ราษฎร: ศาลไม่ให้ประกันตัว 3 แกนนำ "ราษฎร" คดี ม.112-116 ชุมนุม 19 กันยาฯ

tnp

ที่มาของภาพ, Thai news pix

คำบรรยายภาพ, นางพริ้ม บุญภัทรรักษา (หันหลัง) มารดาของนายจตุภัทร์ หรือไผ่ ดาวดิน ในสภาพโศกเศร้า ใกล้กัน คือ ผศ.ดร. ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ มธ. และนางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่ม "ราษฎร"

แกนนำกลุ่ม "ราษฎร" 3 คน ได้แก่ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และภาณุพงศ์ จาดนอก ถูกส่งตัวไปยังเรือนจำ หลังอัยการสั่งฟ้องข้อหาหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์และยุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ 116 จากการชุมนุม "19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร" เมื่อปี 2563 นับเป็นผู้ต้องหาคดี ม.112 ชุดที่สองที่ถูกฝากขังระหว่างพิจารณาคดี

ศาลให้เหตุผลที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้ง 3 คน เนื่องจากเห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง ทั้งมีเหตุอันควรให้เชื่อได้ว่า หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยจะไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกฟ้องหรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีก

ระหว่างที่รถตู้ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งคาดว่ากำลังนำตัวแกนนำ "ราษฎร" 3 คน ไปยังเรือนจำ เคลื่อนตัวออกจากศาลอาญา นางพริ้ม บุญภัทรรักษา มารดาของนายจตุภัทร์ และ น.ส. เมธาวี สิทธิจิรวัฒนกุล พี่สาวของปนัสยา และกลุ่มเพื่อน ยืนร่ำไห้ โดยที่ไม่ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับลูกชายและน้องสาว ก่อนถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ

นางพริ้มกล่าวด้วยความอัดอั้นว่าลูกชายของเธอไม่ได้รับความยุติธรรมและไม่ควรมีใครต้องมาเจอแบบนี้ โดยเฉพาะเมื่อทั้งสามคนถูกนำตัวออกจากศาลไปทั้งที่กระบวนการยื่นขอประกันตัวยังไม่เสร็จสิ้น

"แค่ให้รู้ว่าพวกคุณไม่มีความยุติธรรม...มันไม่ยุติธรรม" นางพริ้มตะโกนซ้ำ ๆ สลับกับร่ำไห้

น.ส. เมธาวี สิทธิจิรวัฒนกุล พี่สาวของปนัสยา

ที่มาของภาพ, Thai news pix

คำบรรยายภาพ, น.ส. เมธาวี สิทธิจิรวัฒนกุล พี่สาวของปนัสยา ร้องไห้ขณะที่น้องของเธอถูกนำตัวไปเรือนจำ

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานเมื่อเวลา 15.50 น. ว่านายประกันซึ่งประกอบด้วยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหิดลและเกษตรศาสตร์ ยังไม่ได้รับแจ้งผลการขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คน แต่ทนายกลับได้รับแจ้งจากญาติของภาณุพงศ์ ปนัสยา และจตุภัทร์ว่าทั้งสามคนถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลางแล้ว

นักกิจกรรมกลุ่ม "ราษฎร" ทั้งหมดถูกสั่งฟ้องจากการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และสนามหลวง เมื่อ 19-20 ก.ย. 2563 ในจำนวนนี้มีแกนนำ 3 คน ที่ถูกสั่งฟ้องในคดีหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ได้แก่ จตุภัทร์ ปนัสยาและภาณุพงศ์

จตุภัทร์ หรือ "ไผ่ ดาวดิน" ปนัสยา หรือ "รุ้ง" และภาณุพงศ์หรือ "ไมค์" ซึ่งเป็นผู้ต้องหาชุดที่ 2 ในคดีนี้ ก่อนหน้านี้อัยการมีคำสั่งฟ้องแกนนำ 4 คน ได้แก่ อานนท์ นำภา, สมยศ พฤกษาเกษมสุข, พริษฐ์ ชิวารักษ์ และปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม ในข้อหาเดียวกัน ซึ่งจนถึงขณะนี้ทั้ง 4 คน ได้ถูกฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครมาเป็นเวลาเกือบ 1 เดือน ตั้งแต่ 9 ก.พ. หลังจากศาลไม่อนุญาตประกันตัวโดยให้เหตุผลว่า คดีมีอัตราโทษสูง หากปล่อยตัวอาจหลบหนี และคำปราศรัยกระทบกระเทือนจิตใจของชาวไทยผู้จงรักภักดี

นอกจากจตุภัทร์ ปนัสยาและภาณุพงศ์แล้ว พนักงานอัยการยังมีคำสั่งฟ้องแกนนำและผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" อีก 15 คน ในข้อหายุยงปลุกปั่นและ มั่วสุมกันมากกว่า 10 คนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ตามมาตรา 215 อีกด้วย

นักกิจกรรม 15 คน ได้แก่ อรรถพล บัวพัฒน์, ชินวัตร จันทร์กระจ่าง, ชูเกียรติ แสงวงศ์, ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา, ณัทพัช อัคฮาด, ธนชัย เอื้อฤาชา, ธนพ อัมพะวัติ, ธานี สะสม, ภัทรพงศ์ น้อยผาง, สิทธิทัศน์ จินดารัตน์, สุวรรณา ตาลเหล็ก, อะดิศักดิ์ สมบัติคำ, อนุรักษ์ เจนตวนิชย์, ณัฐชนน ไพโรจน์ และไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์ โดยทั้งหมดมาพบอัยการตามนัดวันนี้ ยกเว้นนายไชยอมรหรือ "แอมมี่" ซึ่งถูกควบคุมตัวและฝากขังในคดีเผาพระบรมฉายาลักษณ์ไปเมื่อวันที่ 3 มี.ค.

ทั้งนี้ ศาลอาญาอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวนักกิจกรรมทั้ง 14 คนที่ถูกฟ้องคดีอาญามาตรา 116 เป็นข้อหาหลัก หลังจากทนายความยื่นประกันด้วยตำแหน่ง ส.ส. และอาจารย์ วงเงินประกันคนละ 35,000 บาท ศาลนัดพร้อมในวันที่ 15 มี.ค. และนัดตรวจพยานหลักฐาน 29 มี.ค.

ปนัสยาชี้ความยุติธรรมคือสิทธิประกันตัวระหว่างดำเนินคดี

ที่บริเวณหน้าสำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก มีกลุ่มผู้ชุมนุมที่ร่วมในกิจกรรม "เดินทะลุฟ้า" ซึ่งสิ้นสุดกิจกรรมการเดิน 247.5 กิโลเมตรจาก จ.นครราชสีมา มายังกรุงเทพฯ วานนี้ (7 มี.ค.) เพื่อรณรงค์ยกเลิกกฎหมาย ม. 112 รวมตัวให้กำลังใจนักกิจกรรมกลุ่มราษฎรที่เดินทางมาฟังคำสั่งคดีตามนัดหมายของอัยการ ท่ามกลางการวางกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนอย่างหนาแน่นภายในบริเวณศาล และมีรถฉีดน้ำเข้าประจำการด้วย

จตุภัทร์ซึ่งร่วมเป็นแกนนำในการเดิน "ทะลุฟ้า" กล่าวก่อนเข้ารายงานตัวว่า ไม่ว่าเขาจะถูกคุมขังหรือไม่ แต่ขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยได้เริ่มขึ้นแล้ว ขอให้ประชาชนผู้สนับสนุนเดินหน้าต่อไป และย้ำว่าการเรียกร้องประชาธิปไตยเป็นเรื่องเดียวกับความเดือดร้อนเรื่องอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาปากท้อง หรือกรณีขับไล่กลุ่มชาติพันธุ์บางกลอยในเขตแก่งกระจาน

"การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของผม ไม่ใช่แค่เรื่องของไมค์ (ภาณุพงศ์) แต่เป็นเรื่องของทุกคนที่เป็นมนุษย์"

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองเดินทางมาให้กำลังใจนักกิจกรรม

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองเดินทางมาให้กำลังใจนักกิจกรรมที่ถูกตั้งข้อหาจากการชุมนุม "19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร"

ด้านปนัสยากล่าวก่อนเข้าพบอัยการว่าถึงแม้ว่าจะมีการส่งฟ้อง แต่คาดหวังว่าศาลจะดำรงความยุติธรรมด้วยการให้สิทธิประกันตัว เนื่องจากทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ และคาดหวังด้วยว่าแกนนำที่ถูกฝากขังอยู่ในขณะนี้จะได้รับการประกันตัวเช่นกัน

เธอได้กล่าวถึงการเคลื่อนไหวหลังจากนี้ที่แกนนำและนักกิจกรรมหลายคนถูกดำเนินคดีว่า ทางกลุ่มจะยังเคลื่อนไหวต่อไป โดยมีการพูดคุยกับแกนนำอีกรุ่นหนึ่งซึ่งจะรับหน้าที่ต่อหลังจากนี้

"ถึงเราจะเข้าคุกไปอีกคน สุดท้ายแล้วคนที่อยู่ข้างนอกก็ยังต่อสู้กันอยู่... ตอนนี้ทุกคนออกมาแล้ว ทุกคนได้เรียนรู้ เราไม่ห่วงเลยแม้แต่นิดเดียวว่าการเคลื่อนไหวจะหยุดไป" ปนัสยา นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชั้นปีที่ 3 กล่าว

มวลชน-คณาจารย์ สังเกตการณ์คดี

บรรยากาศหน้าสำนักงานอัยการฯ มวลชนจำนวนหนึ่งได้ร่วมให้กำลังใจกลุ่มแกนนำที่ถูกดำเนินคดี พวกเขาร่วมกันตะโกนข้อความ "ปล่อยเพื่อนเรา เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ยกเลิก 112 ประยุทธ์ต้องออกไปโดยทันที" เป็นระยะ ๆ

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคณาจารย์มหาวิทยาลัยที่ร่วมตัวในนาม "เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง" อาทิ รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ, รศ.ดร. อนุสรณ์ อุณโณ, ผศ.ดร.บุญเลิศ วิเศษปรีชา, รศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร เดินทางมาให้กำลังใจนักกิจกรรมที่ถูกดำเนินคดี

"หลักการสำคัญต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาเป็นผู้บริสุทธิ์ ดังนั้น การให้สิทธิประกันตัวจึงเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน หวังว่าศาลจะพิจารณาตามหลักการนี้เป็นสำคัญ" ผศ.ดร.บุญเลิศ อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ. กล่าว

อรรถพล บัวพัฒน์ หรือ "ครูใหญ่"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, อรรถพล บัวพัฒน์ หรือ "ครูใหญ่" ถูกตั้งข้อหายุยงปลุกปั่นและมั่วสุมเกิน 10 คน เขาเป็นหนึ่งในผู้ต้องหา 18 คน ที่อัยการนัดมาฟังคำสั่งคดีในวันนี้ (8 มี.ค.)

4 แกนนำ ถูก "ขังระหว่างพิจารณาคดี" แล้ว 28 วัน

ในการชุมนุม "19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร" ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และท้องสนามหลวง เมื่อเดือน ก.ย. 2563 มีเหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ การฝังหมุดคณะราษฎร หมุดใหม่ ณ ท้องสนามหลวง และการยื่นจดหมายเปิดผนึกที่บรรจุข้อเสนอว่าด้วยการปฏิรูสถาบันกษัตริย์ 10 ข้อ ของกลุ่ม "แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม" ผ่านทางผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเพื่อส่งไปยังทำเนียบองคมนตรี

นอกจากนี้ยังมีการปราศรัยของแกนนำหลายคนเกี่ยวกับประเด็นสถาบันกษัตริย์ในคืนวันที่ 19 ก.ย. ส่งผลให้มีผู้ปราศรัยและผู้ร่วมชุมนุมอย่างน้อย 7 ราย ถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาหมิ่นสถาบันฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และอีก 15 คนถูกดำเนินคดีข้อหายุยงปลุกปั่นและมั่วสุมกันเกิน 10 คน

วันที่ 9 ก.พ. "ราษฎร" 4 คน ได้แก่ อานนท์,สมยศ, พริษฐ์ และปติวัฒน์ ถูกอัยการนำตัวยื่นฟ้องต่อศาลและไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว แม้มีการยื่นประกันมาแล้วทั้งหมด 4 ครั้ง รวมเวลาที่ถูกคุมขังระหว่างรอพิจารณาคดีแล้ว 28 วัน

มธ. ออกแถลงการณ์ขอศาลคำนึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของผู้ถูกจับกุม

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกแถลงการณ์ เรื่อง "ขอให้คำนึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของผู้ถูกจับกุม" แสดงความกังวลและความห่วงใยเกี่ยวกับสวัสดิภาพและความปลอดภัยของผู้ถูกดำเนินคดีจากการชุมนุมและแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

มธ.ระบุว่า ได้ออกแถลงการณ์ฉบับนี้เพื่อแสดงข้อความห่วงกังวลไปยังหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายโดยคำนึงถึงความเป็นธรรม สิทธิและเสรีภาพ สวัสดิภาพของผู้ถูกจับกุม และพิจารณาให้ผู้ถูกจับกุมได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดีตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งมีสิทธิในการต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ ตามหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ อันเป็นสิทธิในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่เป็นหนึ่งในหลักสิทธิมนุษยชนสากลและเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญของไทยให้การคุ้มครองและรับรองไว้ เพื่อให้ผู้ถูกจับกุม ซึ่งเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา สามารถกลับมาศึกษาเล่าเรียนเพื่ออนาคตทางการศึกษาของเยาวชนเหล่านี้ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป

มธ. ยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายแก้ไขปัญหาความแตกต่างทางความคิดและความขัดแย้งทางการเมืองด้วยสันติวิธีและความอดทนอดกลั้น และร่วมแก้ปัญหาขัดแย้งตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย

เปิดสำนวนพนักงานอัยการ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานศาลยุติธรรม เผยแพร่สำนวนที่พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้อง 18 นักกิจกรรมกลุ่มคณะราษฎรต่อศาลอาญา ซึ่งมีฐานความผิดทั้งหมด ดังนี้

  • ฐานความผิดหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินีรัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
  • ฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริตเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน
  • ฐานร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยจำเลยที่ 1 (ปนัสยา) และจำเลยที่ 2 (ภาณุพงศ์) เป็นผู้สั่งการ
  • ฐานร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะฝ่าฝืนไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง
  • ฐานร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ ฉบับที่ ๒ ข้อ ๕, ฉบับที่ ๕ ข้อ ๒ (๒), ฉบับที่ ๑๓ ข้อ ๑ ข้อ ๕ และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงเรื่องห้ามการชุมนุมการทำกิจกรรมการมั่วสุม ณ ที่ใด ๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยั่วยุให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยฯ
  • ฐานร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจรโดยวางหรือทอดทิ้งสิ่งของหรือโดยกระทำด้วยประการอื่นใด
  • ฐานร่วมกันวาง ตั้ง ยื่นหรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือกระทำด้วยประการใด ๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร
  • ฐานร่วมกันตั้งวางหรือกองวัตถุใด ๆ บนถนนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย
  • ฐานร่วมกันเป็นผู้แก้ไขเปลี่ยนแปลงต่อเติมทำลายโบราณสถานหรือส่วนต่างๆของโบราณสถานโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี
  • ฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์
  • ฐานร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่