฉบับ ในวาระ 1 ขั้นรับหลักการ ประกอบด้วย ร่างของคณะรัฐมนตรี เห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 609:16, ร่างของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว จากพรรคเพื่อไทย เห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 420:14, ร่างของนายวิเชียร ชวลิต จากพรรคพลังประชารัฐ เห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 598:26 และร่างของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคก้าวไกล เห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 418:202
- มีการตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ…. รัฐสภา จำนวน 49 คน มีนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน พร้อมกำหนดให้ใช้ร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นหลัก
- ที่ประชุม กมธ.วิสามัญฯ เมื่อ 12 พ.ค. มีมติเห็นด้วยกับร่างเดิมที่ใช้ 100 เป็นตัวหาร ด้วยคะแนนเสียงส่วนใหญ่ 32 เสียง ไม่เห็นด้วย 11 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง
- โดยปกติ เมื่อกลับมาโหวตในวาระ 2 และ 3 ที่ประชุมรัฐสภามักเห็นด้วยกับแนวทางของ กมธ.เสียงข้างมาก จึงเชื่อกันว่าเรื่องนี้จะจบที่สูตรหารด้วย 100
- ทว่าที่ประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อ 6 ก.ค. มีมติไม่เห็นชอบมาตรา 23 ของ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ฉบับ กมธ. ในวาระ 2 ด้วยคะแนนเสียง 392:160 และมีมติเห็นชอบกับสูตรหารด้วย 500 ด้วยคะแนนเสียง 354:162
- เมื่อเกิดเหตุพลิกโผ-พลิกผันไปใช้สูตรหาร 500 หลังรัฐสภาส่งร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ไปยัง กกต. ก็อาจถูกตีกลับมาที่รัฐสภา เพื่อให้ กมธ.แก้ไขภายใน 30 วัน เพราะร่างกฎหมายที่ กกต. เสนอเข้ามาก็ใช้สูตรหาร 100 เช่นกัน
- ไม่ว่าจะออกสูตรไหน มีความเป็นไปได้ว่าจะมีนักการเมืองบางส่วนเข้าชื่อกันยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความต่อไป เพราะถ้าเลือกสูตรหาร 100 ก็สุ่มเสี่ยงต่อขัดมาตรา 93 และ 94 แต่ถ้าเลือกสูตรหาร 500 ก็อาจขัดมาตรา 91 และ 86
เช็กชื่อกองหนุนสูตร 500 หาร
ก่อนหน้านี้มีนักการเมืองจากค่ายต่าง ๆ เปิดตัว-เปิดหน้า-เปิดชื่อในฐานะผู้สนับสนุนสูตรหาร 500 โดยให้เหตุผลว่า การหารด้วย 100 ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ, ไม่สะท้อนปัญหาของประชาชนผ่านตัวแทนประชาชนที่แท้จริง, อนาคตอาจมีปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้นหากในสภามีแต่พรรคขนาดใหญ่

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
บีบีซีไทยรวบรวมรายชื่อ เฉพาะนักการเมืองที่ให้ความเห็นต่อสาธารณะ หรือแสดงออกอย่างชัดแจ้ง เช่น ร่วมลงมติ, ขอสงวนความเห็น หรือขอแปรญัตติต้านสูตรหาร 100
- พรรคประชาธิปัตย์ อย่างน้อย 2 เสียง ได้แก่ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี เป็น กมธ.เสียงข้างน้อย และสงวนคำแปรญัตติ, นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประกาศจุดยืนผ่านเฟซบุ๊กของเขา
- พรรคเสรีรวมไทย 6 เสียง โดยให้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กมธ. ในโควต้าของพรรค โหวตไม่เห็นชอบสูตรหาร 100 ในชั้น กมธ. และยังสงวนความเห็นของตนเอง นอกจากนี้ยังส่ง พล.ต.ท. วิศนุ ม่วงแพรสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ร่วมแปรญัตติเสนอให้ใช้สูตรหาร 500 ด้วย
- พรรคพลังท้องถิ่นไทย 5 เสียง นำโดย นายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ที่ให้สัมภาษณ์ไว้ชัดเจน และยังส่งนายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ แปรญัตติเสนอให้ใช้สูตรหาร 500
- พรรคเสียงเดียวอย่างน้อย 8 พรรค ประกอบด้วย พรรคพลังชาติไทย, พรรคประชาภิวัฒน์, พรรคไทยศรีวิไลย์, พรรคครูไทยเพื่อประชาชน, พรรคพลเมืองไทย, พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคพลังธรรมใหม่, พรรคไทรักธรรม และพรรคเพื่อชาติไทย ร่วมกันแถลงข่าวประกาศหนุนสูตรหาร 500 นอกจากนี้นักการเมืองจาก "พรรคจิ๋ว" ยังดิ้นสู้ตั้งแต่ในชั้น กมธ. ที่ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ แพ้โหวตกลายเป็น กมธ.เสียงข้างน้อย และเมื่อร่างกฎหมายกลับเข้ารัฐสภาในวาระ 2 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ และนายปรีดา บุญเพลิง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน ก็ขอแปรญัตติเสนอใช้สูตรหาร 500 ด้วย
- กลุ่ม ส.ว. มี กมธ.เสียงข้างน้อย 9 คนที่โหวตไม่รับสูตรหาร 100 ในชั้น กมธ. ประกอบด้วย พล.ร.อ. พัลลภ ตมิศานนท์, พล.อ. ยอดยุทธ บุญญาธิการ, พล.อ. อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์, พล.อ.ต. เฉลิมชัย เครืองาม, นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์, นายกิตติ วะสีนนท์, นางสุวรรณี ศิริเวชชะพันธ์, นางวรารัตน์ อติแพทย์ และ น.ส.ปิยฉัฏฐ์ วันเฉลิม
ท่าทีนายกฯ-แกนนำพรรคร่วมฯ
พล.อ. ประยุทธ์ ประกาศสนับสนุนสูตรหารด้วย 500 ต่อหน้าแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อ 5 ก.ค. ในระหว่างที่รัฐสภากำลังพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยเลือกตั้ง ส.ส. เป็นวันแรก
สื่อมวลชนหลายสำนัก อาทิ ไทยรัฐ, มติชน, ไทยโพสต์ รายงานตรงกันโดยอ้างแหล่งข่าวจากที่ประชุม ครม. ว่า ในระหว่างช่วงพักการประชุม นายกฯ ได้เรียกแกนนำรัฐบาลอย่างน้อย 11 คนเข้าหารือเกี่ยวกับสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยสอบถามความเห็นรายบุคคลว่าสนับสนุนสูตรหาร 100 หรือหาร 500

แกนนำรัฐบาลให้ความเห็นไว้ ดังนี้
พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ : "เอาหาร 100" (ก่อนปรับท่าทีใหม่หลังทราบความเห็นของคนอื่น ๆ โดยบอกว่า "จะเอาอย่างไรก็ว่ากัน")
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย : "เอาหาร 500"
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ : "ส่วนตัวเห็นด้วยกับสูตรหาร 500 แต่ในพรรคบางส่วนยังเห็นแตกต่างกัน พรรคอาจจะต้องฟรีโหวต"
พล.อ. ประยุทธ์ : "ส่วนตัวเห็นด้วยกับสูตรหาร 500 อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะออกเป็นสูตรไหน เราก็ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอยู่ดี ก็ขอให้คุยกันมาแล้วกัน"









