แม่น้ำโขง : นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ครูผู้ผันตัวมาปกป้องแม่น้ำโขง คว้ารางวัลสิ่งแวดล้อมโกลด์แมน

JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI

ที่มาของภาพ, JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI

"มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นหน้าบ้านของเรา" นิวัฒน์ ร้อยแก้ว นักเคลื่อนไหวจากกลุ่มอนุรักษ์เชียงของ ผู้ทำงานปกป้องแม่น้ำโขงมากว่า 26 ปี บอกกับบีบีซีไทย

หน้าบ้านที่นิวัฒน์กล่าวถึงคือ แม่น้ำโขงช่วงที่ไหลผ่าน อ.เชียงของ จ.เชียงราย ส่วนหนึ่งของแม่น้ำที่มีความยาวกว่า 4,900 กิโลเมตร ไหลผ่าน 7 ประเทศ ตั้งแต่เทือกเขาหิมาลัยในทิเบต จนถึงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงที่เวียดนาม

แม่น้ำโขงแห้งขอด ระดับน้ำต่ำสุดในรอบ 27 ปี ภาวะน้ำขึ้นลงไม่ปกติจากการมีเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงในจีน ลาว หลายแห่ง ภาวะตะกอนแม่น้ำสูญหายจากการมีเขื่อนกั้น ล้วนเป็นปัญหาที่กระทบกับแม่น้ำโขงที่เกิดขึ้นชัดเจน รุนแรง และบ่อยครั้งขึ้นในช่วงกว่า 5 ปีที่ผ่านมา

"อาการของแม่น้ำโขง ถ้าเป็นคน ถือว่าป่วยแล้ว และป่วยด้วยโรคจากเขื่อนจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ" นิวัฒน์หรือครูตี๋ ในวัยย่าง 63 ปี บอกกับบีบีซีไทย

นิวัฒน์ ผันตัวมาทำงานด้านการอนุรักษ์เมื่อปี 2539 เขาตัดสินใจลาออกจากการเป็นข้าราชการครูที่มั่นคงในตำแหน่งครูใหญ่ของโรงเรียนในเชียงรายมาทำงานอนุรักษ์ เพราะ "ภัย" ที่กระทบกับธรรมชาติ อันเปรียบเสมือนแห่งอาหารที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนริมแม่น้ำโขง เข้าใกล้เข้ามา

แม้การทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องแม่น้ำโขงจะยังไม่เห็นจุดสิ้นสุด แต่ในปีนี้ นิวัฒน์ ได้รับรางวัลสิ่งแวดล้อมโกลด์แมน (Goldman Environmental Prize) ประจำปี 2565 รางวัลที่ถูกขนานนามว่าเป็นรางวัล "โนเบลการเคลื่อนไหว ด้านสิ่งแวดล้อม" ที่มอบให้แก่นักเคลื่อนไหวทั่วโลกที่อุทิศแก่การปกป้องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ โดยครูตี๋ ได้รับรางวัลเนื่องจากมีบทบาทสำคัญในการต่อต้านการระเบิดแก่งในแม่น้ำโขงจนรัฐบาลไทยมีมติยกเลิกโครงการดังกล่าวตามมติคณะรัฐมนตรีในเดือน ก.พ. 2563

"ดีใจงานที่พวกเราทำ งานของกลุ่มรักษ์เชียงของเรื่องการปกป้องแม่น้ำโขงสร้างการรับรู้จนเป็นที่มาของรางวัลนี้" นิวัฒน์กล่าวกับบีบีซีไทย

โครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขงหรือชื่ออย่างเป็นทางการว่าโครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือพาณิชย์ เริ่มต้นเมื่อปี 2543 โดยทางการจีนประกาศแผนการร่วมกับประเทศไทยและประเทศลุ่มน้ำโขงที่จะระเบิดแก่งแม่น้ำโขงระยะทาง 886 กิโลเมตร จากตอนใต้ของประเทศจีนไปถึงหลวงพระบางโดยลัดเลาะชายแดนไทยที่จังหวัดเชียงราย 97 กิโลเมตร เพื่อให้เรือสินค้าขนาด 500 ตันผ่านได้สะดวกทั้งปี

รางวัลนี้ ก่อตั้งขึ้นในปี 1989 ในซานฟรานซิสโกโดยนักการกุศลและผู้นำพลเมือง Rhoda และ Richard Goldman มอบให้กับวีรบุรุษและวีรสตรีด้านสิ่งแวดล้อมจากแต่ละทวีปใน 6 ทวีปทุกปี เพื่อเชิดชูเกียรติแด่ความสำเร็จและความเป็นผู้นำของนักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมระดับรากหญ้าจากทั่วโลกที่เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนลงมือทำเพื่อปกป้องโลก ตลอดช่วงเวลา 33 ปี มีผู้ได้มอบรางวัลไปแล้วทั้งสิ้น 213 รายจาก 93 ประเทศ โดยประเทศไทยมีผู้ที่เคยได้รับรางวัล 2 คนคือ นางเตือนใจ ดีเทศน์ (1994) หรือ "ครูแดง" ผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) และอดีตกรรมการในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และนายพิสิทธิ์ ชาญเสนาะ (2002)

Transborder news

ที่มาของภาพ, Transborder news

ครูตี๋ได้รับการคัดเลือกในฐานะตัวแทนของทวีปเอเชีย ส่วนที่เหลือ คือ

  • นักกฎหมายสิ่งแวดล้อมจากไนจีเรียซึ่งมีบทบาทสำคัญกรณีน้ำมันรั่วและมีการเรียกร้องให้บริษัทรับผิดชอบต่อชุมชน,
  • นักกิจกรรมจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญที่ทำให้รัฐบาลต้องออกกฎหมายด้านมาตรการป้องกันการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
  • นักรณรงค์จากออสเตรเลีย ที่รณรงค์ระดับรากหญ้าให้มีการตัดงบที่ให้กับอุตสาหกรรมถ่านหิน
  • นักเคลื่อนไหวจากสหรัฐอเมริกาซึ่งนำพันธมิตรในชุมชนให้เคลื่อนไหวเพื่อปิดสถานที่ขุดเจาะน้ำมันที่เป็นพิษในชุมชน
  • นักกิจกรรม 2 คน จากประเทศเอกวาดอร์เป็นผู้นำการเคลื่อนไหวของชนพื้นเมืองเพื่อปกป้องดินแดนจากบรรพบุรุษของผู้คนจากการทำเหมืองทอง

จากครูผู้สอนเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ สู่การทำงานอนุรักษ์

นิวัฒน์ หรือ "ครูตี๋" ลาออกจากการรับราชการ โดยตำแหน่งสุดท้ายคือ ครูใหญ่ที่โรงเรียนสองพี่น้อง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ เขาบอกว่า ความคิดและทัศนคติของเขาตอนนั้นในวัย 37 กับการทำงานในระบบราชการ เป็นหนทางที่ไม่ไปด้วยกันเสียเท่าไหร่

"ที่ลาออกจากครูก็คิดนานอยู่ แต่ที่เร่งการตัดสินใจ เพราะเราเข้าใจตัวเองอยู่ว่าหัวใจตัวเองมันเป็นยังไง"

นิวัฒน์ เป็นคนไทยคนที่ 3 ที่ได้รับรางวัลโกลด์แมน

ที่มาของภาพ, Transborder news

คำบรรยายภาพ, นิวัฒน์ เป็นคนไทยคนที่ 3 ที่ได้รับรางวัลโกลด์แมน

การเลือกเส้นทางมาเป็นนักอนุรักษ์นั้น นิวัฒน์รู้ดีว่า "เป็นเรื่องใหญ่สำหรับชีวิต" และเป็นงานที่ "คงไม่จบไม่สิ้น มีแต่ต้องเดินไป" แต่เขาก็ยังเลือกทางนี้ จนตอนนี้วันวัยของอายุก็พ้นช่วงเกษียณมาแล้ว

การเคลื่อนไหวครั้งแรกในฐานะกลุ่มอนุรักษ์ คือ การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำในเชียงของ หลังจากนั้นเพียงไม่กี่ปี ความพยายามของจีนในโครงการระเบิดเกาะแก่งแม่น้ำโขงก็เกิดขึ้น

การคัดค้านการระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขงเกิดขึ้นในช่วงปี 2543 เป็นโครงการที่จีนต้องการให้แม่น้ำโขงเป็นเส้นทางเดินเรือขนาดใหญ่ลงมายังภูมิภาคอินโดจีน หลังจากที่ไทย จีน เมียนมา ลาว ลงนามความตกลงเดินเรือเสรีเปิดให้เรือแต่ละชาติเข้าเทียบท่าของกันและกันได้ในปี 2537

ในปี 2545 คณะรัฐมนตรีของไทยในสมัยนั้น อนุมัติร่างรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอของโครงการระเบิดแก่ง ที่เตรียมฉบับร่างโดยจีน แต่ที่สุดแล้วโครงการระเบิดแก่งในเฟสแรกก็ยุติลงในปี 2546 เมื่อ ครม. มีมติชะลอโครงการ หลังจากชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำโขงและกลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่นคัดค้าน

ระหว่างที่กลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำโขงในไทย ซึ่งมีกลุ่มเชียงของที่นิวัฒน์เป็นประธาน เคลื่อนไหวคัดค้านนั้น จีนก็ระเบิดเกาะแก่งแม่น้ำโขงบริเวณพรมแดนจีน เมียนมา และลาวไปแล้ว

พร้อม ๆ กับการเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการจากจีน ความเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขงก็เริ่มเกิดขึ้นอย่างที่คนริมโขงอย่างนิวัฒน์ เองก็สังเกตเห็นธรรมชาติที่เปลี่ยนไปนี้ แม่น้ำที่เคยไหลไปตามฤดูกาล กลับไม่เหมือนเดิม

GETTY IMAGES

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แม่น้ำโขงช่วงที่ไหลผ่าน อ.สังคม จ.หนองคาย เหือดแห้งจนเห็นสันดอนทราย เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2562 ก่อนที่เขื่อนไซยะบุรีจะเริ่มเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า

"ตั้งแต่ปี 40 ที่เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง เห็นระดับน้ำแห้งบ้าง แต่ไม่มั่นใจว่าเกิดจากเขื่อนหรือจากอะไร ปัญหาเห็นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ทรัพยากร เรื่องปลา เรื่องอาหาร ปลาที่เคยได้ อย่างเวลา ที่ชาวบ้านลงไปหาปลา วันนึงต้องได้พอขาย 5-6 กิโล เดี๋ยวนี้ลงไป 2-3 วันยังไม่ได้"

เขื่อนกั้นแม่น้ำโขงในจีนที่มีอย่างน้อย 10 แห่ง แต่จากข้อมูลขององค์กรแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers) ผลกระทบที่เกี่ยวกับการระบายน้ำของเขื่อนจีนมาจากเขื่อนที่ชื่อว่า เขื่อนจิงหง ในเขตสิบสองปันนา ซึ่งอยู่ห่างจากไทยราว 340 กิโลเมตร ขณะที่จังหวัดทางภาคอีสานที่ติดริมน้ำโขง ก็ได้รับผลกระทบจากเขื่อนกั้นในเขตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เช่น เมื่อ ก.ค. 2562 แม่น้ำโขงในช่วง จ.เลย หนองคาย และนครพนม ได้รับผลกระทบจากการทดสอบเขื่อนไซยะบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากแม่น้ำโขงในภาคอีสานของไทยแค่เพียง 195 กิโลเมตร

"ปราชญ์น้ำโขง" ที่รู้จักแก่งหินแทบทุกก้อน

ครูตี๋ ได้รับยกย่องให้เป็น "ปราชญ์น้ำโขง" ที่รู้จักแก่งหินแทบทุกก้อน เพราะนอกจากการเคลื่อนไหวคัดค้าน การทำงานกับองค์ความรู้เพื่อบันทึกทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น คือ ภารกิจสำคัญของกลุ่มอนุรักษ์เชียงของ

พันธุ์ปลานับร้อย ระบบนิเวศน์นับสิบประเภทถูกบันทึกผ่านงานวิจัยท้องถิ่น เปรียบเสมือนคลังความรู้ที่บันทึกความอุดมสมบูรณ์ที่แม่น้ำโขงมอบให้แก่ชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำ

เมื่อปี 2561 ทีมข่าวบีบีซีไทย ลงพื้นที่ จ.เชียงราย ในช่วงที่โครงการระเบิดเกาะแก่งแม่น้ำโขง กลับมาอีกครั้ง เราได้ล่องเรือในแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงของ ใกล้กับจุดเริ่มต้นของโครงการระเบิดแก่ง โดยมีนิวัฒน์ นำทาง

JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI

ที่มาของภาพ, JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI

ครูตี๋ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมศึกษาทรัพยากรแม่น้ำโขงในงานวิจัยท้องถิ่น บอกว่า แก่งคอนผีหลง เกาะแก่งหินขนาดใหญ่ เป็นจุดที่ลึกที่สุดในระยะแม่น้ำโขง ในช่วงที่ไหลผ่านประเทศไทย ทั้งหมด 96 กิโลเมตร ตั้งแต่ อ.เชียงแสน ถึง อ.เวียงแก่น ของ จ.เชียงราย ตลอดช่วงการเดินทางก ว่า 10 กิโลเมตร เกาะแก่งหินรูปทรงแตกต่างกัน ขนาดน้อยใหญ่ ช่องแคบที่ขนาบด้วยโขดผาหิน ล้วนมีชื่อเรียก ครูตี๋ยังชี้ให้ดูช่วงลำน้ำโขงที่แคบลงซึ่งเป็จจุดที่แคบที่สุด น้ำลึกถึง 47 เมตร ซึ่งเป็นบริเวณที่ชาวบ้านบอกว่าเป็นจุดที่ปลาบึกมาผสมพันธุ์และวางไข่

"แก่งหินผาช่วงคอนผีหลงเป็นเขื่อนโดยธรรมชาติ วางตัวสลับกันไปเป็นช่วง ๆ ดังนั้น แม่น้ำโขงถึงไม่เคยแห้ง" ครูตี๋กล่าว

JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI

ที่มาของภาพ, JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, แก่งหินน้อยใหญ่ช่วงบริเวณแก่งคอนผีหลงในแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย

"โฮงเฮียนแม่น้ำของ" งาน "สู้" กับ "สร้าง" ของคนลุ่มน้ำโขง

นอกจากการเคลื่อนไหว ส่งเสียงให้รู้ถึงผลสะเทือนต่อชีวิตที่พึ่งพาแม่น้ำโขงแล้ว การงานของครูตี๋และกลุ่มอนุรักษ์เชียงของ คือ การเผยแพร่ความรู้ให้คนรุ่นหลังและโลกภายนอกเข้าใจและตระหนักถึงธรรมชาติของแม่น้ำโขง นี่เป็นที่มาของการเกิดขึ้นของ "โฮงเฮียนแม่น้ำของ" (คนเชียงของเรียกแม่น้ำโขงว่าแม่น้ำของ) เมื่อปี 2558 โรงเรียนเล็ก ๆ ริมแม่น้ำโขงที่มีนิวัฒน์ เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นครูใหญ่ สร้างคนและองค์ความรู้ในงานวิจัยท้องถิ่นผ่านความรู้ของชาวบ้าน ถือเป็นภารกิจสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง

ครูตี๋ บอกกับบีบีซีไทยว่า ที่ต้องทำเรื่องความรู้กับเด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่ "เพราะเขาคือคนที่อยู่กับแม่น้ำโขงต่อไป" และวาดหวังว่า หากมีสถาบันความรู้เช่นนี้ในจังหวัดริมแม่น้ำโขงแต่ละจังหวัด หรือไปถึงประเทศลุ่มน้ำโขงอื่น ๆ จะยิ่งช่วยยกระดับพัฒนาศักยภาพของคนในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงต่อไปด้วย

"เรามีอยู่สองอย่างที่เราทำทุกวัน คือ สู้ กับ สร้าง" เจ้าของรางวัลโกลด์แมน กล่าว

GETTY IMAGES

ที่มาของภาพ, AFP/getty images

ชาวบ้านรู้แล้วว่าแม่น้ำโขงถูกกระทำอย่างไร

จากจุดเริ่มต้นปี 2543 ที่ครูตี๋ เริ่มเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการระเบิดเกาะแก่ง ผ่านไปกว่าสองทศวรรษ เขาเห็นว่าเวลาผ่านไป ชาวบ้านริมแม่น้ำโขงเห็นอย่างลึกซึ้งแล้วว่า แม่น้ำโขงถูกกระทำจนเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ทำให้ในปี 2562 เมื่อโครงการถูกฟื้นกลับมาใหม่ กว่า 90% ของคนในพื้นที่จึงพร้อมใจไม่เห็นด้วย

"ถ้าเริ่มแรกพวกเราไม่ลุกมาสู้ และอธิบาย วันนี้คงระเบิดไปหมดแล้ว.... เมื่อชาวบ้านเข้าใจ เห็นเรื่องราวต่าง ๆ มากขึ้น พลังในการปกป้องแม่น้ำโขงก็ยกระดับขึ้นไปด้วย"

เจ้าของรางวัลโกลด์แมนยังทิ้งท้ายด้วยว่า แม่น้ำโขงไม่ใช่เรื่องของคนริมแม่น้ำหรือคนใน 6 ประเทศ ที่ผ่านมาเห็นแล้วว่าการพัฒนาของที่หนึ่งทำให้เกิดผลกระทบข้ามพรมแดน พร้อมกับส่งเสียงไปถึงรัฐด้วยว่า อย่ามองแม่น้ำโขงแต่เรื่องเศรษฐกิจที่จำกัดเฉพาะเรื่องของเขื่อนขายไฟฟ้าหรือการเป็นถนนหนทางเพื่อค้าแต่มุมเดียว

"ถ้าเรามองแม่น้ำว่าเป็นเหมือนกับน้ำเฉย ๆ มันก็ไม่มีปัญหาอะไร แค่ขึ้นลงเท่านั้น แต่ถ้าเราเห็นว่าแม่น้ำคือมองว่ามันเป็นชีวิต มันมีหลายสิ่งหลายอย่างเป็นองค์ประกอบที่อยู่ร่วมกัน เราจะเห็นว่าแม่น้ำโขงมันเปลี่ยนแปลงไปมาก เพราะมันมีผลกระทบต่อทุกอย่างที่พึ่งพาอาศัยแม่น้ำโขง"

โฮงเฮียนแม่น้ำของ

ที่มาของภาพ, โฮงเฮียนแม่น้ำของ

คำบรรยายภาพ, ครูตี๋ และนางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีต กสม. และสมาชิกวุฒิสภา จ.เชียงราย

นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีต กสม. และสมาชิกวุฒิสภา จ.เชียงราย กล่าวว่า ครูตี๋ได้พิสูจน์ว่าช่วงเวลามากกว่า 20 ปี ที่ทำงานปกป้องแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาร่วมกับชุมชนตลอดลุ่มน้ำและภาคส่วนต่าง ๆ พร้อมกับทุ่มเทศึกษาค้นคว้าข้อมูลความสำคัญของแม่น้ำโขงสื่อสารให้สังคมตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรแม่น้ำโขงอย่างยั่งยืน เป็นหลักการที่สำคัญที่ต้องผลักดันในระดับชาติและภูมิภาค

เธอกล่าวด้วยว่า หากแม่น้ำโขงถูกผูกขาดโดยภาครัฐและธุรกิจเดินเรือพาณิชย์ ธุรกิจพลังงาน หายนะของธรรมชาติและคนตัวเล็กตัวน้อยคงมาถึงในไม่ช้า เป็นเรื่องยากมากที่จีนจะยอมยกเลิกโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง แต่ครูตี๋และเครือข่ายภาคประชาชนก็ทำได้สำเร็จ

ด้าน ดร. คาร์ล มิดเดิลตัน นักวิชาการด้านภูมิรัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าเครือข่ายแม่น้ำโขงในประเทศไทย ได้ท้าทายต่อโครงการพัฒนาบนแม่น้ำโขง ดังเช่น โครงการระเบิดแก่งบนแม่น้ำโขงซึ่งมีมติ ครม. ยกเลิกโครงการ นี่คือ การอนุรักษ์ที่นำโดยรากหญ้า และนำไปสู่การจัดการทรัพยากรอย่างมีธรรมาภิบาล