ประชุมสภา: กลุ่ม "ราษฎร" ยุติการชุมนุม หลังยึดพื้นที่หน้ารัฐสภาสำเร็จ แม้ถูกฉีดน้ำ-ยิงแก๊สน้ำตา-ปะทะเสื้อเหลือง

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
แกนนำผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" ประกาศยุติการชุมนุมที่หน้ารัฐสภาเมื่อเวลา 21.00 น. พร้อมกับนัดชุมนุมใหญ่ที่แยกราชประสงค์ในวันที่ 18 พ.ย. เวลา 16.00 น. เพื่อร่วมกันติดตามการลงมติรับหรือไม่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ และนายอานนท์ นำภา แกนนำผู้จัดการชุมนุมประกาศยุติการชุมนุมต่อผู้ชุมนุมนับพันคนที่รวมตัวอยู่บน ถ.สามเสน หลังจากใช้เวลาราว 7 ชั่วโมงในการพยายามผลักดันแนวกั้นของตำรวจเพื่อยึดพื้นที่บริเวณหน้ารัฐสภา จนถูกตำรวจฉีดน้ำแรงดันสูง น้ำผสมสารเคมี และถูกยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่หลายระลอก นอกจากนี้ยังเกิดเหตุปะทะกับมวลชนกลุ่มเสื้อเหลืองบริเวณแยกเกียกกายอีกด้วย
ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กทม. รายงานช่วงดึกของวันที่ 17 พ.ย. ผู้ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะต่าง ๆ รวมแล้ว 41 ราย ในจำนวนนี้ถูกนำส่ง วชิรพยาบาล 37 ราย รพ.รามาธิบดี 1 ราย รพ.พระราม9 2 ราย และ รพ.เพชรเวช 1 ราย
- รายงานสด ชุมนุม 17 พ.ย. ยิงแก๊สน้ำตา-ฉีดน้ำแรงดันสูงสลายการชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" หน้ารัฐสภา
- "ราษฎร" นัดชุมนุมใหญ่ล้อมสภา 17 พ.ย.จนกว่าจะลงมติรับร่างแก้ รธน. ฉบับประชาชน
- รัฐธรรมนูญ 2560 : “ไทยภักดี” ประกาศล่าชื่อประชาชนป้องขบวนการ “ล้มประชามติ”
- แก้รัฐธรรมนูญ: 5 สัปดาห์ ได้แสนรายชื่อ "ไอลอว์" ยื่นร่างแก้ไข รธน. ต่อรัฐสภา
ผู้ชุมนุม 2 กลุ่ม คือ มวลชนคนเสื้อเหลือง นำโดย นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี และกลุ่ม "ราษฎร" นัดชุมนุมที่หน้ารัฐสภา โดยกลุ่มไทยภักดีรวมตัวกันช่วงสาย ส่วนกลุ่มราษฎรนัดชุมนุมเวลา 15.00 น. เพื่อ "ล้อมสภา ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ" ทั้งสองกลุ่มมีจุดประสงค์เพื่อติดตามการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
กลุ่มไทยภักดีคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะเห็นว่าจะนำไปสู่การล้มล้างสถาบันและการปกครอง พร้อมกับประกาศ "ปกป้องรัฐธรรมนูญ 2560" ส่วนกลุ่มราษฎรต้องการให้รัฐสภารับหลักการร่างรัฐธรรมนูญ "ฉบับไอลอว์" ที่ประชาชนกว่า 1 แสนคนร่วมเข้าชื่อเสนอ โดยสมาชิกรัฐสภามีกำหนดจะลงมติในวันพรุ่งนี้
บีบีซีไทยลำดับเหตุการณ์การชุมนุมหน้ารัฐสภาดังนี้
9.30 น.: "ไทยภักดี" รวมตัวปกป้องรัฐธรรมนูญ 2560
กลุ่ม "ไทยภักดี" ประกาศปกป้องรัฐธรรมนูญปี 2560 นำคนเสื้อเหลืองชุมนุมคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หวั่นเป็นการ "เปิดทางสู่การล้มล้างโครงสร้างการปกครองประเทศ"
ช่วงสายวันนี้ (17 พ.ย.) ในขณะที่การประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มต้นขึ้น นพ. วรงค์ ได้นำมวลชนเสื้อเหลืองกลุ่มหนึ่งมารวมตัวที่บริเวณด้านหน้ารัฐสภาเพื่อประกาศจุดยืนคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ก่อนจะเดินทางไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ยื่นคำร้องขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาระงับยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้พื้นที่รัศมี 50 เมตรรอบรัฐสภาเป็นพื้นที่ควบคุม ไม่อนุญาตให้ใครใช้เป็นที่ชุมนุนได้ สมาชิกกลุ่มไทยภักดีจึงไม่ได้รับอนุญาตให้จัดกิจกรรมในเขตควบคุม นพ. วรงค์ จึงนำมวลชนย้ายมาปักหลักชุมนุมที่จัดแยกเกียกกายแทน ซึ่งประกอบด้วยด้วยกลุ่มไทยภักดี กองทัพธรรม และศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.)

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นพ. วรงค์ กล่าวปราศรัยต่อผู้ชุมนุมและสื่อมวลชนว่า สาเหตุของการออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ก็เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เนื่องจากเชื่อว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการปกครองและล้มล้างพระราชอำนาจหรือสถาบันพระมหากษัตริย์
"เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศไทย มีกลุ่มคนหนึ่งเปลี่ยนแปลง โดยใช้ม็อบและการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ โดยมีต่างชาติหนุนหลัง ผ่านการปฏิวัติประชาชน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครอง" นพ. วรงค์กล่าว
นพ. วรงค์กล่าวว่าพวกเขา "ตื่นรู้แล้ว" และอ้างว่าร่างรัฐธรรมนูญที่นำเสนอโดยพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน เป็นไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของนักการเมืองและพรรคการเมือง ส่วนร่างไอลอว์เป็นร่างที่สนับสนุนโดยต่างชาติ ดังนั้นจึงไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของทั้ง 3 ฝ่าย
จากนั้น นพ. วรงค์ได้ยื่นหนังสือถึงประธานวุฒิสภาเพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผ่าน พล.อ. สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ส่วนหนึ่งของหนังสือที่ส่งถึงประธานวุฒิสภาระบุว่า "(กลุ่มไทยภักดี) มีข้อสังเกตที่อยากเรียนให้ท่านประธานวุฒิสภาได้รับทราบคือ รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 นั้น เป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเป็นผู้สถาปนา โดยผ่านการรับรองจากประชามติ 16.8 ล้านเสียง และในระยะยาวจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ" และ "มีพรรคการเมืองบางพรรคอาศัยการล้มล้างรัฐธรรมนูญเพื่อร่างใหม่ในครั้งนี้ นำไปสู่การล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์และลดพระราชอำนาจ"
จากนั้นมวลชนคนเสื้อเหลืองได้เคลื่อนขบวนไปสำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อใช้สิทธิตามมาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญยื่นคำร้องให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาระงับยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ยังคงมีผู้ชุมนุมบางส่วนปักหลักอยู่ที่แยกเกียกกาย โดยมี น.ส. หฤทัย ม่วงบุญศรี ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มไทยภักดี นำการปราศรัยโจมตีกลุ่มที่เสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่าเป็นทำลายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
14.10 น.: เหตุชุลมุนที่แยกเกียกกาย
ผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎร์เริ่มทยอยมาชุมนุมบน ถ.สามเสน บริเวณหน้ารัฐสภาและแยกเกียกกาย ก่อนเวลานัดหมายในเวลา 15.00 น. แต่เกิดเหตุชุลมุนขึ้นเมื่อตำรวจฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าใส่กลุ่มการ์ดอาสา โดยตำรวจชี้แจงภายหลังว่าเหตุที่ต้องฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าใส่กลุ่มการ์ดของผู้ชุมนุมเพราะพวกเขากระทำการรื้อรั้วลวดหนามและพยายามฝ่าแนวกั้นของตำรวจเพื่อเข้ามาบริเวณถนนหน้ารัฐสภา และตำรวจได้ประกาศเตือนหลายครั้งแต่ผู้ชุมนุมยังไม่หยุดการกระทำจึงต้องมีการฉีดน้ำแรงดันสูง
ระหว่างที่ตำรวจฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมเป็นระยะ ๆ ได้มีบุคคลขว้างพลุควันสีจากฝั่งผู้ชุมนุมไปฝั่งตำรวจ การฉีดน้ำและการขว้างพลุควันสีเกิดขึ้นเป็นเวลาประมาณ 20 นาที
ตำรวจประกาศขอเจรจากับหัวหน้าการ์ดอาสาของผู้ชุมนุม พร้อมกับแสดงความจริงใจด้วยการถอยรถฉีดน้ำออกห่างจากแนวกั้น ขณะที่รอการเจรจาอยู่นั้น ผู้สื่อข่าวพบว่าเจ้าหน้าที่หน่วยควบคุมฝูงชนได้มีการจัดเตรียมกระสุนยาง ขณะที่มีโพสต์คลิปในทวิตเตอร์เป็นเสียงของเจ้าหน้าที่ตำรวจเตือนว่าหากผู้ชุมนุมยังไม่หยุดรื้อแนวกั้นของตำรวจ "ถ้าไม่หยุด เราจะใช้กระสุนยาง"

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
15.30 น.: ยิงแก๊สน้ำตา
ขณะที่ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการเจรจา สถานการณ์ยังตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ชุมนุมพยายามฝ่าแนวกั้นของตำรวจเข้าไปบริเวณหน้ารัฐสภา ในที่สุดเจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำแรงดันสูงผสมแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ชุมนุม
ระหว่างที่ตำรวจควบคุมฝูงชนกำลังสลายกลุ่มผุ้ชุมนุมโดยรอบรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั้งพรรคฝ่ายค้านหลายคน ต่างลุกขึ้นกล่าวต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานสภา ว่ารัฐสภาจะดำเนินการอย่างไรกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดด้านนอก
"เหตุใดการต้อนรับผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายถึงแตกต่างกัน... มันเป็นดำริของท่านประธานหรือเป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ" นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. เพื่อไทย ตั้งคำถามต่อนายพรเพชร
ด้านนายพรเพชร กล่าวว่าไม่ทราบเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดผู้ชุมนุม แต่กำชับเจ้าหน้าที่ที่รักษาความปลอดภัยก่อนหน้านี้ว่าอย่าใช้มาตรการรุนแรง
"ผมอยู่บนนี้ไม่ทราบเรื่องจริง ๆ" นายพรเพชรกล่าว
16.30 น.: ตำรวจชี้แจง
พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. เปิดเผยภายหลังจากการตรวจการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภาเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ว่าสถานการณ์ยังสามารถควบคุมได้ ส่วนที่ต้องใช้มาตรการฉีดน้ำและแก๊สน้ำตา ก็เป็นไปตามขั้นตอนซึ่งได้มีการประกาศให้พื้นที่โดยรอบในรัศมี 50 เมตร จากรัฐสภาเป็นพื้นที่ควบคุมห้ามจัดการชุมนุม มีการแจ้งเตือนประสานงานไปกับผู้ชุมนุมทุกกลุ่ม และมีการตั้งแนวกันเป็นระยะ ประกอบด้วยระยะ 100 เมตร, 75 เมตร, และ 50 เมตร แต่ก็มีผู้ชุมนุมบางกลุ่มฝ่าแนวกั้นมา ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยทำลายและใช้กำลังที่จะฝ่าแนวกั้นแนวที่หนึ่งและแนวที่สอง และมีการละเมิดว่าด้วยการรื้อสิ่งกีดขวางในแนวกันระยะ 50 เมตร ผู้บัญชาการเหตุการณ์จึงได้มีการสั่งการด้วยคำพูด จนกระทั่งใช้การฉีดน้ำ ตามมาด้วยการใช้แก๊สน้ำตา ตามลำดับ
พล.ต.ต. ปิยะ ระบุว่าผู้ชุมนุมบางส่วนได้ตอบโต้เจ้าหน้าที่โดยใช้แท่งเหล็ก แผงเหล็ก ก้อนหิน และสิ่งอื่น ๆ และพลุควัน และมีการจุดไฟบางส่วน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะใช้กระสุนยางหรือไม่ รอง ผบช.น. กล่าวว่าเจ้าหน้าที่จะต้องดูตามสถานการณ์ ขั้นตอนและกฎหมายเป็นหลัก แต่ตอนนี้ยังไม่มีการใช้กระสุนยาง
ทั้งนี้ รอง ผบช.น. ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาในพื้นที่ โดยครั้งนี้ผู้ชุมนุมมีการจุดพลุเพลิง พลุควันและไม่ทราบว่าจะลุกลามหรือไม่ หากว่าเกิดไหม้รัฐสภาซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้าน ก็คงไม่มีใครรับผิดชอบ ฟ้องร้องไปก็คงได้ไม่เท่าไหร่ จึงเป็นสิ่งคัญที่ต้องรักษาสาธารณะสมบัติของประเทศชาติ
"ทั้งนี้หากผู้ชุมนุมสงบลงยังสามารถปราศรัยได้ในพื้นที่ที่กฎหมายกำหนด" พล.ต.ต. ปิยะกล่าว

ที่มาของภาพ, Watchiranont Thongthep/BBC Thai
17.12 น.: "ราษฎร" ปะทะ "เสื้อเหลือง"
ผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" บางส่วนที่่ฝ่าแนวกั้นของตำรวจบริเวณแยกเกียกกายมาได้ ตำรวจที่ตั้งแถวอยู่กลางแยกจึงล่าถอยออกไป ส่งผลให้ผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" เข้ามาประชิดกับผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อเหลืองที่รวมตัวกันอยู่มุมหนึ่งของแยกเกียกกาย ทำให้ทั้งสองกลุ่มเกิดการปะทะกัน ทั้งสองฝ่ายต่างวิ่งเข้าไปขว้างปาสิ่งของใส่กัน
การปะทะเกิดขึ้นนานเกือบ 30 นาที ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนของทั้งสองฝ่ายได้พยายามห้ามปรามผู้ชุมนุมฝ่ายตนให้ยุติการเผชิญหน้า
19:40 น.: ฝ่าแนวตำรวจ ยึดพื้นที่หน้ารัฐสภาได้สำเร็จ
หลังจากพยายามผลักดันแนวกั้นตำรวจและเจรจากันอยู่นานนับชั่วโมง เวลาประมาณ 19.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถดันแนวกั้นของตำรวจเข้าไปยึดพื้นที่บน ถ.สามเสน บริเวณหน้ารัฐสภาได้สำเร็จ
20.00 น.: เหตุชุลมุนที่แยกเกียกกายรอบสอง
เกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" กับกลุ่มไม่ทราบฝ่ายบริเวณแยกเกียกกาย ในจุดเดียวกับที่กลุ่มคนเสื้อเหลืองกับกลุ่มราษฎรปะทะกันเมื่อช่วงเย็น
ไทยพีบีเอสถ่ายทอดสดจากที่เกิดเหตุว่ามีเสียงคล้ายประทัดดังขึ้นก่อนที่ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรจะวิ่งกรูกันเข้าไปในซอยที่มุ่งหน้าท่าน้ำเกียกกาย ภาพจากการถ่ายทอดสดปรากฏรถพยาบาลนำผู้บาดเจ็บขึ้นรถออกไปจากที่เกิดเหตุ และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกประคอง-หิ้วปีกออกมาจากพื้นที่อีกหลายราย และรายงานโดยอ้างผู้บริหารโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งอยู่ใกล้บริเวณที่ชุมนุมว่าตั้งแต่เวลาราว 17.00 น. มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 25 คน ถูกนำตัวมาส่งโรงพยาบาล โดยส่วนใหญ่โดนแก๊สน้ำตา มีศีรษะแตก และโดนลวดหนามเกี่ยว
20.45 น.: อานนท์เตรียมพร้อมพูดถึงกษัตริย์ "ในทุกรูปแบบ"
นายอานนท์ นำภา หนึ่งในผู้จัดการชุมนุมขึ้นปราศรัยประกาศนัดชุมนุมใหญ่ที่แยกราชประสงค์วันพรุ่งนี้ (18 พ.ย.)
เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังจากนั้นว่า การชุมนุมหน้าสภาไม่เกิดประโยชน์อะไรแล้ว เพราะ "สภากลายเป็นโรงลิเก" ไม่ฟังเสียงเรียกร้องของประชาชน รับคำสั่งมาจาก "ชนชั้นนำ" ที่มาคว่ำ "รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน" ที่ไอลอว์เสนอ
"เราไม่จำเป็นต้องคุยกับคนที่หมดความชอบธรรม" นายอานนท์กล่าว เขาบอกว่าการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 18 พ.ย. จะเป็นการชุมนุมแบบ "แนวราบ" ไม่มีแกนนำที่ชัดเจน และจะพูดถึงสถาบันกษัตริย์ใน "ทุกรูปแบบ"
"การประนีประนอมจะไม่มีทางเกิดขึ้นแล้ว"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
21.00 น.: ยุติการชุมนุม
กลุ่มผู้ชุมนุมปล่อยลูกโป่งและบอลลูนสีแดง หลังจากนายอานนท์และ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่ม "ราษฎร" ประกาศบนรถปราศรัยเชิญชวนประชาชนมาชุมนุมใหญ่อีกครั้ง ในวันที่ 18 พ.ย. ตั้งแต่เวลา 16.00 น. และประกาศยุติการชุมนุมในวันนี้
"อยู่ต่อไปก็ไม่เป็นประโยชน์ เพราะ ส.ว. ส่วนใหญ่ก็กลับไปแล้วทางเรือ อยู่ต่อไปก็อาจถูกปราบได้ เราไม่อยากสร้างความรุนแรง เรายึดหลักสันติ อหิงสา" อรรถพล บัวพัฒน์ หรือ "ครูใหญ่" แกนนำอีกคนหนึ่งกล่าวกับวอยซ์ทีวี
ทั้งนี้การประชุมในรัฐสภายังดำเนินต่อไปจนถึงเวลาประมาณเที่ยงคืน ก่อนที่ประธานรัฐสภาจะนัดประชุมต่อในวันรุ่งขึ้น (18 พ.ย.) เวลา 9.30 น.
23.00 น.: ศูนย์เอราวัณแถลงมีผู้บาดเจ็บ 41 ราย
ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กทม. รายงานช่วงดึกของวันที่ 17 พ.ย. ว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะต่าง ๆ บริเวณหน้ารัฐสภาและแยกเกียกกาย เบื้องต้น 41 ราย ในจำนวนนี้ถูกนำส่ง วชิรพยาบาล 37 ราย รพ.รามาธิบดี 1 ราย รพ.พระราม 9 2 ราย และ รพ.เพชรเวช 1 ราย โดยหนึ่งในนั้นบาดเจ็บจากการถูกยิง แต่ไม่ยืนยันว่าเป็นกระสุนชนิดใด














