ประชุมสภา: กลุ่ม "ราษฎร" ยุติการชุมนุม หลังยึดพื้นที่หน้ารัฐสภาสำเร็จ แม้ถูกฉีดน้ำ-ยิงแก๊สน้ำตา-ปะทะเสื้อเหลือง

ผู้ชุมนุมเผชิญหน้าตำรวจ

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" ยืนเผชิญหน้ากับตำรวจที่แยกเกียกกาย

แกนนำผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" ประกาศยุติการชุมนุมที่หน้ารัฐสภาเมื่อเวลา 21.00 น. พร้อมกับนัดชุมนุมใหญ่ที่แยกราชประสงค์ในวันที่ 18 พ.ย. เวลา 16.00 น. เพื่อร่วมกันติดตามการลงมติรับหรือไม่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ และนายอานนท์ นำภา แกนนำผู้จัดการชุมนุมประกาศยุติการชุมนุมต่อผู้ชุมนุมนับพันคนที่รวมตัวอยู่บน ถ.สามเสน หลังจากใช้เวลาราว 7 ชั่วโมงในการพยายามผลักดันแนวกั้นของตำรวจเพื่อยึดพื้นที่บริเวณหน้ารัฐสภา จนถูกตำรวจฉีดน้ำแรงดันสูง น้ำผสมสารเคมี และถูกยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่หลายระลอก นอกจากนี้ยังเกิดเหตุปะทะกับมวลชนกลุ่มเสื้อเหลืองบริเวณแยกเกียกกายอีกด้วย

ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กทม. รายงานช่วงดึกของวันที่ 17 พ.ย. ผู้ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะต่าง ๆ รวมแล้ว 41 ราย ในจำนวนนี้ถูกนำส่ง วชิรพยาบาล 37 ราย รพ.รามาธิบดี 1 ราย รพ.พระราม9 2 ราย และ รพ.เพชรเวช 1 ราย

ผู้ชุมนุม 2 กลุ่ม คือ มวลชนคนเสื้อเหลือง นำโดย นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี และกลุ่ม "ราษฎร" นัดชุมนุมที่หน้ารัฐสภา โดยกลุ่มไทยภักดีรวมตัวกันช่วงสาย ส่วนกลุ่มราษฎรนัดชุมนุมเวลา 15.00 น. เพื่อ "ล้อมสภา ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ" ทั้งสองกลุ่มมีจุดประสงค์เพื่อติดตามการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

กลุ่มไทยภักดีคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะเห็นว่าจะนำไปสู่การล้มล้างสถาบันและการปกครอง พร้อมกับประกาศ "ปกป้องรัฐธรรมนูญ 2560" ส่วนกลุ่มราษฎรต้องการให้รัฐสภารับหลักการร่างรัฐธรรมนูญ "ฉบับไอลอว์" ที่ประชาชนกว่า 1 แสนคนร่วมเข้าชื่อเสนอ โดยสมาชิกรัฐสภามีกำหนดจะลงมติในวันพรุ่งนี้

บีบีซีไทยลำดับเหตุการณ์การชุมนุมหน้ารัฐสภาดังนี้

คำบรรยายวิดีโอ, สรุปเหตุสลายการชุมนุม-ประชุมสภา 17 พ.ย. เต็มวัน

9.30 น.: "ไทยภักดี" รวมตัวปกป้องรัฐธรรมนูญ 2560

กลุ่ม "ไทยภักดี" ประกาศปกป้องรัฐธรรมนูญปี 2560 นำคนเสื้อเหลืองชุมนุมคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หวั่นเป็นการ "เปิดทางสู่การล้มล้างโครงสร้างการปกครองประเทศ"

ช่วงสายวันนี้ (17 พ.ย.) ในขณะที่การประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มต้นขึ้น นพ. วรงค์ ได้นำมวลชนเสื้อเหลืองกลุ่มหนึ่งมารวมตัวที่บริเวณด้านหน้ารัฐสภาเพื่อประกาศจุดยืนคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ก่อนจะเดินทางไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ยื่นคำร้องขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาระงับยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้พื้นที่รัศมี 50 เมตรรอบรัฐสภาเป็นพื้นที่ควบคุม ไม่อนุญาตให้ใครใช้เป็นที่ชุมนุนได้ สมาชิกกลุ่มไทยภักดีจึงไม่ได้รับอนุญาตให้จัดกิจกรรมในเขตควบคุม นพ. วรงค์ จึงนำมวลชนย้ายมาปักหลักชุมนุมที่จัดแยกเกียกกายแทน ซึ่งประกอบด้วยด้วยกลุ่มไทยภักดี กองทัพธรรม และศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.)

นพ. วรงค์ นำมวลชนเสื้อเหลืองจากหลายกลุ่มมาชุมนุมที่หน้ารัฐสภา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นพ. วรงค์ นำมวลชนเสื้อเหลืองจากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่ม "ไทยภักดี" "กองทัพธรรม" และ "ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน" มาชุมนุมที่หน้ารัฐสภา

นพ. วรงค์ กล่าวปราศรัยต่อผู้ชุมนุมและสื่อมวลชนว่า สาเหตุของการออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ก็เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เนื่องจากเชื่อว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการปกครองและล้มล้างพระราชอำนาจหรือสถาบันพระมหากษัตริย์

"เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศไทย มีกลุ่มคนหนึ่งเปลี่ยนแปลง โดยใช้ม็อบและการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ โดยมีต่างชาติหนุนหลัง ผ่านการปฏิวัติประชาชน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครอง" นพ. วรงค์กล่าว

นพ. วรงค์กล่าวว่าพวกเขา "ตื่นรู้แล้ว" และอ้างว่าร่างรัฐธรรมนูญที่นำเสนอโดยพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน เป็นไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของนักการเมืองและพรรคการเมือง ส่วนร่างไอลอว์เป็นร่างที่สนับสนุนโดยต่างชาติ ดังนั้นจึงไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของทั้ง 3 ฝ่าย

จากนั้น นพ. วรงค์ได้ยื่นหนังสือถึงประธานวุฒิสภาเพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผ่าน พล.อ. สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา

ผู้ชุมนุมกลุ่ม "ไทยภักดี" ถือป้ายที่เขียนข้อความคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ "ฉบับไอลอว์"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, หนึ่งในผู้ชุมนุมร่วมกับกลุ่ม "ไทยภักดี" ถือป้ายที่เขียนข้อความคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ "ฉบับไอลอว์"

ส่วนหนึ่งของหนังสือที่ส่งถึงประธานวุฒิสภาระบุว่า "(กลุ่มไทยภักดี) มีข้อสังเกตที่อยากเรียนให้ท่านประธานวุฒิสภาได้รับทราบคือ รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 นั้น เป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเป็นผู้สถาปนา โดยผ่านการรับรองจากประชามติ 16.8 ล้านเสียง และในระยะยาวจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ" และ "มีพรรคการเมืองบางพรรคอาศัยการล้มล้างรัฐธรรมนูญเพื่อร่างใหม่ในครั้งนี้ นำไปสู่การล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์และลดพระราชอำนาจ"

จากนั้นมวลชนคนเสื้อเหลืองได้เคลื่อนขบวนไปสำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อใช้สิทธิตามมาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญยื่นคำร้องให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาระงับยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ยังคงมีผู้ชุมนุมบางส่วนปักหลักอยู่ที่แยกเกียกกาย โดยมี น.ส. หฤทัย ม่วงบุญศรี ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มไทยภักดี นำการปราศรัยโจมตีกลุ่มที่เสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่าเป็นทำลายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

14.10 น.: เหตุชุลมุนที่แยกเกียกกาย

ผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎร์เริ่มทยอยมาชุมนุมบน ถ.สามเสน บริเวณหน้ารัฐสภาและแยกเกียกกาย ก่อนเวลานัดหมายในเวลา 15.00 น. แต่เกิดเหตุชุลมุนขึ้นเมื่อตำรวจฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าใส่กลุ่มการ์ดอาสา โดยตำรวจชี้แจงภายหลังว่าเหตุที่ต้องฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าใส่กลุ่มการ์ดของผู้ชุมนุมเพราะพวกเขากระทำการรื้อรั้วลวดหนามและพยายามฝ่าแนวกั้นของตำรวจเพื่อเข้ามาบริเวณถนนหน้ารัฐสภา และตำรวจได้ประกาศเตือนหลายครั้งแต่ผู้ชุมนุมยังไม่หยุดการกระทำจึงต้องมีการฉีดน้ำแรงดันสูง

ระหว่างที่ตำรวจฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมเป็นระยะ ๆ ได้มีบุคคลขว้างพลุควันสีจากฝั่งผู้ชุมนุมไปฝั่งตำรวจ การฉีดน้ำและการขว้างพลุควันสีเกิดขึ้นเป็นเวลาประมาณ 20 นาที

ตำรวจประกาศขอเจรจากับหัวหน้าการ์ดอาสาของผู้ชุมนุม พร้อมกับแสดงความจริงใจด้วยการถอยรถฉีดน้ำออกห่างจากแนวกั้น ขณะที่รอการเจรจาอยู่นั้น ผู้สื่อข่าวพบว่าเจ้าหน้าที่หน่วยควบคุมฝูงชนได้มีการจัดเตรียมกระสุนยาง ขณะที่มีโพสต์คลิปในทวิตเตอร์เป็นเสียงของเจ้าหน้าที่ตำรวจเตือนว่าหากผู้ชุมนุมยังไม่หยุดรื้อแนวกั้นของตำรวจ "ถ้าไม่หยุด เราจะใช้กระสุนยาง"

ตำรวจเผชิญหน้าผู้ชุมนุม

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

ตำรวจฉีดน้ำใส่ "เรือเป็ด" ที่ผู้ชุมนุมเตรียมมาทำกิจกรรม

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ตำรวจฉีดน้ำใส่ "เรือเป็ด" ที่ผู้ชุมนุมเตรียมมาทำกิจกรรมในที่ชุมนุม

15.30 น.: ยิงแก๊สน้ำตา

ขณะที่ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการเจรจา สถานการณ์ยังตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ชุมนุมพยายามฝ่าแนวกั้นของตำรวจเข้าไปบริเวณหน้ารัฐสภา ในที่สุดเจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำแรงดันสูงผสมแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ชุมนุม

ระหว่างที่ตำรวจควบคุมฝูงชนกำลังสลายกลุ่มผุ้ชุมนุมโดยรอบรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั้งพรรคฝ่ายค้านหลายคน ต่างลุกขึ้นกล่าวต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานสภา ว่ารัฐสภาจะดำเนินการอย่างไรกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดด้านนอก 

"เหตุใดการต้อนรับผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายถึงแตกต่างกัน... มันเป็นดำริของท่านประธานหรือเป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ" นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. เพื่อไทย ตั้งคำถามต่อนายพรเพชร

ด้านนายพรเพชร กล่าวว่าไม่ทราบเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดผู้ชุมนุม แต่กำชับเจ้าหน้าที่ที่รักษาความปลอดภัยก่อนหน้านี้ว่าอย่าใช้มาตรการรุนแรง

"ผมอยู่บนนี้ไม่ทราบเรื่องจริง ๆ" นายพรเพชรกล่าว

คำบรรยายวิดีโอ, ประมวลสถานการณ์สลายการชุมนุมด้วยรถฉีดน้ำแรงดันสูงและแก๊สน้ำตา-ประชุมสภาวันที่ 17 พ.ย.

16.30 น.: ตำรวจชี้แจง

พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. เปิดเผยภายหลังจากการตรวจการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภาเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ว่าสถานการณ์ยังสามารถควบคุมได้ ส่วนที่ต้องใช้มาตรการฉีดน้ำและแก๊สน้ำตา ก็เป็นไปตามขั้นตอนซึ่งได้มีการประกาศให้พื้นที่โดยรอบในรัศมี 50 เมตร จากรัฐสภาเป็นพื้นที่ควบคุมห้ามจัดการชุมนุม มีการแจ้งเตือนประสานงานไปกับผู้ชุมนุมทุกกลุ่ม และมีการตั้งแนวกันเป็นระยะ ประกอบด้วยระยะ 100 เมตร, 75 เมตร, และ 50 เมตร แต่ก็มีผู้ชุมนุมบางกลุ่มฝ่าแนวกั้นมา ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยทำลายและใช้กำลังที่จะฝ่าแนวกั้นแนวที่หนึ่งและแนวที่สอง และมีการละเมิดว่าด้วยการรื้อสิ่งกีดขวางในแนวกันระยะ 50 เมตร ผู้บัญชาการเหตุการณ์จึงได้มีการสั่งการด้วยคำพูด จนกระทั่งใช้การฉีดน้ำ ตามมาด้วยการใช้แก๊สน้ำตา ตามลำดับ

พล.ต.ต. ปิยะ ระบุว่าผู้ชุมนุมบางส่วนได้ตอบโต้เจ้าหน้าที่โดยใช้แท่งเหล็ก แผงเหล็ก ก้อนหิน และสิ่งอื่น ๆ และพลุควัน และมีการจุดไฟบางส่วน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะใช้กระสุนยางหรือไม่ รอง ผบช.น. กล่าวว่าเจ้าหน้าที่จะต้องดูตามสถานการณ์ ขั้นตอนและกฎหมายเป็นหลัก แต่ตอนนี้ยังไม่มีการใช้กระสุนยาง

ทั้งนี้ รอง ผบช.น. ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาในพื้นที่ โดยครั้งนี้ผู้ชุมนุมมีการจุดพลุเพลิง พลุควันและไม่ทราบว่าจะลุกลามหรือไม่ หากว่าเกิดไหม้รัฐสภาซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้าน ก็คงไม่มีใครรับผิดชอบ ฟ้องร้องไปก็คงได้ไม่เท่าไหร่ จึงเป็นสิ่งคัญที่ต้องรักษาสาธารณะสมบัติของประเทศชาติ

"ทั้งนี้หากผู้ชุมนุมสงบลงยังสามารถปราศรัยได้ในพื้นที่ที่กฎหมายกำหนด" พล.ต.ต. ปิยะกล่าว

รถฉีดน้ำท่ามกลางพลุควัน

ที่มาของภาพ, Watchiranont Thongthep/BBC Thai

17.12 น.: "ราษฎร" ปะทะ "เสื้อเหลือง"

ผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" บางส่วนที่่ฝ่าแนวกั้นของตำรวจบริเวณแยกเกียกกายมาได้ ตำรวจที่ตั้งแถวอยู่กลางแยกจึงล่าถอยออกไป ส่งผลให้ผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" เข้ามาประชิดกับผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อเหลืองที่รวมตัวกันอยู่มุมหนึ่งของแยกเกียกกาย ทำให้ทั้งสองกลุ่มเกิดการปะทะกัน ทั้งสองฝ่ายต่างวิ่งเข้าไปขว้างปาสิ่งของใส่กัน

การปะทะเกิดขึ้นนานเกือบ 30 นาที ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนของทั้งสองฝ่ายได้พยายามห้ามปรามผู้ชุมนุมฝ่ายตนให้ยุติการเผชิญหน้า

คำบรรยายวิดีโอ, เหตุปะทะหน้าสภา

19:40 น.: ฝ่าแนวตำรวจ ยึดพื้นที่หน้ารัฐสภาได้สำเร็จ

หลังจากพยายามผลักดันแนวกั้นตำรวจและเจรจากันอยู่นานนับชั่วโมง เวลาประมาณ 19.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถดันแนวกั้นของตำรวจเข้าไปยึดพื้นที่บน ถ.สามเสน บริเวณหน้ารัฐสภาได้สำเร็จ

20.00 น.: เหตุชุลมุนที่แยกเกียกกายรอบสอง

เกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" กับกลุ่มไม่ทราบฝ่ายบริเวณแยกเกียกกาย ในจุดเดียวกับที่กลุ่มคนเสื้อเหลืองกับกลุ่มราษฎรปะทะกันเมื่อช่วงเย็น

ไทยพีบีเอสถ่ายทอดสดจากที่เกิดเหตุว่ามีเสียงคล้ายประทัดดังขึ้นก่อนที่ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรจะวิ่งกรูกันเข้าไปในซอยที่มุ่งหน้าท่าน้ำเกียกกาย ภาพจากการถ่ายทอดสดปรากฏรถพยาบาลนำผู้บาดเจ็บขึ้นรถออกไปจากที่เกิดเหตุ และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกประคอง-หิ้วปีกออกมาจากพื้นที่อีกหลายราย และรายงานโดยอ้างผู้บริหารโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งอยู่ใกล้บริเวณที่ชุมนุมว่าตั้งแต่เวลาราว 17.00 น. มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 25 คน ถูกนำตัวมาส่งโรงพยาบาล โดยส่วนใหญ่โดนแก๊สน้ำตา มีศีรษะแตก และโดนลวดหนามเกี่ยว

20.45 น.: อานนท์เตรียมพร้อมพูดถึงกษัตริย์ "ในทุกรูปแบบ"

นายอานนท์ นำภา หนึ่งในผู้จัดการชุมนุมขึ้นปราศรัยประกาศนัดชุมนุมใหญ่ที่แยกราชประสงค์วันพรุ่งนี้ (18 พ.ย.)

เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังจากนั้นว่า การชุมนุมหน้าสภาไม่เกิดประโยชน์อะไรแล้ว เพราะ "สภากลายเป็นโรงลิเก" ไม่ฟังเสียงเรียกร้องของประชาชน รับคำสั่งมาจาก "ชนชั้นนำ" ที่มาคว่ำ "รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน" ที่ไอลอว์เสนอ

"เราไม่จำเป็นต้องคุยกับคนที่หมดความชอบธรรม" นายอานนท์กล่าว เขาบอกว่าการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 18 พ.ย. จะเป็นการชุมนุมแบบ "แนวราบ" ไม่มีแกนนำที่ชัดเจน และจะพูดถึงสถาบันกษัตริย์ใน "ทุกรูปแบบ"

"การประนีประนอมจะไม่มีทางเกิดขึ้นแล้ว"

อานนท์ นำภา ปราศรัยที่หน้ารัฐสภา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, อานนท์ นำภา ปราศรัยที่หน้ารัฐสภา

21.00 น.: ยุติการชุมนุม

กลุ่มผู้ชุมนุมปล่อยลูกโป่งและบอลลูนสีแดง หลังจากนายอานนท์และ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่ม "ราษฎร" ประกาศบนรถปราศรัยเชิญชวนประชาชนมาชุมนุมใหญ่อีกครั้ง ในวันที่ 18 พ.ย. ตั้งแต่เวลา 16.00 น. และประกาศยุติการชุมนุมในวันนี้

"อยู่ต่อไปก็ไม่เป็นประโยชน์ เพราะ ส.ว. ส่วนใหญ่ก็กลับไปแล้วทางเรือ อยู่ต่อไปก็อาจถูกปราบได้ เราไม่อยากสร้างความรุนแรง เรายึดหลักสันติ อหิงสา" อรรถพล บัวพัฒน์ หรือ "ครูใหญ่" แกนนำอีกคนหนึ่งกล่าวกับวอยซ์ทีวี

ทั้งนี้การประชุมในรัฐสภายังดำเนินต่อไปจนถึงเวลาประมาณเที่ยงคืน ก่อนที่ประธานรัฐสภาจะนัดประชุมต่อในวันรุ่งขึ้น (18 พ.ย.) เวลา 9.30 น.

23.00 น.: ศูนย์เอราวัณแถลงมีผู้บาดเจ็บ 41 ราย

ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กทม. รายงานช่วงดึกของวันที่ 17 พ.ย. ว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะต่าง ๆ บริเวณหน้ารัฐสภาและแยกเกียกกาย เบื้องต้น 41 ราย ในจำนวนนี้ถูกนำส่ง วชิรพยาบาล 37 ราย รพ.รามาธิบดี 1 ราย รพ.พระราม 9 2 ราย และ รพ.เพชรเวช 1 ราย โดยหนึ่งในนั้นบาดเจ็บจากการถูกยิง แต่ไม่ยืนยันว่าเป็นกระสุนชนิดใด