ม.112: อัยการเลื่อนฟังคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาหมิ่นสถาบันฯ-ยุยงปลุกปั่นคดีชุมนุม 19 กันยา-สถานทูตเยอรมัน

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
พนักงานอัยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องแกนนำและผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" 18 คนในข้อหาหมิ่นสถาบันกษัตริย์และยุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายมาตรา 112 และมาตรา 116 จากการชุมนุม "19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร" ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และสนามหลวงเมื่อ 19-20 ก.ย. 2563
วันนี้ (17 ก.พ.) พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 นัดผู้ต้องหา 18 คน ในคดีชุมนุม "19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร" ฟังคำสั่งในคดี ซึ่งนับเป็นผู้ต้องหาชุดที่ 2 หลังจากที่ที่อัยการมีคำสั่งฟ้องแกนนำ 4 คน ไปแล้วเมื่อวันที่ 9 ก.พ. คือ อานนท์ นำภา สมยศ พฤกษาเกษมสุข พริษฐ์ ชิวารักษ์และปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม ซึ่งศาลไม่ให้ประกันตัวระหว่างพิจารณาคดีและทั้งหมดยังคงอยู่ในเรือนจำ
สำหรับผู้ต้องหาชุดที่ 2 จำนวน 18 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่มตามข้อหา ดังนี้
- ผู้ต้องหา 3 คน ถูกดำเนินคดีในข้อหาหลัก มาตรา 112 และ 116 ได้แก่ ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และ ภาณุพงศ์ จาดนอก
- ผู้ต้องหา 15 คน ถูกดำเนินคดีในข้อหาหลัก มาตรา 116 และ "มั่วสุมกันมากกว่า 10 คนขึ้นไป" ตามมาตรา 215 ของประมวลกฎหมายอาญา ได้แก่ อรรถพล บัวพัฒน์, ชินวัตร จันทร์กระจ่าง, ชูเกียรติ แสงวงศ์, ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา, ณัทพัช อัคฮาด, ธนชัย เอื้อฤาชา, ธนพ อัมพะวัติ, ธานี สะสม, ภัทรพงศ์ น้อยผาง, สิทธิทัศน์ จินดารัตน์, สุวรรณา ตาลเหล็ก, อะดิศักดิ์ สมบัติคำ, อนุรักษ์ เจนตวนิชย์, ณัฐชนน ไพโรจน์ และไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์
นอกจาก 18 ผู้ต้องหาคดีชุมนุม "19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร" แล้ว วันเดียวกันนี้ อัยการยังได้นัดฟังคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องผู้ต้องหา 13 คนในข้อหาตามมาตรา 112 และ 116 จากการชุมนุมที่หน้าสถานทูตเยอรมันเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2563 ด้วย

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
อัยการ "เลื่อนนัดฟังคำสั่ง"
บรรยากาศหน้าสำนักงานอัยการเป็นไปอยางคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีเพื่อน ๆ และครอบครัวของผู้ต้องหา ตลอดจนนักวิชาการจากเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองมาให้กำลังใจและสังเกตการณ์
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่า หากอัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหาคดีมาตรา 116 ในวันนี้จะนับเป็นการสั่งฟ้องข้อหา "ยุยงปลุกปั่น" ต่อศาลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลุ่มคนรุ่นใหม่ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563
- รุ้ง ปนัสยา: ฟังพี่สาวเล่าเรื่องน้องคนเล็กผู้กลายเป็นแกนนำ “ราษฎร” และผู้ต้องหาหมิ่นสถาบันฯ
- ม.112: ศาลอุทธรณ์ไม่ให้ประกันตัวอานนท์-พริษฐ์-ปฏิวัฒน์-สมยศ เหตุ "อาจหลบหนี"
- ม. 112: เปิดสำนวนตำรวจ ทำอะไรถึงเข้าข่าย "หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทฯ"
- ปิยบุตร แสงกนกกุล: ปัญหา 6 ประการของมาตรา 112
ในส่วนของผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันฯ คือปนัสยา ภาณุพงศ์และจตุภัทร์ นั้นหากอัยการมีคำสั่งฟ้องต้องจับตาดูว่าทั้ง 3 คนจะได้รับการประกันตัวหรือไม่หรือจะถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดีเช่นเดียวกับผู้ต้องหาชุดแรก 4 คนคือ อานนท์ สมยศ พริษฐ์และปติวัฒน์ เมื่อก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวอานนท์, สมยศ, พริษฐ์, ปติวัฒน์

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
ผู้ต้องหาทยอยเดินทางมาถึงในเวลาประมาณ 10.00 น เขาและเธอได้รับดอกไม้จากคนที่มาให้กำลังใจ ส่วนจตุภัทร์ หรือ "ไผ่ ดาวดิน" ยังเดินทางมาไม่ถึงเนื่องจากเขากับเพื่อนอยู่ระหว่างกิจกรรม "เดินทะลุฟ้า" จาก จ.นครราชสีมา เข้ากรุงเทพฯ โดยเขาระบุวว่าจะเดินมาพบอัยการตามนัด แต่หากยังเดินมาไม่ถึง เจ้าหน้าที่จะออกหมายจับระหว่างทางก็ได้
หลังจากผู้ต้องหาทั้งหมดเข้าไปพบอัยการได้เพียงประมาณ 20 นาที ศูนย์ทนายความฯ แจ้งว่าอัยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องทั้งคดีการชุมนุม "19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร" ไปเป็นวันที่ 8 มี.ค. 2564 โดยอัยการให้เหตุผลว่าเพิ่งได้รับสำนวนคดีจากตำรวจเมื่อเช้านี้ จึงไม่สามารถพิจารณาได้ทัน
สำหรับกรณีการชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมันนั้น อัยการก็มีการเลื่อนการสั่งฟ้องเช่นเดียวกัน โดยนัดให้ผู้ต้องหาทั้ง 13 คนมาฟังคำสั่งในวันที่ 25 มี.ค.
อรรถพล บัวพัฒน์ หนึ่งในผู้ต้องหาที่มาตามนัดอัยการวันนี้กล่าวว่า การเลื่อนฟังคำสั่งฟ้องครั้งนี้อาจมีนัยสำคัญ เพื่อจะดูทิศทางของมวลชน
"ผู้มีอำนาจรัฐพยายามที่จะดูกระแส เช็คเรตติ้งของเราเหมือนกันว่าเป็นยังไง" นายอรรถพลกล่าว
ด้าน น.ส.ปนัสยากล่าวว่าเธอยังมีกำลังใจเต็มเปี่ยมและหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม
เธอยังกล่าวถึงการนัดหมายชุมนุมในวันที่ 20 ก.พ. ซึ่งเป็นวันที่กลุ่ม "ราษฎร" ขีดเส้นตายให้ปล่อยตัวแกนนำ 4 คนที่ถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดีหมิ่นสถาบันฯ ว่าจะมีการดูแลความปลอดภัยและพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมในเรื่องสันติวิธีให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงซ้ำรอยเหตุการณ์วันที่ 13 ก.พ.











